Categories
Blog

วัดยานนาวา กรุงเทพ

วัดยานนาวา-กรุงเทพ

วัดยานนาวา กรุงเทพ สเน่ห์เมืองกรุง

วัดยานนาวา กรุงเทพ คือ พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณ มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดคอกควาย” เนื่องจากมีชาวทวาย มาลงหลักปักฐานอาศัยอยู่ เป็นจำนวนมาก และ ชาวทวาย จะนำกระบือที่เลี้ยงไว้

มาทำการซื้อขาย และ แลกเปลี่ยนกัน หมู่บ้านบริเวณนั้น จึงได้ชื่อเรียกกันต่อมาว่า “บ้านคอกควาย” ปัจจุบันมี พระธรรมวชิรโมลี (ทองสูรย์ สุริยโชโต) ดำรงตำแหน่ง เป็นเจ้าอาวาส ในสมัยกรุงธนบุรี ได้รับการยกฐานะวัดคอกควาย ขึ้นเป็นพระอารามหลวง เรียกชื่อใหม่ว่า “วัดคอกกระบือ” ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงสร้างพระอุโบสถใหม่

วัดยานนาวา กรุงเทพ ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ และ สร้างเรือสำเภาพระเจดีย์ แทนพระสถูปเจดีย์ทั่วไป เพื่อให้คนรุ่นหลัง ได้เห็นรูปแบบเรือสำเภา ซึ่งกำลังจะหมดไปจากเมืองไทย จึงได้เปลี่ยนชื่อ จากวัดคอกกระบือเป็น “วัดยานนาวา” ด้านใน มีพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าให้สักการะ

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมีดังนี้

วัดยานนาวา-กรุงเทพ-3

สำเภาพระเจดีย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนท้ายของสำเภาประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และ พระพุทธรูปปางต่างๆ รวมทั้ง พระบรมรูปบูชารัชกาลที่ 3 เปิดให้เข้าชมเวลา 8.00 – 21.00 อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ ที่มีพระบรมสารีกธาตุจาก 8 ประเทศ

มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆประดิษฐานอยู่ เปิดให้ประชาชน ได้เข้าไปสักการะบูชาได้(ห้ามถ่ายรูป) บนชั้น 3 ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว อันเชิญมาจาก วัดพระธาตุเขี้ยวแก้วเมืองเคนดี้ประเทศศรีลังกา พระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาว 3 ปางในองค์เดียวกัน ได้แก่ ปางปัญญา ปางเมตตา และ ปางสันติ

แกะสลักจากหยกขาวทั้งองค์ และ เป็นองค์แรกของโลกที่มี 3 ปางในองค์เดียวกัน มีความสูง 5 เมตร น้ำหนัก 16,500 กิโลกรัม แกะสลักโดย ช่างจากกรมศิลปากรของจีน เพื่อนำมาทูลเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะจัดให้มีงานสมโภชในวันที่ 11-21 กุมภาพันธ์ 2553

อาคารมหาเจษฎาบดินทร์

วัดยานนาวา-กรุงเทพ-1

เข้ามาในวัดยานนาวาจะอยู่ตรงกลางระหว่างอาคารที่สำคัญของวัดได้แก่อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจาก 8 ประเทศ และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระราหู บนชั้น 3ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว

ปัจจุบันด้านหน้าอาคารมีพระโพธิสัตว์กวนอิม 3 ปางใน 1 องค์ ประดิษฐานอยู่ (ขวามือในรูป) ข้างอาคารมหาเจษฎาบดินทร์มีทางเข้าลานจอดรถ (ระหว่างงานสมโภชเจ้าแม่กวนอิมห้ามนำรถเข้ามาจอด) อาคารอีกหลังจะอยู่ตรงกันข้ามกับอาคารมหาเจษฎาบดินทร์เป็นหอพระไตรปิฎก

อาคารเสนาสนะ

วัดยานนาวา-กรุงเทพ-2

สำเภายานนาวา มีความยาววัดจากหงอนข้างบนถึงท้ายบาหลี มีห้องขนาดเล็ก 21 วา 2 ศอก ความยาวส่วนล่างวัดที่พื้นดิน 18 วา 1 ศอกเศษ ความกว้างตอนกลางลำเรือ 4 วา 3 ศอก ความสูงตอนกลางลำเรือ 2 วา 3 ศอกนอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์องค์ใหญ่ และ เล็กอยู่ในลำสำเภารวม 2 องค์

