Categories
Blog

เพลงเพื่อชีวิต

ตำนาน เพลงเพื่อชีวิต คาราบาว

คาราบาว เป็นวงดนตรีเพื่อชีวิต และยังเป็นตำนาน เพลงเพื่อชีวิต ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และยังเป็นวงที่อมตะตลอดกาลของประเทศไทย โดยคำว่า คาราบาว เป็นภาษาตากาล็อก คือภาษาพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ แปลว่า ควาย หรือคนใช้แรงงาน ซึ่งทางฟิลิปปินส์ถือเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นเกษตร โดยหมายจะเป็นวงดนตรีที่มีเนื้อหาเพื่อชีวิต

ในปี พ.ศ. 2507 เพลงไทยสากลได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เพลงลูกกรุง และเพลงไทยลูกทุ่ง และในระยะเวลาไล่เลี่ยกันกระแสเพลงร็อกแอนด์โรลของทางฝั่งตะวันตกอย่างวง เดอะ บีทเทิลส์ ได้รับความนิยมอย่างมาก ในส่วนของประเทศไทยได้มีการประกวดเพลงไทยสากลแนวใหม่ชิงถ้วยพระราชทานนั่นคือ เพลงสตริงคอมโบ (ใช้เครื่องเป่าผสมกีตาร์เป็นหลัก) วงชนะเลิศคือวง ดิอิมพอสซิเบิ้ล ซึ่งเป็นวงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ต่อมาในยุคที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตทางการเมือง เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เพลงไทยมักมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง สังคม และคนยากไร้ ใช้ดนตรีเรียบง่ายอย่างกีตาร์โปร่ง ที่รู้จักกันว่า “เพลงเพื่อชีวิต” มีวงที่มีชื่อเสียงอย่างวงคาราวาน ภายหลังปี 2521 และวงคาราบาว ภายในปี 2524

ยุคบุกเบิก

วงคาราบาวเกิดจากการก่อตั้งในปี พ.ศ. 2523 โดยนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว กรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ 3 คน คือ

  • แอ๊ด ยืนยง โอภากุล  
  • เขียว กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร 
  • ไข่ สานิตย์ ลิ่มศิลา

เพื่อใช้ในการประกวดดนตรี แสดงบนเวทีในงานของมหาวิทยาลัย โดยเล่นดนตรีแนวโฟล์คในเนื้อหาที่สะท้อนสภาพปัญหาและความเป็นจริงของสังคม

เมื่อกลับมาเมืองไทย แอ๊ด และเขียวได้ร่วมกันเล่นดนตรีในเวลากลางคืน โดยกลางวันแอ๊ดทำงานอยู่ที่การเคหะแห่งชาติ ขณะที่เขียวทำให้กับบริษัทฟิลิปปินส์ที่มาเปิดในประเทศไทย ส่วนไข่ก็ขอลาออกจากวงและแยกตัวออกไปทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ภาคใต้ ทั้งคู่ออกอัลบั้มชุดแรกของวง ในชื่อ ขี้เมา เมื่อปี พ.ศ. 2524 และแอ๊ดก็ได้ติดต่อวงโฮป ให้มาช่วยโปรดิวซ์และเล่นดนตรีในห้องอัดให้ในอัลบั้มชุดนี้ และทำให้คาราบาวพอเป็นที่รู้จักบ้างในอัลบั้มนี้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 ได้มีสมาชิกในวงเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน คือ เล็ก ปรีชา ชนะภัย จากวงเพรสซิเดนท์ (โดยเล็กเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนอุเทนถวายกับแอ็ด) และได้ออกอัลบั้มชุดที่ 2 ในชื่อชุด แป๊ะขายขวด โดยเล็กได้ชักชวนสมาชิกวงเพรสซิเดนท์บางส่วน รวมทั้ง อ๊อด อนุพงษ์ ประถมปัทมะ มือเบสที่ตอนนั้นยังอยู่ในวงเพรสซิเดนท์ ให้มาเล่นเป็นแบ็คอัพของทั้ง 3 คน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง

วงคาราบาว เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในอัลบั้มชุดที่ 3 ในปี พ.ศ. 2526 จากอัลบั้มชุด วณิพก กับสังกัดอโซน่า ด้วยเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม โดยมีทีมแบ็คอัพชุดเดิม คือสมาชิกกวงเพรสซิเดนท์บางส่วน และได้หมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ เข้ามาร่วมเล่นเครื่องเคาะ, เพอร์คัสชั่นให้ด้วย(และร่วมออกทัวร์คอนเสิร์ตด้วยกัน) 

