Categories
Blog

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ คืนที่ดาวเต็มฟ้า

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ คือ ดอยม่อนจอง หรือ ม่อนจอง ชื่อนี้มานานหลายปี เมื่อใครพูดถึงชื่อนี้ภาพภูเขาหญ้าสีทอง เรียงรายสลับซับซ้อน โอบด้วยแสงแดดในยามเย็น ผ่านเข้ามาในความรู้สึกเสมอ ฉันเก็บสถานที่นี้ไว้ในใจมานานแสนนาน หวังแต่เพียงซักวันหนึ่ง คงได้มีโอกาสไปมอง

สัมผัสบรรยากาศนั้น ด้วยตัวเองซักครั้ง แม้รู้ว่าหนทางข้างหน้า จะต้องเหน็ดเหนื่อยกับการปีนป่ายขึ้นภูเขาอีกแล้ว แต่สิ่งนั้นก็ไม่เป็นอุปสรรคถ้าใจอยากไป ไกลแค่ไหน จะไปให้ถึงเมื่อโอกาสประจวบเหมาะ ขอเก็บภาพ และ พิชิตดอยสีทองในฝัน ดอยม่อนจอง

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนทิวเขาถนนธงชัยตอนกลาง ปัจจุบันตั้งอยู่ใน อ.นันทบุรี เดิมตั้งอยู่ใน ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่โดยอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ไม่ได้เปิดใช้เที่ยวชมกันตลอดทั้งปี

เพราะต้องระวังภัยเรื่องช้างป่าที่ออกมาหากิน รวมถึงสภาพอากาศที่แห้ง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย โดยปรกติแล้วจะเปิดให้ขึ้นประมาณวันที่ 1 พฤศจิกายน – 28 กุมภาพันธ์สำหรับที่มาของคำว่า ม่อนจอง นั้น คำว่า ม่อน เป็นภาษาคำเมืองที่แปลว่า ดอยหรือเนินเขา

ส่วนคำว่า จอง ก็เป็นภาษาคำเมือง แต่จะออกเสียงว่า จ๋อง หมายถึง ลักษณะจั่ว สามเหลี่ยมที่อยู่สูงที่สุดแม้การเดินทางตอนที่เดินขึ้นดอยจะไม่ได้ลำบากอะไรมากแต่จุดสำคัญนั้นอยู่ที่ก่อนจะขึ้นไปเดินขึ้นดอยอีกทีต่างหาก เพราะจะต้องสตาร์ทที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย

หน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ ซึ่งจะต้องติดต่อทำเรื่องกับเจ้าหน้าที่เสียก่อนถึงจะขึ้นไปได้ จากนั้นจึงนั่งรถ 4WD ไปยังจุดเริ่มเดิน (ขับรถขึ้นไปเองไม่ได้ เพราะทางค่อนข้างอันตราย) แล้วถึงขึ้นสู่ยอดดอยระยะทาง 4 ก.ม. ใช้เวลา เดินเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมง

จุดไฮไลท์ของ ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ระหว่างการเดินทางขึ้นสู่ยอดดอย ระยะทาง 4 กิโลเมตร เราจะได้พบกับความสวยงามตามธรรมชาติ อีกมากมาย ที่เก็บเกี่ยวความประทับใจ ยังไงก็ไม่พอ ไม่ว่าจะเป็น “ลานทุ่งหญ้าสีทอง” หรือเรียกว่า สนามกอล์ฟช้าง ซึ่งก็สีทอง

สมชื่อจริงๆ “เนินหมาหอบ” จุดที่ชันที่สุดของที่นี่แล้ว เตรียมตัวเป็นหมาสมชื่อกันได้เลย และ “ยอดหัวสิงห์” ที่โดดเด่น และ เป็นจุดที่สูงที่สุด บนยอดดอย ไม่ไกลจากทุ่งหญ้า บนยอดดอย ก็จะถึงจุดกางเต็นท์ ที่อยู่ในพงป่า

