Categories
Blog

ซูตองเป้ แม่ฮ่องสอน

ซูตองเป้-แม่ฮ่องสอน1

ซูตองเป้ แม่ฮ่องสอน หวนคืนสู่ธรรมชาติ

ซูตองเป้ แม่ฮ่องสอน สะพานซูตองเป้ ตั้งอยู่ที่ บ้านกุงไม้สัก อำเภอเมืองฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร มีความกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร เป็นสะพานไม้ ซึ่งกลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง

ซูตองเป้ เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ หรือ บางคนก็บอกว่าแปลว่า ความสำเร็จ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้มายืน อยู่กลางสะพานแล้วอธิษฐาน ขอความสำเร็จใดๆ ก็จะพบกับ ความสมหวัง นับว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุด ในประเทศไทย

ซูตองเป้ แม่ฮ่องสอน เป็นสะพานที่เกิดจาก ความศรัทธา และ การร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุสงฆ์ และ ชาวบ้านกุงไม้สัก ที่ต่างก็ช่วยกัน และลงแรง สานพื้นสะพาน ด้วยไม้ไผ่ทอดยาว ไปบนที่นาของเจ้าของ ที่อุทิศผืนนาถวาย โดย สร้างเพื่อเชื่อมต่อ ระหว่างสวนธรรมภูสมะ และ หมู่บ้านกุงไม้สัก

ด้วยความสวยงาม ความคลาสสิก เป็นเอกลักษณ์ ของสะพาน กับที่พาดผ่าทุ่งนา ที่โอบล้อม ด้วยหุบเขา และ สายหมอกคลอเคล้า แสงอาทิตย์ ในยามเช้า รวมถึง ภาพนักท่องเที่ยว ที่เฝ้ารอใส่บาตร เป็นภาพเสน่ห์ ในยามเช้า ที่หลายคน ต่างหลงไหล ที่อยากจะมาเยือน สะพานไม้แห่งนี้

ที่มีความศรัทธา ที่นี่ซักครั้งหนึ่ง ซึ่งหากมา ในช่วงฤดูฝน ในช่วงเดือน ก.ย. – ปลาย ต.ค ก็จะได้พบ กับ ท้องทุ่งนา เขียวขจี และ ในช่วงต้นถึง กลางเดือน พ.ย. ซึ่งอยู่ในช่วง ปลายฝนต้นหนาว ก็จะได้พบกับ ข้าวออกรวงเหลืองทอง หากว่า นักท่องเที่ยวท่านใด ที่อยากจะมาเที่ยวที่นี่

พร้อมกับการสัมผัส บรรยากาศ และ ร่วมทำบุญตักบาตร พระสงฆ์จะเริ่มบิณฑบาต ประมาณเวลา 06.00 น. ของทุกวัน โดยท่าน จะเดินจากสะพานฝั่งสวนธรรมภูสมะ ไปเรื่อยๆ จนสุดสะพาน ไปยังหมู่บ้าน และ จะเดินกลับผ่าน มายังสะพาน และ กลับไปยังสวนธรรมฯ

เปี่ยมศรัทธา น่าเลื่อมใส

ซูตองเป้-แม่ฮ่องสอน

ด้วยความโด่งดัง ของสะพาน ซูตองเป้ ทำให้ เมื่อมีโอกาส ขึ้นไปแอ่วเมืองสามหมอก จึงไม่พลาด การไปสัมผัส กับ สะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้ ด้วยประการ ทั้งปวง จากตัวเมืองแม่ฮ่อน เวลาเช้ามืดก่อนไก่โห่ เพื่อออกเดินทาง สู่บ้างกุงไม้สัก ทั้งนี้ ก็เพื่อจะไปให้ทันพระ-เณรออกบิณฑบาต

ซึ่งช่วงที่เป็น หน้าหนาว ประมาณ 6 โมงครึ่งกว่าๆ ที่ท้องฟ้า เริ่มส่องแสงเรื่อเรือง ท่ามกลางอากาศ อันหนาวเหน็บระยับ พร้อมๆกับที่มี นักท่องเที่ยวอีก 2 กลุ่มที่ฝ่าความหนาว มาเฝ้ารอใส่บาตร จากนั้น ในช่วงราว 7 โมงเศษๆ ที่ท้องฟ้า ยังคงเรื่อเรืองอยู่ มีเสียงของหมาเห่าดังลั่นมา เป็นดังสัญญาณให้รู้ว่าพระ-เณร

