Categories
Blog

ตึกชิโนโปตุกี ภูเก็ต

ตึกชิโนโปตุกี-ภูเก็ต

ตึกชิโนโปตุกี ภูเก็ต อารยธรรมเก่า

ตึกชิโนโปตุกี ภูเก็ต คือ สถาปัตยกรรมจีน – โปรตุเกส (อังกฤษ: Sino-Portuguese Architecture) คือ รูปแบบของสถาปัตยกรรม ที่ผสมผสานกันระหว่าง ตะวันออกกับตะวันตก คือ โปรตุเกส จีน และ มลายูในแหลม

มลายูสมัยจักรวรรดินิยม ตะวันตก ราวปี พ.ศ. 2054 สามารถพบเห็นได้ในมะละกา ปีนัง สิงคโปร์ มาเก๊า รวมถึงไทย เช่น ในเขตเทศบาลนครภูเก็ตซึ่งมีจำนวนมาก และ สมบูรณ์ที่สุด แห่งหนึ่งในประเทศไทย

ตึกชิโนโปตุกี ภูเก็ต สถาปัตยกรรมจีน – โปรตุเกสเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ในสมัยที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลสำเร็จ ราชการมณฑลภูเก็ต ในช่วงปี

พ.ศ. 2444–2456 ตรงกับ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ถือเป็น ผู้ที่พัฒนาเมืองภูเก็ต ให้มีความเจริญในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะ การวางผังเมืองภูเก็ตใหม่ ในระบบกริดตาราง

เมืองเก่าภูเก็ต ชมตึกสุดคลาสสิค ตึกชิโนโปตุกี ภูเก็ต

ตึกชิโนโปตุกี-ภูเก็ต-2

นอกจากความสวยงาม ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเกาะ และ ทะเล ที่สวยงามแล้ว ภูเก็ต คือ เมืองที่มีประวัติศาสตร์ และ ความรุ่งเรืองอันยาวนาน โดยหนึ่งในรอยอดีตอันรุ่งเรืองของภูเก็ต คือ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีส

ตลอดสองฝั่งถนน จนเป็นเอกลักษณ์ ที่โดดเด่น ตึกเก่าเหล่านี้ กระจายอยู่ทั่วตัวเมืองภูเก็ต สามารถเดินชม นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารอร่อย ร้านกาแฟเก๋ ร้านค้าขายของที่ระลึก ให้เที่ยว ช้อป กิน ไปอย่างเพลิดเพลิน เมื่อมาถึงภูเก็ต จึงเป็นกิจกรรมท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาด

การได้มาเดินชมเมืองเก่า สำหรับการชมเมืองเก่าภูเก็ต แนะนำให้เดินจะดีที่สุด เพราะตึกเก่าส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนน ตามเส้นต่างๆ ซึ่งเชื่อมต่อกันไม่ไกลมาก ตั้งแต่ถนนถลาง เยาวราช ดีบุก พังงา เทพกระษัตรี เดินชมถ่ายรูปแวะตรงจุดนั้นนี้ไปเรื่อยก็เพลินดี

เพราะหากขับรถ จะค่อนข้างหาที่จอดยาก หากเดินชม แล้วเหนื่อยสามารถเรียกมอเตอร์ไซต์รับจ้าง ที่ขับผ่านไปมา ไปส่งตามจุดต่างๆ ได้ ค่าโดยสารเริ่มต้นเที่ยวละ 20 บาท ช่วงเวลาที่เหมาะสม หากอยากเดินถ่ายภาพตึกให้ได้แสงสวยๆ แนะนำช่วงเช้าดีที่สุด

แต่ถ้าอยากเดินเล่น แวะร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าไปด้วย มาช่วงบ่ายแก่ๆ ก็จะไม่ร้อนมาก และช่วงกลางคืนย่านเมืองเก่าภูเก็ตค่อนข้างคึกคัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟมีเยอะมาก ตั้งอยู่ติดๆกันจนเลือกไม่ถูกว่าต้องไปร้านไหน

ชอบบรรยากาศ หรือ อยากทานอาหารแบบไหน เลือกได้ตามใจชอบ ร้านอาหารส่วนใหญ่ เน้นอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่หาทานได้ยาก อาหารใต้ ติ่มซำ ขนมจีน บะหมี่ชื่อดัง ของหวาน ย่านเก่าเมืองภูเก็ต มีหมดทานจนหนังท้องตึง

ลักษณะตึกชิโนโปตุกี

ตึกชิโนโปตุกี-ภูเก็ต-3

ลักษณะของสถาปัตยกรรม แบบจีน-โปรตุเกส คือ การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุโรป กับ ศิลปะจีน กล่าวคือ “สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม” (colonial style)

ถ้าเป็นอาคารสองชั้น กึ่งร้านค้า กึ่งที่อยู่อาศัย (shop-house หรือ semi-residential) จะมีด้านหน้าอาคารที่ชั้นล่างมีช่องโค้ง (arch) ต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดการเดินเท้า

ที่ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า “อาเขต” (arcade) หรือ ที่ภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า หง่อคาขี่ ซึ่งมีความหมายว่า ทางเดินกว้างห้า ในภาษามลายูแปลว่าทางเดินเท้า กากี่แปลว่าเท้า นอกจากอาเขตแล้ว

