Categories
Blog

พญาคันคาก ยโสธร

พญาคันคาก-ยโสธร2

พญาคันคาก ยโสธร ประติมากรรมสุดอลังการ

พญาคันคาก ยโสธร เป็นจังหวัดที่มีประเพณี การปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับ ศาสนา ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวยโสธร ซึ่งมีความเชื่อว่าโลกนั้น ประกอบด้วย โลกมนุษย์ โลกเทวดา และ โลกบาดาล โดยโลกมนุษย์ อยู่ภายใต้อิทธิพลของโลกเทวดา

ซึ่งชาวอีสาน เรียกเทวดาว่า พญาแถน ซึ่งพญาแถนมีอิทธิพลต่อ ฝน ฟ้า ลม หากมนุษย์ทำให้พญาแถนโปรดปราน หรือ พอใจ ก็จะบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล จึงเกิด พิธีการบูชาพญาแถน โดยการใช้บั้งไฟ เพื่อแสดงการเคารพ และ เป็นการขอฝนจากพญาแถน

อันเป็นที่มาของประเพณี บุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธรอันโด่งดัง จากตำนานเรื่องเล่า อันถือว่ามีความสำคัญ ต่อจังหวัดยโสธร ดังกล่าวข้างต้น จังหวัดยโสธรจึงจัดสร้าง วิมานพญาแถน ขึ้นบริเวณลำทวน เพื่อใช้เป็นสถานที่ที่แสดงถึง วัฒนธรรมประเพณี ของจังหวัด

เป็นแหล่งท่องเที่ยว และ แหล่งเรียนรู้ ที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งภายในวิมานพญาแถนนั้น ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่สะท้อน ถึงตำนานบุญบั้งไฟของ ยโสธร จึงจัดสร้าง วิมานพญาแถน ขึ้นบริเวณลำทวนเพื่อใช้เป็นสถานที่ ที่แสดงถึงวัฒนธรรมประเพณี ของจังหวัด

เป็นแหล่งท่องเที่ยว และ แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ของจังหวัดโดยเริ่มก่อสร้างวิมานพญาแถน มาตั้งแต่สมัย นายวันชัย อุดมสิน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรและอดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ได้เริ่มดำเนินการเป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อนายพีรพันธุ์ พาลุสุข

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ขณะนั้น ได้จัดสรรงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดคือ ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ มาดำเนินการก่อสร้าง เป็นช่วงๆ ปี คาดว่าจะใช้งบทั้งสิ้นประมาณ 200 ล้านบาท เป้าหมายเพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในกลุ่มจังหวัด

ประวัติ พญาคันคาก ยโสธร

พญาคันคาก ยโสธร พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก หรือ พิพิธภัณฑ์คางคก แลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่โดดเด่นแปลกตาของจังหวัดยโสธร ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำลำทวน อำเภอเมือง บริเวณสวนสาธารณะพญาแถน

เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่สอดแทรกตำนาน เรื่องเล่าพื้นเมือง ของชาวอีสาน เกี่ยวกับตำนาน พญาคางคก และ ประเพณีบุญ บั้งไฟอันโด่งดัง ตัวอาคารถูกออกแบบให้เป็นรูปคางคกขนาดยักษ์เป็นอาคารสูง 5 ชั้น

หรือ ประมาณ 19 เมตร พื้นที่ประมาณ 835 ตารางเมตร และ นิทรรศการภายในจะบอก เรื่องเกี่ยวกับที่มาของบั้งไฟ โดยจัดฉายเป็นภาพยนตร์ 4 มิติ และ นิทรรศการ เกี่ยวกับคางคกชนิดต่าง ๆ

ที่พบได้ในเมืองไทยที่มีอยู่กว่า 20 ชนิด และ มีการรวบรวมของดีทางด้านเกษตรกรรม ของเมืองยโสธร ไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ รวมถึง เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยของจังหวัดยโสธร

พญาคันคาก

พญาคันคาก-ยโสธร-1

อาคารรูปร่างคากคงสูงใหญ่ สีส้มสดใสริมลำทวน (แม่น้ำทวน) ตัวเมืองยโสธร กลายเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนเสร็จเรียบร้อย และ ตอนนี้สมบูรณ์พร้อมยิ่งขึ้นเมื่อเปิดพิพิธภัณฑ์ภายในให้ชมกันแล้วตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

