Categories
Blog

หาดแสนสุขลำปำ พัทลุง

หาดแสนสุขลำปำ-พัทลุง

หาดแสนสุขลำปำ พัทลุง

หาดแสนสุขลำปำ พัทลุง คือ อยู่เลยวัดวังไปตามทางหลวง หมายเลข 4047 อีกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นหาดทรายที่มีทิวสน ร่มรื่นริมฝั่งทะเลสาบสงขลา มีศาลากลางน้ำ ชื่อ “ศาลาลำปำที่รัก”

สำหรับชมทิวทัศน์ บริเวณทะเลสาบ จากบริเวณชายหาด มีสะพานเชื่อมไปยังเกาะลอย ซึ่งเป็นเกาะที่เกิดจาก การทับถมของตะกอน ปากน้ำลำปำ คงไม่มีความสุขใด จะแสนสุขเท่ากับการได้มา พักผ่อนหย่อนใจ

บนชายหาดแห่งนี้ ด้วยเป็นหาดทราย ที่รื่มรื่นไปด้วยทิวสน เรียงรายริมฝั่งทะเลสาบสงขลา มองออกไปจะเห็น ทิวทัศน์ของทะเลสาบสงขลา ที่มีเสน่ห์ด้วยเกาะน้อยใหญ่ ดูน่าตื่นตา กิจกรรมน่าทำ- สักการะ

พระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ในฉลองพระองค์โจงกระเบน ประดิษฐานเด่นเป็นสง่าอยู่ริมชายฝั่ง ด้านซ้ายมือ ซึ่งครั้งหนึ่งพระองค์เคยเสด็จ มาประทับแรม ณ ที่แห่งนี้- แวะถ่ายรูปกับ รูปมโนราห์

ศิลปะการแสดงที่มีชื่อเสียงของพัทลุง ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก- เดินเล่นใน ลานน้ำพุ ที่ประดับด้วยรูปปั้น “โลมาอิรวดี” และ “ปลาลำปำ” อันเป็นปลาสำคัญของทะเลสาบสงขลา

จากจุดนี้สามารถมองเห็น ศาลากลางน้ำ ที่เรียกว่า ศาลาลำปำที่รัก- ข้ามสะพานไปยัง เกาะลำปำ เกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ บรรยากาศบนเกาะร่มรื่น ไปด้วยป่าสน มีลมพัดเย็นสบาย

บริเวณชายหาด ยังเหมาะแก่การนั่งชมวิว และ ในบางจุดสามารถลงเล่นน้ำได้ด้วย บนเกาะลำปำนั้น เป็นเพียงจุดเดียว บนฝั่งทะเลสาบด้านตะวันตก ที่สามารถชมวิว ทะเลสาบสงขลา ได้อย่างสวยงาม

สภาพทั่วไป หาดแสนสุขลำปำ หรือ หาดลำปำพัทลุง

หาดแสนสุขลำปำ เป็นที่ราบชายฝั่งทะเลสาบสงขลา เป็นบริเวณที่ร่มรื่น อากาศเย็นสบายมองไปด้านหน้าเห็นทิวทัศน์ ของทะเลสาบสงขลา มีเกาะใหญ่ – เกาะน้อย รายเรียงสวยงามมาก

ห่างจากริมฝั่งไปประมาณ 40 เมตรเศษ มีศาลาทรงไทย 1 หลัง เรียกว่า ศาลาลำปำที่รัก เดิมเคยมีผู้มาขอเช่าทำกิจการจำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่ม แต่ในระยะหลังสังเกตได้ว่าความสนใจของประาชน

เปลี่ยนแปลงจากการนั่งในห้องแคบๆ เป็นที่โล่งแจ้ง จึงมีผู้นำอาหาร เครื่องดื่ม และ ปลูกร้านค้าเล็ก ๆ ภายนอกมากขึ้น โดยเฉพาะบนเกาะลำปำมีสะพานเชื่อมรถผ่านไปมาได้ ยาวประมาณ 40 เมตร

เกาะนี้มีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่เศษ ผู้คนมาใช้บริการโดยเฉพาะในวันหยุดราชการมีมากเป็นพิเศษ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของนักทัศนาจรจากต่างถิ่น และบริเวณใกล้เคียง เป็นชายหาดสำหรับการชมวิว

นั่งพักผ่อน บางบริเวณสามารถเล่นน้ำได้ ตรงปากคลองลำปำภายในทะเลสาบตื้นเขิน จนกลายเป็นเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ กรมป่าไม้ได้ปลูกต้นสนไว้เป็นสวนป่า ทำให้ความร่มรื่นเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

ได้เป็นอย่างดี เมื่อมองออกไปทางทะเลสาบจะเห็นเกาะสี่เกาะห้าซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออก นับเป็นจุดเดียวบนฝั่งทะเลสาบด้านตะวันตกที่เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม บริเวณชายหาดส่วนนี้บางครั้งก็ใช้เป็นที่จัดงานเทศกาล

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

หาดแสนสุขลำปำ-พัทลุง-1

สร้างขึ้นเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ครั้งเมื่อ ร.ศ.108 (พ.ศ.2432) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสหัวเมืองพัทลุง ระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม พ.ศ. 2432

โดยมีเส้นทางเสด็จ ดังนี้ เสด็จประพาสและประทับแรม ณ เกาะหัวมวย บริเวณหมู่เกาะสี่เกาะห้า ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. 108 ไว้ที่หน้าผาเทวดา เสด็จประพาสและประทับแรม ณ ชายหาดลำปำ

ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ได้เสด็จประพาสวัดวัง ตำบลลำปำ และเสด็จทอดพระเนตรถ้ำคูหาสวรรค์ วัดคูหาสวรรค์ และทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. 108 ไว้ที่เพิงหินภายในถ้ำคูหาสวรรค์ เจ้าเมืองพัทลุงในสมัยนั้น ได้สร้างพลับพลา เรียกชื่อว่า “ภัตตาคาร”

เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ณ ชายหาดลำปำ และมีการสร้างทางเดินไม้เชื่อมไปยังท่าเทียบเรือในทะเลสาบด้วย แต่เมื่อเวลาล่วงผ่านไป สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวก็ชำรุดไปตามกาลเวลา ประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงวิริยะ อุตสาหะ

ใฝ่พระทัยดูแลทุกข์สุขของราษฎรอย่างทั่วถึง ทรงปฏิรูปการปกครอง เลิกทาส วางพื้นฐานการศึกษา ศาสนา เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และศิลปวัฒนธรรมของชาติ ยังความเจริญก้าวหน้าให้ปรากฏทัดเทียมนานาอารยประเทศตราบถึงทุกวันนี้ จึงพร้อมใจกันจัดสร้าง

ทางเดินหาดแสนสุขลำปำ

วันนี้อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใสทั้งๆ ที่ยังอยู่ในช่วงมรสุม ตอนเช้ามักจะมีฝนตก ตอนเย็นก็ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตก มีช่วงสายๆ ถึงเที่ยงที่เราจะได้เห็นท้องฟ้าสีคราม ในจังหวัดพัทลุง หลังจากที่ทุกคนซื้อน้ำคนละแก้ว สำหรับแก้กระหาย ดับความร้อน

เพราะคิดว่าเราจะต้องใช้เวลาชมวิวทั่วหาดแสนสุขลำปำกันพักใหญ่ ตอนนี้ทุกคนก็แยกย้ายกันไปเดินชมวิวตามจุดต่างๆ ตามอัธยาศัย ผมจะพาเดินเข้าไปตามทางเดินเรื่อยๆ เริ่มจากอาคารหอกลองขนาดใหญ่ตรงนี้เลยก็แล้วกัน เพื่อเป็นศิริมงคล

