Categories
Blog

วัดมหาธาตุ อยุธยา

วัดมหาธาตุ-อยุธยา

วัดมหาธาตุ อยุธยา

วัดมหาธาตุ อยุธยา คือ ตั้งอยู่ในตัวเมืองอยุธยา มีสิ่งที่โดดเด่น คือ เศียรพระพุทธรูป กว่าร้อยปีในรากไม้ โดยเศียรพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปหินทรายเหลือ แค่ส่วนเศียรสำหรับองค์พระนั้น หายไป และ เป็นเศียรพระพุทธรูป เป็นศิลปะอยุธยา วางอยู่ในรากโพธิ์ข้างวิหาร

คาดว่าเศียรพระพุทธรูปนี้ จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้น ไม้ในสมัยเสียกรุงจนรากไม้ขึ้นปกคลุม ทำให้มีความงดงาม แปลกตากลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดที่มีชื่อเสียงและ เป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วัดมหาธาตุเป็นพระอารามหลวง

ตั้งอยู่ใกล้วัดราชบูรณะ ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา สร้างในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่ไม่แล้วเสร็จ ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อน และ ได้สร้างเพิ่มเติมจนเสร็จ ในสมัย สมเด็จพระราเมศวร

โดยได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์ประธาน และ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ. 1927 ซึ่งปรากฏ ในพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ความสำคัญของวัดมหาธาตุนั้น

นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐาน องค์พระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังถือว่าเป็น วัดที่เป็นศูนย์กลางเมือง และ เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยา โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีประทับอยู่ภายในวัด ส่วนพระสังฆราช ฝ่ายอรัญวาสีนั้น

ประทับอยู่ที่วัดป่าแก้ว (วัดใหญ่ชัยมงคล) นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ๆ พระศรีศิลป์ และ หมื่นศรีสรรักษ์ พร้อมคณะ ได้ซุ่มพล ที่ปรางค์วัดมหาธาตุ ก่อนยกพลเข้าพระราชวัง ทางประตูมงคลสุนทร เพื่อจับกุม สมเด็จพระ ศรีเสาวภาคย์ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม

ปรางค์ของวัดองค์เดิม ที่สร้างด้วยศิลาแลง ยอดพระปรางค์ ได้ทลายลงมาเกือบครึ่งองค์ถึงชั้นครุฑ แต่จะด้วยเหตุผลประการใด ไม่ทราบ จึงยังมิได้ซ่อมแซมให้คืนดีดั้งเดิมในรัชกาลนั้น ต่อมาสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงบูรณะใหม่รวมเป็นความสูง 25 วา

เมื่อปี พ.ศ. 2176 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ เมื่อปี พ.ศ. 2275 – 2301 จนถึงช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2 วัดมหาธาตุ โดนทำลายจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง และ ถูกทิ้งร้าง ต่อมายอด พระปรางค์ได้พังทลายลงมาอีกครั้ง ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5

ภายในบริเวณวัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ-อยุธยา-1

หลังจากที่ได้ชมจุดเด่น ของวัดมหาธาตุไปแล้ว ก็มีหลายคน ที่ออกเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่นๆ ในพระนครศรีอยุธยา แต่ถ้าหากมีเวลาลองเดินสำรวจรอบๆ

บริเวณวัดมหาธาตุ จะพบว่า เป็นวัดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ประกอบด้วย เจดีย์ ปรางค์ อาคารต่างๆ มากมาย ส่วนที่เห็นนี้น่าจะ เป็นระเบียงคดของวัดมหาธาตุ

ซึ่งนิยมที่จะประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ เรียงรายกันไปบนฐานสูงเท่าๆ กัน และ พบเห็นการสร้างระเบียงคดแบบนี้ จนถึง วัดในสมัยปัจจุบันด้วย

จารึกแผ่นดีบุก

เมื่อ พ.ศ. 2500 มีการขุดค้นพบจารึกแผ่นดีบุกบริเวณกรุฐานพระปรางค์ พร้อมกับโบราณวัตถุอีกหลายอย่าง ตัวจารึกเป็นอักษรไทยอยุธยา เนื้อหาโดยสังเขป เป็นคำอุทิศส่วนกุศล

