Categories
Blog

ซากุระอ่างขาง เชียงใหม่

ซากุระอ่างขาง-เชียงใหม่

ซากุระอ่างขาง เชียงใหม่ ดินแดนแห่งความฝัน

ซากุระอ่างขาง เชียงใหม่ เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะ 1,400 เมตร และ มียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร

ซากุระอ่างขาง เชียงใหม่ พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง”

เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อน ปัจจุบันดอยอ่างขางได้เปลี่ยนสภาพจากภูเขาซึ่งถูกตัดไม้ทำลายป่ามาเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ผลกว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และไม้ดอกเมืองหนาวมากกว่า 20 ชนิด

สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 16.9 องศาเซลเซียส มีชาวไทยภูเขาเผ่าจีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง อาศัยอยู่โดยรอบกว่า 600 ครัวเรือนใน 6 หมู่บ้าน

ทั้งนี้การปลูกต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดนั้นมีข้อมูลระบุว่า เมื่อครั้งที่ “หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี” องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เสด็จประเทศญี่ปุ่น และทราบว่าที่ประเทศญี่ปุ่น

มีการจัดเทศกาลฮานามิ (การชมดอกซากุระ) จึงมีดำริให้มีการปลูกและรวบรวมต้นซากุระ โดยที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้นำมาปลูกไว้ในจุดต่าง ๆ ปัจจุบันภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางปลูกต้นซากุระญี่ปุ่นและเชอร์รีไต้หวันไปแล้วจำนวนกว่า 5,000 ต้น

ซึ่งต้นซากุระญี่ปุ่นและเชอร์รีไต้หวันของสถานีฯ อ่างขางใช้วิธีขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด โดยอายุต้น 5-10 ปีขึ้นไปจึงจะเริ่มออกดอก และเนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นจึงมีอายุการปลูกยาวไปจนถึง10 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลต้น)

การเดินทางสู่ ซากุระอ่างขาง เชียงใหม่ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง


• เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง เลี้ยวซ้ายทางแยกตำบลเมืองงาย ตรงเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังศูนย์ฯ

• เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ถึง กม. 137 แยกบ้านปางควาย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1249 ตรงไปประมาณ 25 กิโลเมตร
หมายเหตุ- ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท (ควรเช็คสภาพเครื่องยนต์ก่อนขึ้นเขา และผู้ขับขี่ควรมีประสบการณ์ เพราะเส้นทางมีความชันมาก) หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมา 1,000 – 1,500 บาท

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสถานที่นี้

ซากุระอ่างขาง-เชียงใหม่2

เที่ยวดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เชียงใหม่ เป็นสถานีวิจัยของโครงการหลวงที่เลื่องชื่อเรื่องพืชพันธุ์ เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและทัศนียภาพอันสวยงาม และมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น เยี่ยมหมู่บ้านหลวง ,เดินป่าระยะสั้น ,ชมโรงเรือนดอกไม้ และ กิจกรรมดูนก ความมหัศจรรย์แห่งสายลมหนาวปกคลุมบนดอยสูงถูกแต่งแต้มระบายด้วยสีสันของดอกไม้งาม

ในเดือนมกราคมนี้เป็นช่วงที่ดอกซากุระญี่ปุ่น หรือ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ผลิบานทั่วทำให้ “ดอยอ่างขาง” กลายเป็นสีชมพูสุดแสนโรแมนติก ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวของคุณในช่วงวันหยุดกลายเป็นวันพิเศษถ้าได้ชม “ดอกซากุระดอยอ่างขาง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทุกคน ที่นอกจากจะมาสัมผัสอากาศอันหนาวเหน็บแล้วยังอยากพบเจอกับดอกซากุระ (พญาเสือโคร่ง) ซึ่งจะบานปีละครั้งเท่านั้น

นอกจากต้นซากุระญี่ปุ่นแล้ว ภายในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางยังมีแปลงและโรงเรือนต่างๆ ที่จัดแสดงพันธุ์ไม้เมืองหนาวให้ศึกษาเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็น แปลงบ๊วยยุคเริ่มก่อตั้งสถานีฯ โรงเรือนจัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวหลากหลายชนิด สวนไม้ดอกกลางแจ้ง เรือนกุหลาบตัดดอก สวนจัดแสดงบอนไซไม้เมืองหนาว

ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก

โดยเลือก “ดอยอ่างขาง” ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งเป็น“สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”ขึ้น นับเป็นโครงการหลวงแห่งแรกของประเทศไทย จากเขาหัวโล้น ในหลวง ร. ๙ ทรงพลิกฟื้นดอยอ่างขางสู่แหล่งผลิตพืชผักผลไม้เมืองหนาวอันอุดมสมบูรณ์ จากนั้นดอยอ่างขางก็พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

จากเขาหัวโล้นกลายเป็นแปลงพืชผักผลไม้เมืองหนาวอันอุดมสมบูรณ์ และมากไปด้วยทัศนียภาพอันงดงาม ทั้งจากสภาพธรรมชาติ แปลงพืชผัก โรงเรือน และสวนประดับตกแต่งต่าง ๆ ภายในสถานี ทำให้ปัจจุบันดอยอ่างขางเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามขึ้นชื่อของเมืองไทย ที่มีผู้คนเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมสัมผัสในความงามกันไม่ได้ขาด

ที่พักและร้านอาหาร บน ดอยอ่างขาง

ซากุระอ่างขาง-เชียงใหม่1

• บ้านพักรับรองภายในศูนย์ฯ จำนวน 18 หลัง
ขนาดพัก 2 คน ราคา 1,000-1,200 บาท/หลัง/คืน
ขนาดพัก 6 คน ราคา 1,200-1,800 บาท/หลัง/คืน
และขนาดพัก 40 คน ราคา 150 บาท/คน/คืน

• เต็นท์บริการ ขนาด 2-3 คน ราคา 150 บาท/หลัง/คืน หากรวมถุงนอนราคา 300 บาท/หลัง/คืน ขนาด 4-5 คน ราคา 300 บาท/หลัง/คืน หากรวมถุงนอน ราคา 500 บาท/หลัง/คืน กรณีนำเต็นท์มาเองคิดค่าบริการพื้นที่คนละ 20 บาท
• มีร้านอาหารและเครื่องดื่มภายในสโมสรอ่างขาง

ภูนาคำ รีสอร์ท (Phunacome Resort)

โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าไม้แบบ 360 องศา ให้ดื่มด่ำบรรยากาศเย็นสบายได้แบบชุ่มปอด โดยเน้นคอนเซ็ปต์โรงแรมสีเขียว ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมอีสาน การมีสุขภาพที่ดี และได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการโรงแรมใบไม้สีเขียว, โครงการ โรงแรมสร้างเสริมสุขภาพ, เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ, ปลูกผักปลอดสารพิษ, โครงการปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก อีกทั้งมีกิจกรรมที่ให้ลูกค้าและผู้สนใจได้ทดลองทำนาบนผืนนาในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

สวนทิพย์วนา รีสอร์ท (Suanthip Vana Resort)

การันตีคุณภาพด้วยรางวัลชนะเลิศที่พักทางภาคเหนือของไทยมาแล้วหลายปี สวนทิพย์วนาเป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาใน จ.เชียงราย และมองเห็นวิวแม่น้ำแม่ลาว ห้องพักมีทั้งแบบ Deluxe Suite และ Baan Pkakeryor หรือ Pkakeryor Villa พาวิลเลียนสไตล์ล้านนา ตกแต่งด้วยไม้สักและงานศิลปะท้องถิ่น เป็นบ้านพักส่วนตัวคล้ายที่พักชาวเขา มีระเบียงส่วนตัวรับลมคลายร้อนในตอนกลางวัน และเย็นสบายในยามค่ำคืน ส่วนที่ ร้านอาหารโตกคำ สามารถดื่มด่ำวิวภูเขาระหว่างรับประทานอาหาร และเอนหลังพักผ่อนยามบ่าย ณ วาวีบาร์ ที่จะได้อิ่มอร่อยกับเมนูของว่าง โฮมเมดเบเกอรี่ และเครื่องดื่มหลังอาหารค่ำ พร้อมเพลงคลอเบาๆ สไตล์บัลลาด

ต้องบอกว่าหนึ่งปีมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น กับการอวดโฉมของซากุระญี่ปุ่น ที่ไม่ต้องบินไปไกลก็สามารถเที่ยวชมกันได้ที่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ต้นซากุระญี่ปุ่น และ เชอรี่ (Cherry Blossom) ซึ่งมูลนิธิโครงการหลวงได้นำเข้ามาปลูกทั้งจากญี่ปุ่น และไต้หวันนั้น บานสะพรั่งสีชมพูสวยไปทั้งอ่างขางกว่า 5,000 ต้นแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ตามจุดต่างๆ

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวโดย ufabet.com