ริมน้ำลำปำ

จากตัวเมืองพัทลุงใช้เวลาเพียง 5 นาที เราก็มาถึงหาดลำปำแล้วละครับ ที่นี่เดิมทีเป็นตัวเมืองพัทลุงก่อนที่จะย้ายไปอยู่ในที่ที่เราเห็นในปัจจุบัน เพราะว่าการเดินทางในสมัยก่อนใช้เรือเป็นพาหนะหลักของการเดินทาง

ตัวเมืองที่อยู่ติดน้ำจะสะดวกต่อการเตินทางติดต่อค้าขายมากกว่า นอกจากอยู่ริมน้ำแล้ว หาดแสนสุขลำปำยังมีสภาพเป็นแหลมยาวลึกด้านหนึ่งติดทะเลสาบ อีกด้านเป็นคลองลำปำ เป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือลำปำ

มีบริการเรือนำเที่ยว อีกฟากหนึ่งของคลองมีรีสอร์ทและร้านอาหารท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำอันแสนสงบ มีบริการจักรยานน้ำด้วย การมาเที่ยวหาดแสนสุขลำปำจะต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถแล้วเดินเข้าไป

เกาะลอยลำปำ

ระหว่างแหลมที่เรายืนอยู่ จะมีคลองลำปำกั้นกลาง มองข้ามไปอีกฟากหนึ่งของคลองจะเห็นเกาะลอย เป็นเกาะที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีสะพานเชื่อมไปถึงกันได้ เห็นแบบนี้ใครจะนึกละครับ

ว่าเกาะลอยนี้เกิดจากการทับถมกันของตะกอน อันเนื่องมาจากทิศทางของน้ำซึ่งตรงนี้เป็นปากน้ำลำปำ นั่นเอง บนเกาะลอยมีหอสำหรับชมวิวขึ้นไปชมกันได้ด้วย มองทะเลสาบสุดลูกหูลูกตาสวยๆ

ประเพณีวัฒนธรรม และ ผลงานศิลปะต่างๆ

หาดแสนสุขลำปำ-พัทลุง-2

หนังตะลุง

  • เป็นผลงานการสร้างแผ่นหนังให้เกิดเป็นลวดลายตามตัวละครที่จะนำมาใช้ในการแสดง ที่เราเห็นอยู่นี้จะเป็นซุ้มแผ่นหนังที่มีตัวหนังอยู่หลายตัว ทำจากหนังเหมือนกับที่ใช้ในการแสดงหนังตะลุงจริงๆ ใส่กรอบพลาสติกใสๆ เอาไว้ แล้วสร้างเป็นซุ้มรูปกรอบสี่เหลี่ยม กันแดดกันฝน ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมกันทีละตัวๆ ไปเรื่อยๆ จนถึงสุดทางเดิน

รูปปั้นโนราห์

  • เป็นการแสดงอีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อรู้จักกันไปทั่วโลก มีถิ่นกำเนิดอยู่ในภาคใต้ของไทย หาดแสนสุขลำปำก็สร้างเป็นรูปปั้นจำลอง ล้อมรอบด้วยสวนดอกไม้ เป็นอีกมุมหนึ่งที่จะมีคนมาถ่ายรูปกันเยอะ ด้านหลังของรูปปั้นเป็นปากน้ำลำปำ จุดที่คลองมาบรรจบกับทะเลสาบ

วงเวียนปลาลำปำ

  • นอกจากเจ้าปลาประจำถิ่นที่เป็นสัญลักษณ์อยู่บนวงเวียนน้ำพุของหาดลำปำแล้ว ก็ยังมีโลมาอิรวดี ด้วย

ข้อมูลการเดินทางรถยนต์

จากศาลากลางจังหวัดพัทลุงไปทางตะวันออกตามถนนราเมศวร์-อภัยบริรักษ์ พัทลุง-ลำปำ (ทางหลวงหมายเลข4047) ประมาณ 10 กิโลเมตร
รถสองแถวหรือรถสามล้อ : จากขนส่งพัทลุงมุ่งหน้าไปทาง พัทลุง – หาดใหญ่ และ ขับมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ

ขับไปจนสี่แยกไฟแดงที่ 3 มีป้ายบอกไปลำปำเลี้ยวซ้าย ขับตรงไปตามถนนราเมศวร์-อภัยบริรักษ์ (ทางหลวงหมายเลข4047) ประมาณ 19 กิโลเมตร วันเปิดทำการ : ทุกวัน เวลาเปิดทำการ : 24 ชั่วโมง ที่ตั้ง : ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

ขอขอบคุณบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โดย ufa168

**หาอ่านบทความเด็ดๆ สร้างรายได้ >> คลิ้ก

Categories
Blog

ถ้ำน้ำเย็น เขาชัยสน

ถ้ำน้ำเย็น-เขาชัยสน

ถ้ำน้ำเย็น เขาชัยสน

ถ้ำน้ำเย็น เขาชัยสน คือ สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติ ที่น่าสนใจ และ อยู่ไม่ไกลจาก บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวที่แถวๆ นี้ก็แวะไปกันได้เลย จะไปบ่อน้ำร้อนก่อน หรือ เข้าถ้ำน้ำเย็นก่อนก็ได้

ถ้ำน้ำเย็น มีพื้นที่ล้อมรอบไปด้วย ความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ ใบหญ้าแมกไม้ที่มีความร่มรื่น สวยงามไปด้วยทิวทัศน์ ที่สบายตา การมาเที่ยวที่นี่เป็นถ้ำที่นักท่องเที่ยว จะต้องนั่งเรือล่อง เข้าไปชมภายในถ้ำ

ไม่ได้ปีนป่ายเดินเข้าไปชม ในถ้ำเหมือนกับที่อื่นๆ จะมีเรือคอยให้บริการนักท่องเที่ยว ก่อนจะไปเข้าถ้ำ นักท่องเที่ยว จะได้เห็นลิงที่อาศัยอยู่ที่นี่มากมายหลายตัว เมื่อนั่งเรือแล้ว เขาจะพาเราล่อง ไปตามสายน้ำ

เข้าไปภายในถ้ำหินปูน ซึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยว จะได้พบได้เจอแน่ๆ คือ ฝูงค้างคาว ที่เกาะอยู่ตามผนังของถ้ำ เป็นค้างคาว ตัวเล็กๆ ไม่น่ากลัวแต่อย่างใด ในถ้ำมีความมืด ต้องส่องไฟฉายขึ้นไป ตามผนังต่างๆ

ซึ่งคนพายเรือจะมีไฟฉายส่อง อยู่แล้ว แต่ถ้าเรามีติดตัวไปด้วย ก็จะยิ่งดีกว่า เราจะได้ส่อง ดูความสวยงามของหินธรรมชาติ ภายในถ้ำ ที่มีรูปร่างและ ลวดลายต่างๆ ให้เราได้คิดจินตนาการ ไปตามที่ใจนึกคิดสิ่งต่างๆ

ถ้ำน้ำเย็น

มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม บางที่ยิ่งสะท้อนกับแสงไฟ ก็จะยิ่งสวย โดยปกติเวลาไปเที่ยว ตามถ้ำต่างๆ ภายในถ้ำก็จะมีชื่อเรียก โถงถ้ำกันไป ซึ่งจะมีชื่อเรียก ตามลักษณะของรูปร่างของหิน หรือ โถงถ้ำที่เห็น