ช่วยกันลมกันหนาว ได้ในระดับหนึ่ง พักผ่อนเอาแรงให้เต็มที่ เพื่อจะได้ตื่นแต่เช้าไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ชมทะเลหมอก ที่แผ่กระจายไปทั่วดอย บางวัน หมอกจะลงจนหนามาก เห็นแต่สีขาวโพลน ขอให้ระมัดระวังในการเดินเป็นพิเศษ

ผาหัวสิงห์

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

จากทางแยกลานกางเต็นท์ เดินมาตั้ง 2 เนิน ยังเหลือระยะทางไปผาหัวสิงห์ขนาดนี้ ไกลแค่ไหนคิดดู ตรงยอดของผาถ้าเดินไปมองใกล้ๆ มุมดีๆ จะเหมือนสิงโตชูคอมองพระอาทิตย์ตกเลย

พรุ่งนี้เช้าจะไปพิชิตผาหัวสิงห์ ชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน เพราะจากจุดอื่นๆมองไปด้านตะวันออก จะมีต้นไม้บังหมดเลย ผาหัวสิงห์จึงเป็นจุดหมายเดียว สำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้นบนดอยม่อนจอง

เมื่อเวลาที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เวลาที่พวกเรารอคอย ทุกคนรีบหยิบกล้องมาถ่ายรูปวิวสวยๆ นี้เอาไว้ก่อนที่จะมืด อากาศบนนี้เย็นลงอย่างรวดเร็ว แทบปรับตัวไม่ทัน

จากร้อนๆ เพราะแสงแดดตรงๆ ไม่มีร่มไม้ กลายเป็นเย็นทันทีแล้วก็เย็นมากขึ้นเรื่อยๆ ลมที่พัดมาช่วยคลายร้อนตอนนี้เป็นลมที่พัดเอาความเย็นยะเยือกเข้ามาหาเรา ถึงเวลาที่ต้องใส่เสื้อกันหนาวแล้ว

จุดสูงสุด ดอยม่อนจอง

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงบนยอดผาหัวสิงห์ ช่วงท้ายๆ ก่อนจะขึ้นมาบนนี้ได้เป็นทางชันมาก ต้องป่ายปีนก้อนหินในบ้างช่วงแต่ไม่มีเวลาเก็บภาพ กลัวว่าจะขึ้นไม่ทันแสงเช้าของวันใหม่ ส่วนด้านตะวันตกพระจันทร์ยังคงส่องแสงสวยงาม

ทำให้เรามองเห็นแนวเขาด้านล่างได้ พระอาทิตย์ก็โผล่มาจากแนวเมฆหนาเป็นเส้นเหมือนใครเอาผ้าใบไปขึงเป็นฉากเอาไว้ โผล่มาปุ๊บแสงแรงปั๊บ การถ่ายภาพควบคุมแสงได้ยาก แต่ก็ยังดีที่ได้ภาพ และ ที่สำคัญกว่านั้นความสวยงาม

นี้จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป ผาหัวสิงห์ขนาดไม่กว้างมากมาย คนมาสัก 20 คนก็หาที่ยืนถ่ายรูปได้ยากแล้ว ด้านล่างห่างจากเรานิดเดียวเป็นต้นกุหลาบพันปี รู้สึกโชคดีจังที่มาในช่วงนี้ กุหลาบพันปีบานสะพรั่งเต็มต้น มีอยู่เยอะแยะเลย

เมื่อแสงแดดแรงขึ้น เราก็เก็บภาพบรรยากาศรอบๆ จากนั้นก็ทยอยเดินลงจากผาหัวสิงห์ เสร็จสิ้นภารกิจการเก็บภาพของดอยม่อนจองแบบละเอียดเลย ภาพล่างซ้ายเป็นทางเดินที่เราปินขึ้นไปตอนเช้ามืด ตอนขึ้นมองอะไรไม่ค่อยเห็น

