Categories
Blog

รีวิว เกมส์

League of Legends

League of Legends หรือเรียกสั้น ๆ ว่า LoL เป็นเกมแนว MOBA พัฒนาโดย Riot Games เล่นได้บนระบบปฏิบัติการ Microsoft และ MacOS

รูปแบบการเล่น League of Legends

League of Legends เป็นเกม MOBA 3 มิติที่ออกแบบให้เล่นในมุมมองบุคคลที่ 3 ตัวละครหลักของ League of Legends นั้นคือ Champion ที่จะถูกบังคับ โดย ผู้เล่น หรือ AI และจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน. ซึ่งแต่ละทีมนั้นเริ่มต้นโดยมี สิ่งก่อสร้างอันหนึ่งที่เรียกว่า Nexus อยู่ตรงกลาง เป้าหมายของแต่ละเกมส์ คือ ร่วมมือกันกับเพื่อนร่วมทีมสร้างช่องโหว่ที่ฐานของทีมตรงข้าม และ ทำลาย Nexus ของพวกเขา

ในขณะเดียวกัน แต่ละเน็คซัสนั้นจะสร้างลูกสมุนที่เรียกว่า Minions ที่จะเดินทางบนเลนส์ไปสู่ฐานของศัตรู ช่องว่างระหว่างเลนส์นั้นจะมีพื้นที่ป่า ซึ่งสัตว์ประหลาดไร้ฝ่ายอาศัยอยู่. ทั้งสองทีมสามารถที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้เพื่อเอาเงินและ ประสบการณ์ได้.

ในทุกโหมด ผู้เล่นจะควบคุมตัวละคร หรือที่เรียกว่า “แชมเปียนส์” โดยการเลือกหรือการสุ่มในทุก ๆ เกมส์. แชมเปียนส์จะเริ่มต้นด้วยเลเวลที่ต่ำที่สุด และ หลังจากนั้นจะเก็บค่าประสบการณ์จนเต็มที่เลเวล 18 โดยเมื่อเลเวลเพิ่ม 1 เลเวลในเกม. จะทำให้ผู้เล่นสามารถปลดล็อกความสามารถของแชมเปียนส์ได้.

โดยผู้เล่นจะเริ่มต้นเกมด้วยทองที่ต่ำ และสามารถเก็บทองได้จากหลายทาง เช่น การฆ่าตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น หรือที่เรียกว่า มินเนียนส์ และ มอนสเตอร์, การฆ่าศัตรูหรือช่วยเหลือในการฆ่า, การทำลายสิ่งก่อสร้าง, ทองจะเพิ่มอัตโนมัติตามเวลา และไอเทมเพิ่มทอง หรือ ความสามารถของแชมเปียนส์นั้น ๆ ซึ่งทองสามารถนำไปซื้อไอเทม หรือ สิ่งของภายในเกม เพื่อทำให้ตัวละครมีความสามารถที่เพิ่มขึ้น โดยการเก็บค่าประสบการณ์, การได้รับทอง, การซื้อไอเทม ของตัวละคร จะส่งผลต่อทีมในเกมนั้นด้วย

ในระบบเกมส์ ผู้เล่นสามารถที่จะได้รับรางวัลตามเกมที่ได้เล่นไป ซึ่งค่าประสบการณ์ของผู้เล่นจะขึ้นอยู่กับเวลาและเกมที่ได้เล่นไป รวมถึงผลงานของผู้เล่นในเกมด้วย ซึ่งบัญชีของผู้เล่นจะเริ่มต้นที่เลเวล 1 ซึ่งในบางแผนที่และในบางโหมดนั้น ผู้เล่นใหม่อาจจะไม่สามารถเล่นได้

อย่างไรก็ดี ในเกมนั้นจะมี 2 ความสามารถพิเศษที่จะเพิ่มให้ติดตัวไว้ใช้ในเกม หรือที่เรียกว่า Spells และผู้เล่นสามารถปลดล็อกรูนและมาสเตอรีส์ได้เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการเล่นในเกมเมื่อมีการต่อสู้