ที่นี่ก็เช่นกัน มีหินแปลกตาสวยงาม หลายแห่ง ที่โดดเด่นมากๆ อย่างหินที่มองไปก็รู้เลยว่า เป็นช้าง มีทั้งงวง หู และ มีจุดดำที่เป็นดวงตา หินงอกที่มีรูปร่างออกมาเป็นเหมือน ฟันปลาฉลาม มีหินงอกหินย้อย

ที่มีประกายระยิบระยับ หินเป็นลายกระเบื้อง โมเสคก็มี หินย้อยเป็นนมแพะ หินย้อยบางอันเหมือน แมงกะพรุน ฯลฯ เวลานั่งเรือล่องเข้าไประวังกันหน่อยเพราะบางช่วง จะมีเพดานถ้ำต่ำจนเราต้องนอนราบลง

ไปกับเรือ ถ้าโผล่หัวขึ้นมาคงได้ชนกับเพดานถ้ำเจ็บแน่นอน เมื่อเข้าไปได้สักระยะข้างในถ้ำจะมีจัดแสงไฟไว้ด้วย ทำให้เห็นความสวยงามและชมถ้ำได้อย่างเพลินตา เราล่องเรือไปจนสุดทางแล้ว

ก็กลับล่องออกมาทางเดิมนะ ทั้งไปและกลับประมาณ 800 เมตร คุ้มค่ามากๆ กับความสวยงามและประสบการณ์ที่ได้รับ ชอบแนวผจญภัยต้องห้ามพลาด ล่องเรือ เที่ยวถ้ำน้ำเย็น อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง

ความรู้ทั่วไป และ รายละเอียดต่างๆ

ถ้ำน้ำเย็น-เขาชัยสน-1
  • รายละเอียดอยู่ทางทิศเหนือของบ่อน้ำร้อน มีถ้ำพระด้านใน ระดับน้ำลึกประมาณ 1 เมตร มีน้ำไหลจากถ้ำนี้ตลอดปี สามารถมองเห็นปลาน้อยใหญ่ว่ายวนไปวนมา เคยมีผู้ลอดถ้ำสำรวจภายในถ้ำ
  • พบว่าบางช่วงแคบประมาณ 1 เมตร บางช่วงกว้างถึง 30-40 เมตร ความยาวของถ้ำไปตามแนวยาวของภูเขา ภายในถ้ำสามารถชมหินงอกหินย้อย บางจุดจะมีประกายระยิบระยับราวกับเกร็ดเพชรสวยมาก
  • บางจุดก็จะมีรูปร่างแปลกตา มีลวดลายแปลกๆที่ผนังถ้ำ แล้วแต่ว่าใครจะจินตนาการว่าเป็นอะไร คนพายเรือที่เป็นไกด์ก็บรรยายไปด้วย มีรูปช้าง รูปเต่า รูปแม่ย่านางเรือ รูปตาเท่ง รูปเจดีย์ หินโรมัน กรงเล็บมังกร
  • อีกหลายอย่างตลอดทางจนสามารถลอดออกทางตรงข้ามได้ ถ้ำที่จะเข้าได้ มี 2 ถ้ำ แต่ต้องเข้าทีละถ้ำ ถ้ำแรกเรียกว่า ถ้ำน้ำเย็น จะต้องนั่งเรือเข้า และอยู่ในเรือตลอด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อีกถ้ำ คือ ถ้ำลอกอ จะใช้เวลามากกว่าเพราะต้องนั่งเรือด้วยและเดิน

เวลาเปิดปิดทำการ

ทุกวัน เวลา 9.00-16.30 น.กิจกรรม/บริการ: ล่องเรือถ้ำน้ำเย็น ตื่นเต้นผจญภัย ลอดท้องมังกร ชมประติมากรรมธรรมชาติหินงอกหินย้อยสุดงดงาม ค่าเรือลำละ 200 บาท

นั่งได้ 4 คนถ้าจะเข้าทั้ง 2 ถ้ำ จ่าย 400 บาท รอบบริเวณมีจำหน่ายสินค้าฝีมือชาวบ้านไปอุดหนุนกันได้เจ้าของร้านเป็นกันเอง และ สินค้าราคามีคุณภาพ และ ราคาถูกมาก

  • ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 0.00 บาท
  • เบอร์โทรติดต่อ: 074-691632
  • ที่อยู่เว็บไซต์ : การเดินทางมายังสถานที่: ตำบล เขาชัยสน อำเภอ เขาชัยสน พัทลุง

แนะนำที่พักใกล้บริเวณถ้ำน้ำเย็น

ถ้ำน้ำเย็น-เขาชัยสน-2

โรงแรม วัชรกานต์รีสอร์ท

เปิดให้บริการห้องพัก บรรยากาศสบาย พักผ่อนแบบเงียบสงบ บริการเป็นกันเอง ราคาไม่แพง มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทีวี แอร์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ครบครัน จะมากับครอบครัว มาเดี่ยว มาคู่ หรือ มากันเป็นหมู่คณะ วัชรกานต์รีสอร์ท ยินดีต้อนรับและพร้อมให้บริการ

  • สถานที่ตั้ง : 63 หมู่ที่ 11 ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 93000
  • สถานที่ตั้ง : 297 หมู่ที่ 1 ตำบลนาโหนด อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 93000
  • ติดต่อสอบถาม สำรองจองห้องพัก : 082 228 1899
  • ติดตามเพจ : https://web.facebook.com/watcharakarn88/

อนันตา รีสอร์ท แม่ขรี

  • (Ananta Boutique Resort) อ.บางแก้ว จ.พัทลุง มีห้องพักทั้งหมด 20 ห้อง ห่างจากใจกลางเมืองเดินทางโดยรถยนต์ระยะสั้น ๆ และบริการฟรี Wi-Fi ห้องพักแบ่งออกเป็นเตียงเดียวกับเตียงคู่ ทุกห้องได้ตกแต่งได้อย่างลงตัว
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก ได้แก่ ฟรีอินเทอร์เน็ต Wi-Fi โทรศัพท์สายตรง เคเบิ้ลทีวี เครื่องปรับอากาศ มินิบาร์ ตู้เย็น และเครื่องทำน้ำอุ่น สิ่งอำนวยความสะดวกประกอบด้วย บริการ 24 ชั่วโมง ที่จอดรถ Wi-Fi ฟรีในทุกพื้นที่

โรงแรม ศิวา รอยัล

โรงแรมใหม่ใจกลางเมืองพัทลุง ให้บริการห้องพักมีระดับ ได้มาตรฐาน
Siva Royal Hotel โรงแรมเปิดใหม่ใจกลางเมืองพัทลุง มีบริการอาหารเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เปิดตลอด 24 ชม. ใกล้โรงเรียน

อนุบาลช้างน้อย 300 เมตรจากสี่แยกช่องโก สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ใจกลางเมืองพัทลุง เปิดให้เข้าพักด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ราคาเริ่มต้น เพียง 950 บาท – ห้องพักดีลักซ์ ไม่รวมอาหารเช้า (เข้าพัก 2 ท่านต่อห้อง)

ขอขอบคุณบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โดย ufabet168

**หาอ่านบทความเด็ดๆ สร้างรายได้ >> คลิ้ก

Categories
Blog

ทะเลน้อย พัทลุง

ทะเลน้อย-พัทลุง

ทะเลน้อย พัทลุง

ทะเลน้อย พัทลุง คือ เป็นทะเลสาบน้ำจืด ตั้งอยู่ใน ตำบลนางตุง และ ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง มีคลองนางเรียมยาว 2 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างทะเลน้อยกับทะเลสาบสงขลา

ทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย แต่ประชาชนมักเรียก กันว่า “อุทยานนกน้ำทะเลน้อย”ซึ่งนับเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ความหลากหลาย ทางชีวภาพของทะเลน้อย ทำให้พื้นที่ “พรุควนขี้เสี้ยน” ของทะเลน้อย ได้รับการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่