ต่อมาในปลายปีเดียวกัน คาราบาวก็ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 4 คือ ท.ทหารอดทน ซึ่งได้สมาชิกอีก 4 คน เข้ามาเป็นวงแบ็คอัพ ดังนี้

  • เป้า อำนาจ ลูกจันทร์
  • เทียรี่ เมฆวัฒนา
  • อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี
  • รัช ไพรัช เพิ่มฉลาด 

อัลบั้มนี้ถือว่าประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายอย่างมาก

ตำนาน เพลงเพื่อชีวิต

คาราบาวประสบความสำเร็จมากที่สุดในปลายปี พ.ศ. 2527 เมื่อได้ออกอัลบั้มชุดที่ 5 เมด อิน ไทยแลนด์ เป็นอัลบั้มชุดที่ 5 ซึ่งทำยอดขายได้ถึง 5,000,000 ตลับ ซึ่งเป็นสถิติยอดจำหน่ายอัลบั้มเพลงของศิลปินไทยที่สูงที่สุดของไทยที่ขณะนั้นยังไม่มีใครทำลายได้ 

ระหว่างปี พ.ศ. 2527 – พ.ศ. 2533 เรียกได้ว่าเป็นปีทองของวงคาราบาว โดยมีแอ๊ดเป็นผู้นำ โดยออกอัลบั้มออกมาทั้งหมด 5 ชุด ทุกชุดประสบความสำเร็จทั้งหมด ได้เล่นคอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกา และในทวีปยุโรปหลายครั้ง

ยุคแยกย้าย

ในปี พ.ศ. 2532 เป็นปีแยกตัวของสมาชิกวงคาราบาวยุคคลาสสิก โดยเทียรี่ เมฆวัฒนา อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และเป้า อำนาจ ลูกจันทร์ ก็ได้แยกตัวออกจากวง และออกอัลบั้มร่วมกันในชื่อชุด ขอเดี่ยวด้วยคนนะ (ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำอัลบั้มเดี่ยวจริง ๆ ของแต่ละคน) ส่วนแอ๊ด ยืนยง โอภากุล ได้แยกออกไปทำอัลบั้มเดี่ยวในชื่อชุด ทำมือ ก้นบึ้ง และโนพลอมแพลม โดยมีอ๊อด อนุพงษ์ ประถมปัทมะ และเขียว กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร รวมทั้งวงตาวันมาร่วมเล่นแบ็คอัพ และเล็ก ปรีชา ชนะภัย ได้แยกออกไปทำอัลบั้มเดี่ยวในชื่อชุด ดนตรีที่มีวิญญาณ

และในปี 2533 คาราบาวได้ออกอัลบั้มชุดที่ 10 ห้ามจอดควาย โดยชุดนี้มีสมาชิกเหลือเพียง 4 คนคือ แอ็ด, เล็ก, เขียว และ อ๊อด และได้วงตาวันมาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์ นักดนตรีห้องอัดเสียง และร่วมเล่นแบ็คอัพให้ด้วย

และหลังจากทัวร์คอนเสิร์ตอัลบั้มชุดที่ 10 เสร็จสิ้น เขียว กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร ก็ลาออกเพื่อไปทำอัลบั้มเดี่ยว และออกอัลบั้มชุดแรกชื่อชุด “ก่อกวน” ส่วนทางวงคาราบาวก็ได้รับสมาชิกเพิ่มเข้ามา มาแทนที่ตำแหน่งที่ออกไปคือ ดุก ลือชัย งามสม (มือคีย์บอร์ด, ทรัมเป็ท) โก้ ชูชาติ หนูด้วง (มือกลอง) และสมาชิกรับเชิญ น้อย ซานตานอย (คีย์บอร์ด และ แซ็คโซโฟน) ในอัลบั้มชุดที่ 11 วิชาแพะ เมื่อปี พ.ศ. 2534

ในปี พ.ศ. 2535 คาราบาวได้ออกอัลบั้มชุดที่ 12 สัจจะ ๑๐ ประการ หลังจากชุดนี้ เล็ก ได้ขอพักจากวง เพื่อไปทำอัลบั้มเดี่ยว