ในทุกโหมดจะใช้ระบบจับคู่อัตโนมัติโดยคิดตามสูตร Elo โดยจะจับคู่กับผู้เล่นที่มีคะแนนอีโลใกล้เคียงกัน ในเรื่องพฤติกรรมของผู้เล่นระหว่างเกม ผู้เล่นบางคนอาจแสดงพฤติกรรมไม่ดี หรือใช้ถ้อยคำหยาบคายในเกม ซึ่งจะมีบทลงโทษที่แตกต่างไปตามการกระทำของผู้เล่น. โดยจะใช้ระบบแจ้งผู้เล่นอัตโนมัติ ซึ่งจะมีตั้งแต่การตักเตือน, การงดใช้แชท, หรืออาจจะเป็นการแบนจากเกม ซึ่งมีทั้งการแบนชั่วคราวและถาวร

โดยระบบนี้เข้ามาแทนระบบเก่า โดยเรียกว่า Tribunal ซึ่งระบบจะส่งคำพูดในเกมไปให้เกมมาสเตอร์เพื่อตัดสินการกระทำและถ้อยคำที่ใช้ในเกม ซึ่งการแบนถาวรนั้นจะมีการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน

แผนที่ League of Legends

League of Legends มีแผนที่ 4 แบบ โดยจะมีป้อมปราการ, จุดประสงค์และวิธีการเล่นของเกมที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมไปถึงสเปลส์และไอเทมด้วย

Summoner’s Rift

ริวิว เกมส์
รีวิว เกมส์

Summoner’s Rift เป็นแผนที่ยอดนิยมที่สุดในเกม โดยในแผนที่นี้ ทั้ง 2 ทีมที่มีทีมละ 5 คน จะต้องแข่งขันกันทำลายสิ่งก่อสร้างของฝ่ายตรงข้ามที่เรียกว่า Nexus ซึ่งจะถูกป้องกันโดยสิ่งก่อสร้าง, ป้อมปราการ รวมไปถึงผู้เล่นของฝ่ายตรงข้าม โดยจะมี Nexus ตั้งอยู่ในฐานของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะตั้งอยู่ในมุมซ้ายล่างและมุมขวาบนของแผนที่ ซึ่งสิ่งก่อสร้างนั้นจะผลิตตัวละครที่มีความอ่อนแอกว่าผู้เล่น หรือที่เรียกว่า มินเนียนส์ โดยมันจะเดินไปจนถึงฐานของฝ่ายตรงข้ามใน 3 ทิศทาง คือ บน ล่าง และ กลาง ซึ่งผู้เล่นจะต้องพามินเนียนส์ไปยังฐานของฝ่ายตรงข้าม โดยจะต้องทำลายสิ่งก่อสร้าง ทำลาย Nexus เพื่อที่จะชนะเกม

ระหว่างในเลนของทั้งสองฝั่ง จะมีพื้นที่ที่เป็นป่าและแม่น้ำ ซึ่งในป่าจะแบ่งเป็น 4 ควอดรันต์ และจะมีตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น และมีพลังที่มากกว่ามินเนียนส์ ซึ่งเรียกว่า มอนสเตอส์ โดยแม่น้ำจะแบ่งแผนที่ระหว่างฝั่งบนซ้ายและฝั่งล่างขวาเป็นส่วนเท่า ๆ กัน โดยในแม่น้ำนั้นจะมีมอนสเตอส์ป่า 3 แบบ คือ Scuttle Crab, Dragon และ Rift Herald หรือ Baron Nashor