บอกเล่าตำนานการสู้รบ ระหว่างพญาคันคาก กับ พญาแถน อันเป็นที่มาของประเพณีบุญบั้งไฟ รวมถึง เรื่องทางชีววิทยาเกี่ยวกับ คางคก กบ อึ่ง เขียด ในประเทศไทย และ ความเป็นมาของยโสธรด้านอื่นๆ แถมชั้นบนสุดบริเวณปากพญาคันคากเป็นจุดชมวิวมองเห็นเมืองยโสธรกว้างไกลอีกด้วย

ใกล้เคียงกันคือพิพิธภัณฑ์พญานาค ใช้แสงสีเสียงแสดงเรื่องราวความเชื่อของคนพื้นถิ่นทางภาคอีสานอย่างน่าสนใจ เสียเงินเพียงครั้งเดียวเที่ยวได้ทั้งสองพิพิธภัณฑ์ เป็นจุดเช็คอินต้องห้ามพลาดของยโสธร

ดึกดำบรรพ์กาลเมื่อก่อน ก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด คนกับสัตว์พูดจาปราศรัยไต่ถามรู้ความกันเป็นเรื่องปกติธรรมดา บริเวณหุบเขาและทุ่งราบกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง มีบ้านเมืองแว่นแคว้นหนึ่งตั้งอยู่ชื่อว่าเมืองชมพู แวดล้อมด้วยคูน้ำและคันดินเป็นปราการอยู่กลางทุ่งราบ ที่มีห้วยหนองคลองบึงบุ่งทามลำธารลานลาดพาดผ่าน

พระราชาผู้ครองเมืองชมพูมีนามว่า พญาเอกราช มเหสีมีนามว่า นางสีดา ข้าทาสบริวารกับไพร่บ้านพลเมืองของนางสีดา และพญา เอกราชมีมากมายนับไม่ถ้วน ล้วนเป็นชนเผ่าเหล่ากอหน่อเนื้อเชื้อพันธุ์ต่างๆ กัน แต่ตั้งหลักแหล่งแห่งหนปนอยู่ด้วยกันอย่างสดชื่นรื่นรมย์อุดมสมบูรณ์ ครานั้นครั้นนางสีดามเหสีมีครรภ์แก่ครบกำหนดคลอด ก็คลอดลูกเป็นคันคาก คือคางคกตัวผู้ ผิวพรรณขรุขระน่าเกลียดน่ากลัว

การเดินทาง ไปยัง พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก

ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) มาจนถึงจังหวัดสระบุรี จากนั้นให้แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมา อำเภอพิมาย มาจนถึงอำเภอบ้านไผ่ แล้วแยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเสลภูมิ มาจนถึงจังหวัดยโสธร ส่วนทางไป พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ไม่ยากเลย เปิดแมพตามมาได้เลย

หรืออีกเส้นทางนึง จากถนน ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จังหวัดนครราชสีมา ก็ให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 207 ที่บ้านวัด จนถึงอำเภอประทาย จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 202 ผ่านอำเภอพุทไธสง อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ ไปจนถึงจังหวัดยโสธร

การเข้าเยี่ยมชมภายในอาคารพิพิธภัณฑ์พญาคันคากและอาคารพิพิธภัณฑ์พญานาค

พญาคันคาก-ยโสธร1

เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันจันทร์ (ปิดวันอังคาร ยกเว้นตรงกับวันหยุดราชการ) วันธรรมดา ช่วงเช้า เวลา 09.00 -12.00 น. ช่วงบ่าย เวลา 15.00 – 18.00 น วันหยุดราชการ ช่วงเช้า เวลา 09.00 -12.00 น. ช่วงบ่าย เวลา 13.00 – 19.00 น.ห้ามนำอาหารและ เครื่องดื่มทุกชนิดเข้าไปภายในอาคารพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก และ อาคารพิพิธภัณฑ์พญานาค

บริเวณพิพิธภัณฑ์คันคาก มีให้บริการรถรางชมเมืองฟรี ทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที โดยจะแวะจอด 5 สถานีด้วยกัน คือ สถานีวิมานพญาแถน สถานีวัดมหาธาตุ สถานีบ้านสิงห์ท่า สถานีบุ่งน้อยบุ่งใหญ่ และ สถานีวัดศรีธรรมาราม เลือกขึ้นกันได้ 3 เที่ยว คือ
– เที่ยวที่ 1 เวลา 09.30 น. – 10.50 น.
– เที่ยวที่ 2 เวลา 14.00 น. – 15.20 น.
– เที่ยวที่ 3 เวลา 16.00 น. – 17.20 น.

ขอขอบคุณบทความแนะแนวการท่องเที่ยวโดย ufabet.com

เครดิต https://ufabets5.com/