และในปี พ.ศ. 2536 คาราบาวได้สมาชิกคือ หมี ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ (กีตาร์โซโล่) มาร่วมเล่นกีต้าร์ในชุดที่ 13 ช้างไห้ เป็นต้นมา

น้อง ศยาพร สิงห์ทอง (เพอร์คัสชั่น, เบส ในบางเพลง) ได้มาร่วมเล่นกับคาราบาวในชุดที่ 14 รุ่นคนสร้างชาติ ในปี พ.ศ. 2537 และในอัลบั้มชุดที่
15 แจกกล้วย เมื่อปี พ.ศ. 2538

และในปีเดียวกันนั้น วงคาราบาวมีอายุครบรอบ 15 ปี คาราบาวจึงได้ออกอัลบั้มชุดพิเศษ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันอีกครั้งของสมาชิกในยุคคาสสิกทั้ง 7 คน ในชื่อชุด หากหัวใจยังรักควาย โดยออกมาถึง 2 ชุดด้วยกัน และมีการจัดคอนเสิร์ตปิดอัลบั้มคือ คอนเสิร์ตปิดทองหลังพระ ในปี พ.ศ. 2539 แต่หลังจากคอนเสิร์ตนี้ ชื่อเสียงและความนิยมของวงคาราบาวเริ่มซาลง เนื่องจากกระแสดนตรีที่เปลี่ยนไป แต่ทางวงก็ยังคงผลิตผลงานออกมาอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดย เล็ก ปรีชา ชนะภัย, เทียรี่ เมฆวัฒนา ที่แยกตัวออกไปได้กลับมาร่วมวงอีกครั้งตั้งแต่อัลบั้มอเมริกันอันธพาลในปี พ.ศ. 2541 จนถึงปัจจุบัน มีเพลงดังในช่วงซบเซานี้คือเพลง บางระจันวันเพ็ญ 

ในอัลบั้มชุด เซียมหล่อตือ หมูสยาม และทางวงก็ได้รับสมาชิกใหม่คือ อ้วน ธนะสิทธิ์ พันธุ์พงษ์ไทย ในตำแหน่งมือกลอง ขลุ่ย และ แซกโซโฟนตั้งแต่อัลบั้มชุด สาวเบียร์ช้าง ในปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นปีที่ทางวงวางจำหน่ายอัลบั้ม ลูกลุงขี้เมา ที่ทางวงจัดทำขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 25 ปี ทางวงได้ปรับไลน์อัพของวงไปเป็นลักษณะแบบปัจจุบัน เนื่องจาก น้อง ศยาพร สิงห์ทอง ได้ขอลาออกจากวงจากปัญหาเรื่องสุขภาพ และได้เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557 ส่วนทางวงก็มีผลงานต่อมาอีก 3 ชุด

ต่อมาในช่วงปลายปี พ.ศ. 2553 วินิจ เลิศรัตนชัย ผู้บริหารบริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ในฐานะผู้จัดมหกรรมดนตรี 30 ปี คาราบาว ซึ่งเป็นการแสดงดนตรีของคาราบาวในวาระครบรอบ 30 ปีของวง ซึ่งแสดงเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ตลอดทั้งปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2555 เพื่อโปรโมทอัลบั้มกำลังใจคาราบาว 30 ปี

จนถึงปัจจุบันนี้ คาราบาวมีอัลบั้มทั้งสิ้น 28 ชุด ไม่นับรวมถึงอัลบั้มพิเศษของทางวงหรือของสมาชิกในวง หรือบทเพลงในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากนับรวมกันแล้วคงมีไม่ต่ำกว่า 100 ชุด มีเพลงไม่ต่ำกว่า 1,000 เพลง โดยอัลบั้มชุดล่าสุดที่วงคาราบาวออกจำหน่าย คือ สวัสดีประเทศไทย ซึ่งวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2557 เป็นวงดนตรีที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุดทั้งในวงการดนตรีทั่วไปและวงการเพลงเพื่อชีวิต เป็นที่รู้จักของผู้คนในสังคมทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้ฟังเพลง หรือผู้ที่นิยมในเพลงเพื่อชีวิตเท่านั้น จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ตำนานเพลงเพื่อชีวิต

กลับสู่หน้าแรก