Twisted Treeline

รีวิว เกมส์

Twisted Treeline มีความคล้ายคลึงกับ Summoner’s Rift โดยจะแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม ทีมละ 3 คน โดยมีเป้าหมายคือทำลายเน็กซัสของฝ่ายตรงข้าม ที่ได้รับการปกป้องจากป้อมปราการ โดยเน็กซัสจะตั้งอยู่ที่ฐานในด้านซ้ายและขวาของแผนที่ ซึ่งเน็กซัสจะผลิตมินเนียนส์ออกมา โดยมันจะเดินไปตามทางซึ่งมี 2 เลน คือบน และ ล่าง โดยจะเดินจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายของแผนที่ ผู้เล่นจะต้องพามินเนียนส์ไปยังฐานของฝ่ายตรงข้าม เมื่อทำลายป้อมปราการและทำลายเน็กซัส ก็จะทำให้ชนะเกม

ส่วนพื้นที่ระหว่างเลนนั้นเรียกว่าป่า (Jungle) โดยป่าจะมีพื้นที่อยู่ตรงกลางแผนที่ ระหว่างเลนบน และเลนล่าง

Howling Abyss

รีวิว เกมส์

Howling Abyss มีความคล้ายคลึงกับ Summoner’s Rift ซึ่งจะแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน มีจุดมุ่งหมายคือการทำลายเน็กซัสฝ่ายตรงข้าม ซึ่งได้รับการปกป้องจากป้อมปราการ มีเน็กซัสตั้งอยู่ในฐานบนด้านซ้าย และขวาของแผนที่ โดยเน็กซัสจะผลิตมินเนียนส์ออกมา มันจะเดินไปตามเลนกลาง ซึ่งเป็นเลนเดียวของแผนที่นี้ โดยผู้เล่นจะต้องพามินเนียนส์ไปยังฐานของฝ่ายตรงข้าม เพื่อทำลายสิ่งก่อสร้างและจะชนะเกม สิ่งที่ไม่เหมือนกับซัมมอนเนอส์ริฟต์ และ ทวิสต์ทรีไลน์ คือฮาวลิงอาบิสส์นั้น ไม่มีพื้นที่ของป่า เพราะมีเพียงเลนเดียว และอีกสิ่งที่ไม่เหมือนกับแผนที่ข้างต้นนั้นคือผู้เล่นจะไม่สามารถกลับไปยังฐานของตัวเองเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตและมานา รวมไปถึงไม่สามารถซื้อของเพิ่มได้ จนกว่าผู้เล่นจะถูกฆ่าเท่านั้น

Crystal Scar

รีวิว เกมส์

Crystal Scar หรือ Dominion เป็นโหมดที่มีความแตกต่างกับโหมดอื่น โดยมีจุดมุ่งหมายคือการเก็บแต้มและรักษาแต้มนั้นไว้ให้นานที่สุดจนกว่าจะหมดเวลา แผนที่นั้นจะมีจุดวงกลมที่มีแต้ม ตั้งอยู่ทางด้าน 12 นาฬิกา, 1 นาฬิกา 30 นาที, 4 นาฬิกา 30 นาที, 7 นาฬิกา 30 นาที และ 10 นาฬิกา 30 นาที ตามเข็มสั้นของนาฬิกา โดยทีมจะต้องควบคุมฐานหรือที่เรียกว่าน้ำพุ (fountain) ตั้งอยู่ฝั่งมุมล่างซ้ายและมุมขวาบนของแผนที่ เมื่อทีมสามารถทำแต้มได้มากกว่าทีมฝ่ายตรงข้ามจนหมดเวลา จะทำให้ชนะเกม ซึ่งแต้มจะนับถอยหลังจาก 200 จนถึง 0 และจะทำให้ทีมที่มีแต้มมากกว่าชนะเกม

มินเนียนส์จะเกิดจากตำแหน่งด้านข้างและเดินไปตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกา ซึ่งสามารถเก็บแต้มได้จากการโจมตีมินเนียนส์ฝ่ายตรงข้าม และแชมเปียนส์ฝ่ายตรงข้าม และจะทำให้สามารถเข้าไปถึงพื้นที่ป้อมปราการได้

อ้างอิง : https://www.wikipedia.org

กลับสู่หน้าแรก