ชุ่มน้ำโลก หรือ “แรมซาร์ ไซด์” (Ramsar Site) แห่งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2541 ทะเลน้อยเป็นพื้นที่ ที่มีความหลากหลาย ทางชีวภาพมาก ทั้งระบบนิเวศ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ พรรณพืช โดยเฉพาะนก

ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก “ทะเลน้อย” หรือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลน้อย หรืออุทยานนกน้ำทะเลน้อย เป็นแหล่งน้ำจืด พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่เกือบแสนไร่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

ครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัด พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช ทะเลน้อยมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำจืดขนาดใหญ่ อยู่ตอนบนสุดของทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ส่วนน้ำ มีประมาณ 17,500 ไร่ โดยมีคลอง เชื่อมต่อทะเลสาบ

ความสงบเงียบสงบตามประสาเมืองเล็กๆ ของ “พัทลุง” ในบรรยากาศภาคใต้ของไทย เมืองเล็ก ๆ น่ารักแห่งดินแดนด้ามขวานไทย ก็ได้ซ่อนเสน่ห์อันเหลือเชื่อเอาไว้มากมาย อย่างที่ “ทะเลน้อย” ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญ

จุดเด่นที่น่าสนใจของทะเลน้อย

ทะเลน้อย-พัทลุง-1

ล่องเรือชมทะเลบัวชมวิวทัศนียภาพ

จุดเด่นของการท่องเที่ยว ทะเลน้อย คือ ล่องเรือชม “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” พันธุ์บัว ที่มีขึ้นอยู่มากที่สุด โดยในช่วงเช้าเหล่า บัวสายจะพาออกดอกสีแดง สดบานสะพรั่ง เต็มท้องน้ำในบริเวณ

ที่มีบัวชนิดนี้ขึ้นอยู่ ถือเป็นอีกหนึ่งสีสัน ความงามคู่ทะเลน้อย ที่อยู่คู่กัน มาแต่ช้าแต่นาน แต่ดอกบัว จะบานเฉพาะช่วงเช้า เท่านั้น พอเข้าช่วงสายจะหุบแล้ว ดอกบัวจะเริ่มบาน ตั้งแต่กลางเดือน ก.พ – เม.ย.

นอกจากนี้ระหว่างนั่งเรือ ชมดอกบัว ยังสามารถชมพืชพันธุ์ น่าสนใจ อื่นๆ อาทิ ผักตบชวา จอก แหน สาหร่ายต่างๆ กระจูด กง ย่านลิเภา กก และเสม็ด ที่ยืนต้นตระหง่าน อยู่ในพื้นที่ป่าบก เป็นต้น

ดูควายน้ำ

นอกจากล่องเรือชมนก บึงบัว ทะเลน้อยยังมีไฮไลต์ อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นชื่อลือชา อีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ “ควายน้ำ”ควายน้ำ อันที่จริงก็เป็นควายบ้านของชาวบ้าน หากแต่ควายน้ำ เป็นควายเลี้ยง

ในพื้นที่ที่เจ้าควายพวกนี้ มันสามารถปรับตัว ไปตามแหล่งอาหารของมัน คือ เมื่อน้ำในทะเลสาบทะเลน้อย ลดต่ำไปจนถึงแห้งขอด ในบางช่วง จนมีสันดอนพื้นดินโผล่ มีทุ่งหญ้าขึ้นควา็ยจะ ขึ้นมา และ เล็มหญ้ากินบนบก

แต่เมื่อยามหน้าน้ำ ทะเลน้อยมีปริมาณน้ำสูง ท่วมทุ่งหญ้า ท่วมแหล่งหากินของควาย เจ้าควายพวกนี้ มันก็จะปรับตัว เปลี่ยนมากินพืชน้ำ อย่างสายบัว ใบบัว หรือ สาหร่ายแทน โดยมันจะพร้อมใจกันลงไปหากิน

ภายในน้ำทำให้คนเรียกมันว่า “ควายน้ำ” การล่องเรือชมควายน้ำนั้น ขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะ โดยในช่วงน้ำหลาก ประมาณเดือน ธ.ค.-ก.พ. จะสามารถพบเห็นควายออกหา กินในน้ำ หรือ ควายว่ายน้ำ ได้เป็นจำนวนมากกว่า

ชมนกหลากสายพันธุ์

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ ชมนกหลากสายพันธ์ ซึ่งส่วนนก ที่ทะเลน้อย จะมีให้ชมกว่า 287 นกน้ำมีทั้งนกที่ประจำถิ่น และ นกอพยพ มาจากที่อื่น ตามฤดูกาล เช่น นกกาบบัว นกกุลา นกอีโก้ นกระยาง นกกระสานวล

นกกระสาแดง นกกาเล็กน้ำ นกแขวก นกเป็ดน้ำ นกกระทุง นกนางนวล นกกระเด็น นกกระสาแดง ฯลฯ ซึ่งนกจะชุกชุมมากที่สุด ในช่วงเดือนมกราคม ถึง เดือนเมษายน มีจำนวนเป็นแสน ๆ ตัวทีเดียว

วิถีการยอยักษ์ของชาวปากประ

โดยชาวบ้านจะหย่อนยอยักษ์ ลงในลำน้ำประมาณ 5 นาที แล้วจึงยกขึ้นมา ภายในยอ จะได้สัตว์น้ำต่าง ๆ ติดขึ้นมา จากนั้นชาวบ้านก็จะนำอุปกรณ์คล้ายกระชอน ต่อไม้ยาว ไปช้อนปลาในยอขึ้นมา แล้วหย่อนยอลงไปในน้ำ เพื่อทำแบบเดิม จนกว่าจะได้ปลา เป็นที่พึงพอใจ

บรรยากาศยามเช้ามุ่งหน้าสู่ทะเลน้อย

ผู้มาเยือนทะเลน้อย และ พื้นที่เชื่อมโยง หากอยากเที่ยวแบบเก็บไฮไลต์และ จุดสำคัญต่าง ๆ ให้ครบ ที่นี่ เขามีบริการล่องเรือ จากคลองปากประสู่ทะเลน้อย ซึ่งถือเป็นกิจกรรม ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะสามารถเที่ยวทีเดียว แต่เก็บไฮไลต์ได้หมดเลย

ล่องเรือชมป่าเสม็ด

หากใครมาเที่ยวทะเลน้อย แล้วไม่ได้ไปเที่ยวคลองปากประ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน นั้นก็เหมือนกับว่าทริปนี้ ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ “คลองปากประ”ตั้งอยู่ที่ บ้านปากประ ต.พนางตุง

อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นลำคลองที่มีมาตั้งแต่ สมัยโบราณ มีสายน้ำไหลไปออกยังทะเลหลวง ที่เป็นส่วนตอนบนของทะเลสาบสงขลา (เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของทะเลสาบสงขลา)

การเดินทางไปทะเลน้อย

ทะเลน้อย-พัทลุง-2

การเดินทางไปยังอุทยานนกน้ำทะเลน้อย เริ่มจาก กรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางได้ ทั้งรถยนต์ รถไฟ และ เครื่องบิน โดยจุดหมาย ปลายทางอยู่ที่ จ.พัทลุง

การเดินทางด้วยรถยนต์

มีรถประจำทางทั้งแบบธรรมดา และ ปรับอากาศ ออกเดินทางจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (กรุงเทพฯ) ทุกวันเมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดพัทลุงจะต้องนั่งรถสองแถว ไปยังทะเลน้อย

(มีคิวรถสองแถว พัทลุง-ทะเลน้อย อยู่ใกล้สถานีรถไฟ) โดยใช้เส้นทางหลวงสาย 4048 ผ่าน อ.ควนขนุน ตลาดปากคลอง สุดปลายทางที่ทะเลน้อย ระยะทางโดยประมาณ 32 ก.ม.