ที่ห้องบาหลีมีรูปหล่อของพระเวสสันดรกับพระกัญหาบริเวณท้ายเรือชาลีประดิษฐานอยู่ อันเนื่องมาจากเนื้อความในมหาชาติคำหลวง ที่พระเวสสันดรโน้มน้าวใจพระโอรสธิดาให้อุทิศตนร่วมกับพระบิดาสร้างมหากุศล เสมือนเรือสำเภาใหญ่พามนุษยชาติข้ามโอฆสงสารไปสู่พระนิพพาน

ด้านหลังบานประตู ในพระอุโบสถ (ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1) มีภาพจิตรกรรมสำคัญ ที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้วาดขึ้น คือ รูปกระทงใหญ่ ตามแบบที่ทำ ในพระราชพิธีลอยพระประทีป และ โถยาคู ตามแบบอย่างที่ทำเลี้ยงพระ ในพระราชพิธีสารท ในรัชสมัยของพระองค์

ในปี พ.ศ. 2530 วัดก่อสร้าง อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ ในวาระมหามงคลครบรอบ 200 ปี พระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอาคารอเนกประสงค์ทรงไทย สูง 3 ชั้น ประดับด้วยยอดปราสาท 5 ยอด ใช้เป็นศาลาการเปรียญบำเพ็ญกุศล

ปฏิบัติธรรม และ เป็นหอประชุม นอกจากนั้น สร้างหอพระไตรปิฎกเป็นอาคารทรงไทย 3 ชั้น ประดับยอดปราสาท 3 ยอด ใช้เป็นห้องสมุด มีทั้งหนังสือทั่วไป และ หนังสือธรรมะ และ ยังเก็บรักษาตู้ พระไตรปิฎกเขียนลวดลายลงรักปิดทองของโบราณ

ภาพเรือสำเภาแบบฮกเกี้ยน

แต่เดิมตามแบบ ที่เจ้าพระยานิกรบดินทร์มหินธร มหากัลยาณมิตร (ต้นสกุลกัลยาณมิตร) แต่งสำเภาถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ครั้งยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ และรัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้สร้างขึ้นไว้เป็นอนุสรณ์ กลัวว่าจะสูญหายไป จากภาพเป็นกระเบื้องรูปเรือสำเภาเครื่องลายครามจากประเทศจีนที่รัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดสั่งเข้ามา ๒ คู่ สันนิษฐานว่า คู่หนึ่งอาจนำมาประดับที่วัดยานนาวา พร้อมกับคราวที่ทรงสร้างสำเภา แต่ปัจจุบันได้เสียหายไปพร้อมกับโบสถ์หลังเก่า

ส่วนท้ายสำเภา

ตรงนี้จะมีทางขึ้นไปสู่ห้องที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูป บันไดทางขึ้น-ลง มี 2 ทาง ไม่มีป้ายกำกับทางขึ้นหรือลงสามารถเดินขึ้นหรือลงทางใดก็ได้ แต่ละข้างของทางเดินจากตรงกลางสำเภาไปที่บันไดมีระฆังแขวนไว้ด้านละ 3

สำเภายานนาวา

สำเภายานนาวา มีความยาว วัดจากหงอนข้างบน ถึงท้ายบาหลี (ห้องขนาดเล็กท้ายเรือสำเภา) 21 วา 2 ศอก ความยาวส่วนล่าง วัดที่พื้นดิน 18 วา 1 ศอกเศษ ความกว้างตอนกลางลำเรือ 4 วา 3 ศอก

ความสูงตอนกลางลำเรือ 2 วา 3 ศอก นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์องค์ใหญ่ และ เล็กอยู่ในลำสำเภารวม 2 องค์ ที่ห้องบาหลี มีรูปหล่อของพระเวสสันดร กับ พระกัญหาชาลีประดิษฐานอยู่

อันเนื่องมาจากเนื้อความในมหาชาติคำหลวง ที่พระเวสสันดรโน้มน้าวใจพระโอรสธิดาให้อุทิศตนร่วมกับพระบิดาสร้างมหากุศล เสมือนเรือสำเภาใหญ่พามนุษยชาติ ข้ามโอฆสงสารไปสู่พระนิพพาน

ด้านหลังบานประตูในพระอุโบสถ (ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1) มีภาพจิตรกรรมสำคัญที่รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้วาดขึ้น คือรูปกระทงใหญ่

ตามแบบที่ทำในพระราชพิธีลอยพระประทีป และ โถยาคูตามแบบอย่างที่ทำเลี้ยงพระในพระราชพิธีสารทในรัชสมัยของพระองค์ พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3) เป็นเจ้าอาวาส

ขอขอบคุณบทความรีวิวที่เที่ยวในเมืองโดย ufa168

เครดิต : https://ufabets5.com/ufa168/