ได้เริ่มออกเดิน บิณฑบาต ในเวลาต่อมา พระ-เณร ก็เดินบิณฑบาตด้วยเท้าเปล่า ผ่านไป ผ่านมา ให้นักท่องเที่ยว ที่เฝ้ารอใส่บาตร เป็นภาพเสน่ห์ แห่งศรัทธายามเช้า อันน่าเลื่อมใส ครั้นพระ-เณร เดินผ่านพ้น นักท่องเที่ยว แต่ละคน คลายความสำรวม เปลี่ยนมาเป็น ความชิลล์ ลั้นลา เดินถ่ายรูปบนสะพานกัน อย่างเพลิดเพลิน

เกี่ยวกับ ซูตองเป้ แม่ฮ่องสอน

ซูตองเป้-แม่ฮ่องสอน2

สายเที่ยว สายถ่ายรูป คือ ต้องชอบ ความสวยงาม และ ถ่ายรูปออกมาสวยอลังการของที่นี่ สะพานซูตองเป้ แม่ฮ่องสอน เป็นสะพานไม้ไผ่ยาวสุดในประเทศไทย ที่จะสวยแตกต่างกัน แต่ละฤดูกาล ที่มีการทำนา หน้าฝนนั้น

ทุ่งนาเบื้องล่าง จะเป็นสีเขียวขจี แต่ในช่วงหน้าหนาว ทุ่งนาสีเขียว จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ได้ฟีลสวยไปอีกแบบ มาเที่ยวได้ทั้งปี สวยต่างกันไปโพสต์ ท่าเดินบนสะพาน ด้วยความสวยงาม คลาสสิกเป็นเอกลักษณ์

ของสะพาน กับที่พาดผ่าทุ่งนา ที่โอบล้อมด้วยหุบเขา และ สายหมอกคลอเคล้าแสงอาทิตย์ในยามเช้า รวมถึงภาพนักท่องเที่ยวที่เฝ้ารอใส่บาตร เป็นภาพเสน่ห์ในยามเช้าที่หลายคนต่างหลงไหล ที่จะมาเยือนสะพานไม้

สวนธรรมภูสมะ

สวนธรรมภูสมะ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และอบรมธรรมมะให้บรรดาพุทธศาสนิกชน สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551 โดยมีพระปลัดจิตตะพัฒน์เจ้าอาวาส เป็นผู้ก่อตั้ง แรกเริ่มมีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ แต่ภายหลัง เมื่อมีผู้ศรัทธาเดินทางมาปฎิบัติธรรมกันมากขึ้น

จนปัจจุบันมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมจนมีขนาด 26 ไร่ เป็นที่พักทั้งของพระภิกษุ และสามเณร สถาปัตยกรรมของสวนธรรมแห่งนี้ สรางโดยเน้นใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น อาคารต่างๆ ออกแบบโดยผสมผสานศิลปะแบบเมียนมา และไทใหญ่ ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ

รายล้อมด้วยทุ่งนา ส่วนภายในวิหารนั้น เป็นที่ประดิษฐานของ องค์หลวงพ่อซูตองเป้ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง อันเกิดจากความร่วมมือ และความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ที่งดงามด้วยศิลปะแบบเมียนมาเช่นกัน

การเดินทางไปสะพานซูตองเป้

จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนให้ใช้เส้นทาง แม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า (ทางหลวงหมายเลข1095) เส้นทางเดียวกับทางไปภูโคลน โดยสามารถ เข้าได้ 2 ทาง คือ ทางแรก จะถึงก่อนเป็นทางเข้าทางสวนธรรมภูสมะ

จากปากทาง เข้าผ่านเส้นทางดินแดง ลูกรังไปประมาณ 400 เมตร จากนั้นเดินขึ้นไปยังสวนธรรมภูสมะ ก็จะเจอกับสะพานไม้ ทอดยาวไปยังเบื้องล่าง เดินลงไปเรื่อยๆ

จนถึงสะพานฝั่งหมู่บ้ากุงไม้สัก เส้นทางที่สองขับ ต่อไปอีกนิดไปทางภูโคลน จะมีทางแยก เข้าไปทางหมู่บ้านกุงไม้สัก ขับไปตามถนนของหมู่บ้าน อีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร

จะเจอที่จอดรถ ด้านหน้า และ ทางเดินเข้า ไปยังสะพาน ซูตองเป้จะเป็นทางเดินเล็กๆ จากนั้น เดินไปตามทาง โค้งวนของ สะพานขึ้นไป ยังฝั่งสวนธรรมภูสมะ เส้นทางนี้ จะเป็นที่นิยมของ นักท่องเที่ยวมากกว่า

ที่ตั้ง : บ้านกุงไม้สัก หมู่ 2 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ขอขอบคุณบทความท่องเที่ยวทั่วไทย โดย ufabet.com