การเดินทางโดยเครื่องบิน

เนื่องด้วยจังหวัดพัทลุงไม่มีสนามบิน ท่านที่ต้องการเดินทางโดยเครื่องบินจะต้องบินไปลงหาดใหญ่หรือตรังแล้วนั่งรถยนต์มายัง จังหวัดพัทลุงและทะเลน้อย

การเดินทางโดยรถไฟ

มีรถผ่านสถานีพัทลุงทุกวัน สามารถติดต่อได้ที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ.0-2223-7010 และ 0-2223-7020

ขอขอบคุณบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โดย ufabet

**หาอ่านบทความเด็ดๆ สร้างรายได้ >> คลิ้ก

Categories
Blog

แก่งหูแร่ พัทลุง

แก่งหูแร่-พัทลุง

แก่งหูแร่ พัทลุง

แก่งหูแร่ พัทลุง คือ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีขุมทรัพย์ทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก ๆ ซึ่งก็มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ไปค้นหาไม่รู้เบื่อ อาทิ ทะเลน้อย, บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน, ตลาดนัดใต้โหนด

พระมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว, ภูเขาอกทะลุ, สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550, คลองปากประ เป็นต้น และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งที่เที่ยวพัทลุง นั่นก็คือ “แก่งหูแร่”

ใครที่ชอบคลายร้อนด้วยการเล่นน้ำ รับรองว่าต้องถูกใจ แก่งหูแร่ ตั้งอยู่บริเวณตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง เป็นแก่งหินและคันดินทรายสูง ขวางกั้นลำน้ำ คลองมะเดื่อ บริเวณสองฟากฝั่งคลอง

จะเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ มีความร่มรื่น อากาศเย็นสบาย สามารถมาเที่ยวพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี บริเวณริมฝั่งจะมีศาลาไม้ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งทานอาหารริมแม่น้ำ สามารถที่จะห้อยขาลง ไปสัมผัสกับน้ำเย็นๆ

ได้ มีร้านอาหารให้บริการ ในช่วงหน้าแล้งน้ำจะลดลงจนสามารถที่จะลงเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนาน พอเข้าสู่ช่วงต้นหน้าฝน ที่มีน้ำเยอะหน่อย ก็สามารถที่จะล่องแก่ง ได้อีกด้วย ส่วนหน้าฝนอาจจะไม่เหมาะ

การลงเล่นน้ำมากนัก เพราะกระแสน้ำจะแรง และน้ำขึ้นหลังจากฝนตก  แต่ก็ยังสามารถที่จะมานั่งเล่นพักผ่อนกับอากาศเย็นสดชื่นแบบชิล ๆ กินอาหารอร่อย ๆ ริมแก่ง ชมวิวธรรมชาติแบบเพลิน ๆ กันได้

“นั่งชิลแช่ขาลงน้ำ ที่แก่งหูแร่”

แก่งหูแร่-พัทลุง-1

“นั่งชิลแช่ขาลงน้ำ ที่แก่งหูแร่” แก่งหูแร่ตั้งอยู่ที่ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ที่นี่เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวคลายร้อนของพัทลุงที่เต็มไปด้วยป่าเขาและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์มีธารน้ำเย็นๆรอต้อนรับนักท่องเที่ยว

ที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัวในวันว่าง ที่นี่มีร้านอาหาร 5-6 ร้าน ให้เลือกทาน ซึ่งโต๊ะสำหรับบริการลูกค้าจะมีลักษณะเป็นศาลาเล็กๆกลางลำธาร เรียงกันเป็นกลุ่มๆ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเพราะ

นอกจากบรรยากาศจะสวยน่าถ่ายรูปแล้ว ยังสามารถนั่งทานอาหารกลางวันพร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติโดยรอบพร้อมกับแช่ขาลงน้ำในขณะที่ ดูเด็กๆเล่นน้ำไปได้ด้วย หากใครมาเยือนช่วงวันเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะ

อาจจะต้องรอคิวนานหน่อย ที่แก่งหูแร่นี้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้เลย แถมยังมีห่วงยางให้เช่าเล่นอีกด้วย นอกจากจะมาท่องเที่ยวพักผ่อนสังสรรค์กันได้ตลอดทั้งปีแล้วที่นี่ยังมีกิจกรรมอีกหนึ่งอย่าง

ข้อมูลทั่วไป

หน้าที่ว่าการอำเภอจะมีรถจักรยานยนต์รับจ้างบริการนักท่องเที่ยว คลองหูแร่ มีสภาพเป็นคลองขนาดใหญ่ น้ำใสสะอาด พื้นคลองเป็นทรายและโขดหิน บริเวณน้ำลึก เหมาะแก่การพักผ่อนหรือลงเล่นน้ำ

มีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยว อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของจังหวัด มีลักษณะเป็นคลองน้ำขนาดใหญ่ ที่มีน้ำค่อนข้างใสสะอาด บริเวณพื้นคลองเป็นทราย

โขดหิน และ ที่สำคัญ บริเวณน้ำลึกยังเหมาะสำหรับ การพักผ่อนหรือลงเล่นน้ำได้อีกด้วย โดยต้นน้ำของคลองหูแร่แห่งนี้ คือ ป่าใหญ่แห่งเทือกเขาบรรทัด บริเวณอำเภอตะโหมดและอำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง

เมื่อเดินทางมาถึงแล้ว คุณจะพบว่าที่นี่มีความรื่นรมย์ รอคอยอยู่มากมาย ได้แก่ – เพลิดเพลินกับการนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารจำนวนมาก ที่ให้คุณนั่งในคลองน้ำที่ไหลผ่าน – สนุกสนานกับการลงเล่นน้ำ

ในคลองที่มีความใสสะอาด และปลอดภัย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว – ชมความบริสุทธิ์ของธรรมชาติรายรอบที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ช่วยสร้างความผ่อนคลายในวันหยุดได้เป็นอย่างดี

การเดินทางไปเที่ยวแก่งหูแร่

  • ที่ตั้ง อ.บางแก้ว จ.พัทลุง
  • ค่าใช้จ่าย ค่าจอด 30 บาท ค่าเช่าห่วงยางล้อละ 30 บาท
  • ข้อมูลการเดินทาง : การเดินทางไปเที่ยวแก่งหูแร่ จากอำเภอหาดใหญ่ วิ่งไปตามถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (เพชรเกษม) มุ่งไปยังอำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง พอถึงแยกไปอำเภอบางแก้ว เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4138 ขับตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงตำบลท่ามะเดื่อ แล้วจะเห็นป้ายบอกทางไปยังแก่งหูแร่
  • ข้อมูลติดต่อ : องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะเดื่อ โทรศัพท์ : 074-697-373, 074-697-458
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ โทรศัพท์ : 074-231-055, 0 74-28-518, 074-243-747

ห้องพักที่ใกล้ แก่งหูแร่ พัทลุง

แก่งหูแร่-พัทลุง-2

สานฝัน รีสอร์ท

บรรยากาศเย็นสบาย ใกล้ภูเขา ตรงข้ามบ่อน้ำร้อน เขาชัยสน พัทลุง
สานฝัน รีสอร์ท บ้านพักใกล้น้ำพุร้อนเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง มีห้องพัก 7 ห้อง แบ่งเป็น 2 หลังใหญ่สำหรับครอบครัว ราคาห้องละ 1,150 บาทต่อ