ตอนลงเลยถ่ายมาให้ดู ทางมันเล็กๆ แคบๆ ปีนไปตามก้อนหินซ้ายบ้างขวาบ้าง ต้องคอยดึงต้นไม้ไปด้วย เดินชิดๆ ต้นไม้เอาไว้เผื่อมันเซมันลื่นจะได้คว้าทัน ส่วนภาพล่างขวา เป็นกำไรของทริปนี้ ได้เห็นนกพญาไฟเกาะกิ่งกุหลาบพันปีด้วย

ดอกไม้ดอยม่อนจอง

แสงอ่อนๆ ยามเช้า ทำให้เราเก็บภาพบรรยากาศอันสดชื่นของธรรมชาติได้มาก พุ่มกุหลาบพันปีบานสะพรั่ง ดอกหญ้าเล็กๆ ที่แอบซ่อนความสวยเอาไว้ให้คนตาดีได้เห็น แม้แต่ยอดผักกูดป่าที่มีหยดน้ำเกาะก็ยังสวยเลย

ค่าบริการต่างๆ

คนนำทาง เที่ยวละ 500 บาท ค่าบริการลูกหาบคิดวันละ 400 บาท
ค่ารถโฟร์วิวไปยังจุดเดินเท้า 2500-3000 บาท ในกรณีใช้บริการบริษัททัวร์ก็สะดวกสบายเพราะทัวร์จัดการให้หมด

กฎระเบียบ การขึ้นดอยม่อนจอง
  1. ดอยม่อนจองเปิดให้เที่ยวชมระหว่างเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
  2. การขึ้นดอยม่อนจอง ต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นคนนำทางไปทุกครั้ง
  3. เวลาที่เหมาะสมในการเดินทางขึ้นดอยม่อนจอง คือ 2 วัน 1 คืน
  4. ควรมาถึงศูนย์บริการฯ ก่อนเวลา 12.00 ของวันที่จะขึ้นดอย
  5. ระยะทางเดินเท้า 6-7 กม.ถึงลานกางเต็นท์ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง
  6. นักท่องเที่ยวที่เตรียมเต้นท์/อุปกรณ์การนอน อาหาร/น้ำดื่มมาเอง
  7. นักท่องเที่ยวต้องไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ดอยม่อนจอง (กรุณาช่วยเก็บขยะออกจากพื้นที่ทุกครั้ง)
  8. นักท่องเที่ยวต้องไม่รบกวนสัตว์ป่า ล่าสัตว์ เก็บของป่า หรือนำพืชพันธุ์ออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด
  9. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของการเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอย่างเคร่งครัด
  10. ชำระค่าเช่า/บริการต่างๆ ก่อนการเดินทางขึ้นดอย มีเต็นท์ให้เช่า

การเดินทางโดยรถส่วนตัว

จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยทางรถยนต์ตามเส้นทางสายเดิม ตามข้อ 1.1 ถึงอำเภอฮอด แต่แทนที่จะแยกเข้าอำเภอดอยเต่า ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1103 จะเดินทางต่อตามเส้นทางเดิม (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) จากอำเภอฮอดไปอีก 39 กม. แยกเข้าตามทางหลวง จังหวัดหมายเลข 1099

ถึงบ้านปางโอ้งโม้ง ตำบลยางเปียง อำเภออมก๋อย ตรงหลักกิโลเมตรที่ 32 แยกเข้าสู่เส้นทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร รวมจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ระยะทางประมาณ 171 กม.

ข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม

ดอยม่อนจองเปิดให้ท่องเที่ยวในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึง 15 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นจะปิด ไม่อนุญาตให้ นักท่องเที่ยวขึ้นเพราะต้องระวังภัยเรื่องช้างป่า

ที่ออกมาหากิน รวมถึงสภาพอากาศที่แห้งซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสำหรับเวลา ในเวลาในการเดินทางขึ้น ดอยม่อนจอง นักท่องเที่ยวควรใช้ประมาณ 2 วัน 1 คืน

ติดต่อหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ โทร 085 708 7441
153 หมู่ 2 ต. ยางเปียง อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่  50310

ขอขอบคุณบทความแนะนำที่เที่ยวดีๆ โดย ufabet