อาคารแบบอาณานิคมมีการนำลวดลายศิลปะตะวันตกแบบกรีก-โรมัน หรือเรียกว่า “ศิลปะคลาสสิก” เช่น หน้าต่างวงโค้งเกือกม้า หรือ หัวเสาแบบไอโอนิก

(แบบม้วนก้นหอย) และ คอรินเทียน (มีใบไม้ขนาดใหญ่ประดับ) เป็นต้น ซึ่งนักวิชาการบางท่านอาจเรียกสถาปัตยกรรมแบบนี้ว่า “คลาสสิกใหม่” สิ่งที่ผสมผสานศิลปะจีนคือ ลวดลายการตกแต่ง

ไม่ว่าจะเป็นภาพประติมากรรมนูนต่ำหรือนูนสูงทำด้วยปูนปั้นระบายสีของช่างฝีมือจีนประดับอยู่บนโครงสร้างอาคารแบบโปรตุเกส บานประตูหน้าต่าง ตลอดจนการตกแต่งภายในที่มีลักษณะเป็นศิลปะแบบจีน

ถนนพังงา ถนนภูเก็ต ถนนมนตรี

ตึกชิโนโปตุกี-ภูเก็ต-1

ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแยกถลาง มีอาคารที่น่าสนใจ คือ ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ ถือได้ว่าเป็นอาคารสัญลักษณ์ของย่านเก่าภูเก็ต แต่ก่อนเป็นตึกเก่าแก่สีขาว ปัจจุบันทาสีใหม่เป็นสีเหลืองโดดเด่น ด้วยหอนาฬิกาสูง 4 ชั้นมีหลังคาคล้ายรูปหมวกตำรวจ

สมัยก่อน ช่องประตูหน้าต่าง แบ่งเป็นช่องโค้ง มีเสาอิงแบ่ง เป็นช่วงประดับลายปูนปั้น บนยอดซุ้มโค้งสวยงาม เลี้ยวขวาเข้าถ.รัษฎาไปจนถึงวงเวียนสุริยเดช และตรงไปตามถ.ระนอง ซึ่งช่วงนี้จะได้พบกับตึกที่น่าสนใจ อาทิ โรงแรมออน ออน

ถนนกระบี่ และ ถนนสตูล

เส้นทางสายนี้ มีอาคารเก่า ที่ชวนชมอย่างอาคาร พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เป็นตึก 2 ชั้น ชั้นล่างมีซุ้มโค้งเตี้ยขนาดใหญ่ 3 ซุ้ม มีเสากลมรับโค้ง หัวเสาประดับด้วยลายบัวแบบกึ่งไอโอนิค และ คอรินเธียน ผนังอาคารเซาะ

ร่องขนาดใหญ่ เรียกว่า Rustication ชั้นบนมีซุ้ม หน้าต่าง 3 ซุ้ม มีช่องหน้าต่าง 2 ช่องกรอบหน้าต่างด้านบนเป็นจั่วโรมัน บานหน้าต่างไม้สี่เหลี่ยม มีลวดลาย เรขาคณิต เหนือซุ้มช่วงกลาง มีหน้าจั่วปูนปั้นรูปค้างคาว

ถนนถลาง และ ซอยรมณีย์

ถนนสายประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ถนนเส้นนี้ คือ ศูนย์กลางของการท่องเที่ยวย่านเก่าภูเก็ต ที่มีอาคารตึกแถวเก่า จำนวนมาก รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร

ร้านกาแฟ และ ร้านขายของที่ระลึก มากมายหลายร้าน ตัวตึกมีรูปแบบ การตกแต่งช่องหน้าต่างโค้ง ตามแบบสถาปัตยกรรมยุคนีโอคลาสสิค มีลวดลายที่ดงามเน้นธรรมชาติเถาไม้ ใบไม้ และ รูปสัตว์

ตึกแถวบริเวณนี้มีลักษณะเด่นอยู่ที่ประตูด้านหน้า เป็นแบบบานเฟี้ยมไม้เก่าแก่ ช่วงเสาจะกว้างเท่ากับตึก 2 คูหารวมกัน มีการนำศิลปะการเจาะช่องหน้าต่าง

ลวดลายปูนปั้น แบบอาร์ตเดโคมา ใช้ได้อย่างกลมกลืน และ สวยงาม ซึ่งในปัจจุบัน บ้านเรือน และ อาคารหลายหลัง มีการทาสีใหม่ แต่ยังคงรูปแบบเดิมไว้ นอกจากนี้ถนนถลาง ยังมีซอยรมณีย์ ซอยเล็ก

อีกหนึ่งจุดที่นักท่องเทียวนิยมมาถ่ายภาพ เนื่องจาก มีอาคารสีสันสดใสหลากสี ทั้งชมพู เหลือง น้ำเงิน และมีร้านกาแฟ อยู่ในซอยนี้หลายร้าน รวมทั้งที่พักด้วย เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

ขอขอบคุณบทความรีวิวสถานที่ดัง โดย sagaming66

เครดิต : https://ufabets5.com/sa-gaming-66/