คืน หลังใหญ่ 2 ห้อง ราคาห้องละ 850 บาทต่อคืน และห้องขนาดกลาง 3 ห้อง ห้องละ 650 บาทต่อคืน บรรยากาศเย็นสบายใกล้ภูเขา มีบริการ เครื่องทำน้ำอุ่น แอร์ พัดลม ทีวีดาวเทียม และ WiFi ทุกห้อง

Ozone Resort & Pool Villa

ให้คุณเที่ยว จบในทริปเดียว
-นั่งปิ้งย่าง เฮฮากับครอบครัว
-กระโดดน้ำ ไปกับเพื่อนฝูง
-นั่งปล่อยใจไปกับบรรยากาศยามเย็นกับคนที่คุณรัก
ราคาห้องพัก
Superrior (VIP1) 2,300 ฿
Deluxe (VIP2) 2,300 ฿
standard (ห้องธรรมดา) จากปกติ 650 ฿
รีสอร์ทเข้าร่วม ทุกโครงการของรัฐ (คนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน เราชนะ บัตรสวัสดิการรัฐ)
-inbox https://m.facebook.com/ozonepoolvilla
-โทร 074-611-777
-โทร 081-5568203 (คุณสัญชัย)
-http://www.ozoneresortandpool.com/

หาดทอง รีสอร์ท

โรงแรมแห่งนี้อยู่ห่างออกไปเป็นระยะทาง 12.3 ไมล์ (19.8 กม.) จาก ธารน้ำเย็น และ 12.7 ไมล์ (20.5 กม.) จาก บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน เดินชมวิวจากลานระเบียง และสวน หรือลองใช้บริการอื่นๆ

เช่น บริการ Wi-Fi ฟรี ที่หาดทอง รีสอร์ท คุณสามารถลิ้มลองเมนูอร่อย ได้ที่ห้องอาหาร มีบริการอาหารเช้าแบบท้องถิ่น (คิดค่าบริการ) ทุกวัน ตั้งแต่ 7:00 น. ถึง 9:00 น. มีบริการอำนวยความสะดวก

เช่น บริการซักรีด/ซักแห้ง ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง และที่ฝากกระเป๋าเดินทาง ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการรถรับส่งสนามบิน (คิดค่าบริการ) ทางโรงแรมยังมีที่จอดรถฟรี ภายในบริเวณโรงแรม

ห้องพักพร้อมเครื่องปรับอากาศทั้ง 52 ห้อง มีทีวีจอแบน เพื่อให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ห้องพักมีระเบียงหรือนอกชานส่วนตัว ภายในห้องพักมีบริการบริการ Wi-Fi ฟรี เพื่อการเชื่อมต่อออนไลน์

ขอขอบคุณบทความท่องเที่ยวรับหน้าหนาว โดย ufa168

*อ่านบทความหาเงินเที่ยวได้ที่ >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง-แม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน คือ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะ ช่วงหน้าหนาว ที่นี่ เปรียบเสมือนเป็นจุดหมายปลายทางในฝัน ที่ไม่ว่าใคร ก็อยากไปเห็นด้วยตา ตัวเองสักครั้ง ภาพของสายหมอกบางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่ง เหนือสายน้ำ

ท่ามกลางทิวสน สองใบ ถือเป็นทัศนียภาพ สวยงาม ที่เป็นเอกลักษณ์ จนได้รับสมญานามว่า “สวิตเซอร์แลนด์ แดนสามหมอก” แต่ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวกัน เรามีเรื่องราวน่ารู้ เกี่ยวกับปางอุ๋ง มาฝาก หน้าหนาวนี้ จะได้ไปเที่ยวกัน ให้สมใจ เป็นหนึ่ง ในที่เที่ยวยอดฮิต

ในช่วงหน้าหนาว มีลักษณะพื้นที่ เป็นอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำ มีแนวสนปลูกไว้เรียงราย และ สวยงาม อยู่ห่างจากตัวเมือง แม่ฮ่องสอน ประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมง จุดเด่น คือ เวิ้งน้ำที่มีไอหมอกจางๆ และ แนวต้นสน

ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ส่องแสง สะท้อนผืนน้ำ เป็นแสงสีทอง ผ่านแนวทิวสน อันเขียวขจี ท่ามกลางอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ พร้อมด้วยอากาศที่หนาวเย็น ที่นี่ถือว่า เป็นทะเลสาบที่สวยที่สุด ในเมืองไทย จนได้รับสมยานามว่า สวิสเซอร์แลนด์ แห่งเมืองไทย

โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

ปางอุ๋ง-แม่ฮ่องสอน-1

ประวัติความเป็นมา

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเห็นว่า บริเวณรอบ ๆ พื้นที่ที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปางตองและฝายปางอุ๋ง ตำบลหมอกจำแป่

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ที่มีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเป็นบริเวณกว้างสภาพป่าไม่สามารถที่จะฟื้นตัวขึ้นเองตามธรรมชาติได้ทันกับความต้องการ ในด้านอุปโภคบริโภค

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และขาดสมดุลทางระบบนิเวศ ถ้าปล่อยให้สภาพการณ์เป็นไปเช่นนี้ ก็จะมีผลเสียหายและกระทบกระเทือนสู่บริเวณลุ่มน้ำแม่สะงาและลุ่มน้ำในสอย

ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และ ระบบนิเวศ จึงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับ พลเอกปิ่น ธรรมศรี หัวหน้าคณะทำงานส่วนพระองค์ในขณะนั้น เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2527 ความว่า

ให้มีการปรับปรุงสภาพป่าบริเวณรอบ ๆ พื้นที่ที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปางตองและฝายปางอุ๋ง ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม กรมป่าไม้

ในขณะนั้นจึงได้จัดตั้งโครงการขึ้นมา เพื่อฟื้นฟูป่าตามพระราชดำริดังกล่าว โดยได้เริ่มดำเนินการปลูกและฟื้นฟูสภาพป่า ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2528 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

บทบาทภารกิจ

บทบาทภารกิจที่สำคัญมีสองด้านคือ ด้านฟื้นฟูสภาพป่า และด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร

วัตถุประสงค์

เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้มีอยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสมที่จะรักษาดุลธรรมชาติ
เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดิน ป่าไม้ และสัตว์ป่า

เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความรัก หวงแหน รู้ถึงคุณประโยชน์ของป่าไม้

ข้อมูลทั่วไป

สำนักงานโครงการฯ ตั้งอยู่ในท้องที่บ้านรวมไทย หมู่ที่ 5 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,200 เมตร ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 3 กิโลเมตร

ระยะทางจากสำนักงานโครงการถึงศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 46 กิโลเมตร พื้นที่รับผิดชอบของโครงการมีเนื้อที่ประมาณ 51,752 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งขวา ตอนล่าง

ปัจจุบันได้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ถ้ำปลา – น้ำตกผาเสื่อ หมู่บ้านเป้าหมายของโครงการได้แก่ บ้านห้วยมะเขือส้มหมู่ที่ 5 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ประกอบด้วย ชุมชน 2 ป๊อก คือ บ้านห้วยมะเขือส้ม และบ้านรวมไทย และบ้านไม้สะเป่ หมู่ที่ 9 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วยชุมชน 2 ป๊อก คือ บ้านไม้สะเป่ และบ้านห้วยผึ้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม ในกิจกรรมต่างๆ