จากการหล่อพระพุทธพิมพ์เท่าจำนวนวันเกิด การภาวนา และ การบูชาพระรัตนตรัย ตอนท้ายระบุชื่อและอายุของผู้สร้างพระพิมพ์คือ พ่ออ้ายและแม่เฉา อายุ 75 ปี

ระบุจำนวนวันตามอายุของตนว่า “..ญิบหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยวัน..” (หมายถึง 27,500 วัน ซึ่งหากคำนวนแล้วจะพบว่าจำนวนวันมากกว่าตามความจริงเล็กน้อย)

เนื้อหาในจารึกแผ่นนี้จึงทำให้ทราบถึงการสร้างพระพิมพ์ในสมัยอยุธยาว่า นอกจากจะสร้าง เพื่อสืบทอดศาสนาแล้ว ยังมีขนบการสร้างตามจำนวนเท่ากับวันเกิดของตนด้วย[1]

สิ่งที่น่าสนใจในวัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ-อยุธยา-2

พระปรางค์ขนาดใหญ่

ซึ่งในปัจจุบัน พังทลายลงมาหมดแล้ว ที่ฐานของพระปรางค์ มีรูปราชสีห์ หมี หงส์ นกยูง กินนร โค สุนัขป่า กระบือ มังกร เรียงรายอยู่ โดยรอบรูปเหล่านี้อาจ หมายถึงสัตว์ในป่าหิมพานต์ ที่รายล้อม อยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล

เจดีย์แปดเหลี่ยม

เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น 8 เหลี่ยม ชั้นบนสุด ประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งเจดีย์องค์นี้ จัดว่า เป็นเจดีย์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียว ในอยุธยา

วิหารที่ฐานชุกชี

พระประธานในวิหารกรมศิลปากร พบว่ามีผู้ลักลอบ ขุดลงไปลึกถึง 2 เมตร จึงดำเนินการขุดต่อไป อีก 2 เมตร พบภาชนะดินเผา ขนาดเล็ก 5 ใบ บรรจุแผ่นทองเบาๆ รูปต่างๆ

วิหารเล็ก

วิหารเล็กแห่งนี้ มีรากไม้แผ่รากขึ้น เกาะเต็มผนัง รากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูป ไว้ธรรมดากรมศิลปากร จะต้องตัดต้นไม้ออก แต่ที่นี่ดูจะว่าเป็นที่ยกเว้น

พระปรางค์ขนาด

กลางภายในพระปรางค์ มีภาพจิตรกรรม เรือนแก้ว ซึ่งเป็นตอนหนึ่ง ในพุทธประวัติ 5 ตำหนักพระสังฆราช บริเวณพื้นที่ว่าง ทางด้านทิศตะวันตก เป็นสถานที่ ที่เป็นที่ตั้งพระตำหนัก

พระสังฆราช ราชทูตลังกาได้บอกไว้ว่า เป็นตำหนัก ที่สลักลวดลายปิดทอง มีม่านปักทอง พื้นปูพรมมีขวดปักดอกไม้ เรียงราย มีแถวเพดานแขวนอัจกลับ (โคม) มีบังลังก์ 2 แห่ง

การเดินทางไปวัดมหาธาตุ อยุธยา

โดยรถยนต์ส่วนตัว

จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรงไปจนถึงสี่แยกไฟ แดงที่ 2 เลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกลนัก ผ่านบึงพระราม จะเห็นวัดมหาธาตุอยู่ทางซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมทุก วันตั้งแต่เวลา

08.30–16.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท หมายเหตุ ตั้งแต่ เวลาประมาณ 19.30น.-21.00น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน

โดยรถสาธารณะ

จากสถานีหมอชิตใหม่ มีบริการรถโดยสารธรรมดา และ รถโดยสารปรับอากาศ ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทุกวัน และ วันละ หลายเที่ยว ทั้งรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา และ รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 กรุงเทพฯ-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร-พระนครศรีอยุธยา

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th หรือ รถตู้โดยสาร จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และ ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต นั่งรถมาลงสุดสายจาก นั้นต่อรถมอเตอร์ไซต์หรือ รถท้องถิ่น ไปยังวัดมหาธาตุ

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวทั่วไทย โดย ufabet

บทความวิธีหาเงินเที่ยวเจ๋งๆ >> คลิ้ก <<