ปางอุ๋ง-แม่ฮ่องสอน-2

การล่องแพไม้ไผ่

เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเมื่อมาเที่ยวปางอุ๋ง ได้ชมวิวเคล้าสายหมอกที่ทะเลสาบปางอุ๋ง แพไม้ไผ่ลำนึงจะนั่งได้ 2 คนรวมกับคนพายเป็น 3 คน มีเสื้อชูชีพให้ คิดค่าบริการลำละ 150 บาท

ถ้ามาช่วงดอกนางพญาเสือโคร่งบานก็จะได้เห็นต้นนางพญาเสือโคร่งเป็นสีชมพูทั้งต้นซ่อนตัวอยู่ในป่าสน ระหว่างที่ล่องแพก็จะเจอกับฝูงหงส์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเลสาบ ระยะเวลาในการล่องแพประมาณ 30 นาที

ศาลาประทับทรงงาน

ตั้งอยู่ที่ริมทะเลสาบปางอุ๋ง กรมป่าไม้ได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2539 เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับทรงงานของ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จประทับทรงงานด้านศิลปชีพ ณ อาคารแห่งนี้

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2540 ได้ทรงปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งที่ด้านหลังอาคารแห่งนี้ และเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2545 ทรงปล่อยหงส์ดำ 2 คู่ และหงส์ขาว 1 คู่ที่อ่างเก็บน้ำปางตอง

อ่างเก็บน้ำ

ซึมซับภาพความสวยงามของปางอุ๋ง พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ หรือจะนั่งแพชมทัศนียภาพสองข้างทาง ระหว่างที่นั่งแพไปก็อาจได้พบกับ “หงส์ดำ” และ “หงส์ขาว” ซึ่งเป็นหงส์พระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้คุณได้เก็บภาพความประทับใจ

ค่าเข้าชมปางอุ๋ง

ปางอุ๋งมีพื้นที่บางส่วนเป็นของอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – น้ำตกผาเสื่อ พื้นที่ของอุทยานฯ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเข้าชม ส่วนพื้นที่บริเวณสะพานเชือก จุดล่องแพ ไม่เสียค่าเข้าชม พื้นที่ของอุทยานฯ จะอยู่ตรงแนวต้นสน มีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ดังนี้

  • คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
  • ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
  • อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – น้ำตกผาเสื่อ ติดต่อ โทร. 053 611 244

การเดินทางโดยรถสาธารณะ

จากแม่ฮ่องสอน ให้ไปที่ตลาดสายหยุด ถามหาคิวรถปางอุ๋ง จะมีรถสองแถวประจำทางขึ้นไปยังปางอุ๋ง (บ้านรวมไทย) เป็นสาย แม่ฮ่องสอน-ห้วยมะเขือส้ม เที่ยวไป 09.00 น. และ 14.00 น.เที่ยวกลับ 06.00 น. และ 11.00 น.หรืออาจจะเหมารถจากหน้าตลาดสายหยุดไปเลยก็ได้ อัตราค่าโดยสารแบบเหมารถ ประมาณ 600 บาท

ขอขอบคุณบทความท่องเที่ยวรับหน้าหนาว โดย ufabet168

*อ่านบทความหาเงินเที่ยวได้ที่ >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

ม่อนแจ่ม เชียงใหม่

ม่อนแจ่ม-เชียงใหม่

ม่อนแจ่ม เชียงใหม่

ม่อนแจ่ม เชียงใหม่ คือ สถานที่พักแห่งใหม่ของโครงการหลวง โดยได้เปิดตัวเมื่อปลายปี 2552 ลักษณะพื้นที่นั้นตั้งอยู่บนสันเขาในระดับความสูงประมาณ 1,350 เมตร จากระดับน้ำทะเลบริเวณหมู่บ้าน

ม้งหนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ม่อนแจ่มให้บรรยากาศ การพักผ่อนในรูปแบบ “แคมปิ้ง รีสอร์ท” ที่ผสานความเป็นธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส บรรยากาศอันแสนสงบ

ผ่อนคลาย ท่ามกลางพรรณไม้ ทิวเขาและอากาศร่มเย็นตลอดสาย อีกทั้งม่อนแจ่มยังมีบริการครบครันโดยเฉพาะกับเครื่องอำนวยความสะดวกสบาย โดยรอบบริเวณเตนท์จะถูกจัดเป็นบริเวณส่วนตัว

มีห้องน้ำส่วนตัว น้ำร้อน ไฟฟ้า เครื่องใช้ครบครันประหนึ่งเข้าพักในโรงแรม แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงแค่คุณเปิดหน้าต่าง ก็สามารถต้อนรับสายลมเย็นๆ

ที่มาพร้อมวิวแห่งขุนเขา สายหมอกได้อย่างเพลินใจยิ่งนัก แถมท้องฟ้าในยามค่ำคืนคุณจะเห็นแสงดาวน้อยใหญ่กระพริบวิบวับส่องประกายสะกดดวงตาเกินห้ามใจไม่ให้หลงใหลได้ยากอย่างยิ่ง

ประวัติ ดอยม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม-เชียงใหม่-1

ดอยม่อนแจ่ม หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “กิ่วเสือ” ตั้งอยู่บนสันเขา บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้ เคยเป็นป่าร้างมานาน และ มีการถางไร่ปลูกฝิ่น

ต่อมาได้ถูกพัฒนา ให้เป็นพื้นที่ ในโครงการหลวง และ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความสวยงาม มีจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็น วิวทิวทัศน์ของเทือกเขาสูง ไล่เรียงกันสุดสายตา โดยเฉพาะในยามเช้า

ที่มีหมอกสีขาว ลอยอ้อยอิ่งอยู่ใกล้ๆ เป็นภาพที่งดงามมาก ในวันที่ฟ้าเปิดนักท่องเที่ยว มีโอกาสที่จะมองเห็น ทัศนียภาพได้ไกล ถึงดอยหลวงเชียงดาว และ เขตภูเขา จังหวัดเชียงราย

ได้จากม่อนแจ่ม แต่ที่น่าตื่นตา และ ตื่นใจกว่า คือ ในคืนเดือนมืด ท้องฟ้าที่นี่ จะพร่างพราย ไปด้วยทะเล ดาวสวยงามระยับ เป็นภาพของม่อนแจ่ม ที่ปรากฏให้เราได้เห็น อยู่บ่อยๆ ตามสื่อ ต่างๆ

จุดชมวิวของม่อนแจ่มมีอยู่สองด้านหลักๆ คือ

ม่อนแจ่ม-เชียงใหม่-2

ด้านยอดเขาทางทิศ ตะวันออก มีจุดชมวิวชื่อ “ม่อนล่อง” เหมาะสำหรับชมทิวทัศน์ ที่เป็นไร่ปลูกพืชต่างๆ ของพื้นที่ โครงการหลวง และ ชมทะเลหมอกบนหน้าผาสูง ด้านทิศใต้ เป็นจุดชมวิว ที่มองเห็นหมู่บ้าน ม้งหนองหอย และ พื้นที่ศูนย์พัฒนา โครงการหลวงหนองหอย

โดยรอบซึ่งเป็นโครงการ ที่เน้นในการทำแปลงปลูกผัก และ วิจัยพืช เมืองหนาว เช่น อาร์ติโช๊ค ทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่ พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอว์เบอร์รีพันธุ์หวาน อย่างพันธุ์พระราชทาน 80 และ พันธุ์กรอบ ที่มีรสออกเปรี้ยวเล็กน้อย แปลงผักไฮโดรโพนิกส์

ซึ่งเป็นการปลูกพืช โดยไม่ใช้ดิน พืชที่ปลูก อาทิ โอ้คลีฟแดง ผักจำพวกสลัด มะเขือเทศดอยคำ ฯลฯ แน่นอนว่า เมื่อมาเที่ยวม่อนแจ่ม ก็ต้องมาชมวิวสวยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมแปลงพืชผัก และ ผลไม้ เมืองหนาวที่ปลูกหมุนเวียนตลอดทั้งปี และ ถ่ายภาพ ที่แปลงดอกเวอร์บีน่า

สีม่วงที่บานสะพรั่ง และ แนวเทือกเขาสีเขียว ที่ไร่เลียงกัน เป็นฉากหลังงดงาม นอกจากนี้ กิจกรรมอย่างหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยวเมื่อมาม่อนแจ่ม คือ การนั่ง “ฟอร์มูล่าม้ง” ซึ่งเป็นรถไม้ ขับเคลื่อนสี่ล้อของชาวม้ง มีทั้งแบบนั่งเดี่ยว ราคา 50 บาท

นั่งเป็นคู่ ราคา 80 บาท เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน และ เรียกรอยยิ้ม แก่นักท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดี หรือ หากต้องการใส่ชุดชาว เขาถ่ายรูป เป็นที่ระลึก ก็มีให้บริการ เช่นกัน ราคาอยู่ที่ชั่วโมงละ 50 บาท ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวก บนม่อนแจ่มนั้น มีทั้งร้านอาหาร และ ที่พักให้บริการ

โดยร้านอาหารส่วนใหญ่ จะเปิดให้บริการเวลา 09.00-19.00 น. ในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน และ 09.00-21.00 น. ในช่วงเดือน เดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ส่วนที่พักนั้น ก็มีทั้งลานกางเต็นท์ แบบแคมปิ้งรีสอร์ต และ ที่พักแบบบ้านเป็นหลัง ให้เลือกตามสะดวก

ข้อมูลการเดินทางไปม่อนแจ่ม

การเดินทางโดย รถยนต์ส่วนตัว

การเดินจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข ( พหลโยธิน ) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ( สายเอเซีย ) ผ่านอยุธยา, อ่างทอง, นครสวรรค์, หลังจากนั้นก็ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยัง จังหวัดพิษณุโลกต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11

ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร หรืออีกทางหนึ่งคือจาก นครสวรรค์ ไปตามทางหลวง หมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร, ตาก, และ ลำปาง ไปถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร

การเดินทางโดย รถไฟ

จะมีรถด่วน และ รถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ ( หัวลำโพง ) ทุกวัน ลองสอบถาม รายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการการ เดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 สถานีรถไฟเชียงใหม่โทร. 0 5324 2094

www.railway.co.th และ นอกจากนี้ขบวนรถไฟ Orient-Express มีบริการเส้นทาง กรุงเทพ – เชียงใหม่ เป็นครั้งคราว ก็สามารถสอบถาม รายละเอียด และ สำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท ซีทัวร์ จำกัด โทร. 0 2216 5783 หรือที่ www.orient-express.com

การเดินทางโดย รถโดยสารประจำทาง

จะมีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ( หมอชิต 2 ) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันๆ ละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

ขอขอบคุณบทความท่องเที่ยวรับหน้าหนาว โดย ufabet

*อ่านบทความหาเงินเที่ยวได้ที่ >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

เมืองคอง เชียงใหม่

เมืองคอง-เชียงใหม่

เมืองคอง เชียงใหม่

เมืองคอง เชียงใหม่ คือ ฉันรู้จักชื่อนี้มานานหลายปี จากการเดินทางไปเที่ยวบ้านระเบียงดาวเพราะต้องโดยสารรถเชียงดาว-เมืองคองเพื่อมาเที่ยว ตอนนั้นคิดว่า เมืองคองคงอยู่ไกลมากเพราะต้องนั่งรถต่อไปอีกจนสุดสาย ได้ยินชาวบ้านเมืองคองที่นั่งรถมาด้วยกัน

บอกว่าต้องข้ามเขาไปอีกประมาณ 1 ชม แต่เมืองคองสวย ไว้ลองมาเที่ยวสิ มีหมอกเหมือนกันน่ะ ตอนนั้นฉันได้แค่ยิ้มเบาๆคิดในใจว่าคงไม่ไปตอนนี้แน่ ขนาดนั่งรถมาบ้านระเบียงดาวยังโค้งไปหลายรอบแล้วถ้าไปถึงเมืองคองจะขนาดไหน อีกอย่างเมืองคองตอนนั้นยังไม่ได้โปรโมท

เป็นที่เที่ยวด้วย ยังไม่เคยเห็นภาพสวยๆของเมืองคองซักที ไม่รู้ไปแล้วจะมีอะไรบ้างทำให้ยังไม่มีแรงจูงใจอยากไปเท่าใดนัก และแล้วฉันก็ลืมชื่อเมืองคองไป จนเวลาผ่านพ้นไป ชื่อเมืองคองพร้อมภาพกระท่อมโฮมสเตย์ริมทุ่งนา บรรยากาศบ้านๆ ก็ปรากฎขึ้น เห็นแล้วมันใช่เลย

สายรักธรรมชาติอย่างฉันจะพลาดได้ยังไง ไปเถอะ ไปเมืองคองกัน เมืองคอง ชุมชนเล็กๆ ในอ้อมกอดแห่งขุนเขา ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว ซึ่งอยู่ด้านหลังของดอยหลวงเชียงดาว เส้นทางเดียวกับบ้านนาเลาใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านระเบียงดาว แต่จะขึ้นลงเขา

ต่อไปอีกประมาณ 24 กม. หากมาเที่ยวแถวบ้านนาเลาใหม่สามารถไปเที่ยวเมืองคองต่อได้ เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองคองความรู้สึกแรก คือ เป็นชุมชนที่ยังคงมีความเป็นพื้นบ้าน อากาศบริสุทธิ์ และเงียบสงบมาก ชาวบ้านที่นี่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาป่าไม้ ส่งผลทำให้

เมืองคอง อุดมไปด้วย ปลา ผักป่า และสมุนไพรนานาชนิด ภายในชุมชนสามารถพึ่งตัวเองได้จากทรัพยากรที่มีอยู่ มีลำน้ำสายเล็ก ๆ ชื่อว่า แม่น้ำคอง ไหลผ่านทั่วหมู่บ้าน หากมาเที่ยวในช่วงฤดูทำนาก็จะได้พบกับความเขียวขจีของนาข้าวตลอดสองข้างถนน

เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ในเมืองคอง

เมืองคอง-เชียงใหม่-1

แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักในการมาเที่ยว เมืองคอง คือซึมซับกับธรรมชาติและใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ให้เต็มที่ที่สุด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเลือกมาพักที่โฮมสเตย์สักคืน และออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ

ในระแวกใกล้เคียง เช่น ถ้ำเกร็ดมังกร ถ้ำออนมรกต และล่องแพไปตามแม่น้ำคองเพื่อชมบรรยกาศรอบๆ ชุมชน หรือ ถ้าใครอยากจะพักผ่อนชิลๆ ก็สามารถไปเดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ กลางทุ่งนาอันกว้างใหญ่

ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนก็จะยิ่งสวยสุดๆ เพราะทุ่งนาจะแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวขจี ดูแล้วสบายตา แถมอากาศก็เย็นสบาย ตื่นเช้ามาก็จะเห็นสายหมอกจางๆ

การเดินทางไปเมืองคอง

รถส่วนตัว

ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป บ้านนาเลาใหม่ บ้านระเบียงดาว จากอำเภอเชียงดาว ต้องขับรถต่อไป ทางบ้านนาเลา มุ่งหน้าไปทาง ถ้ำเชียงดาว ก่อนถึงถ้ำ จะมีทางแยกไปบ้านนาเลา ให้ใช้เส้นทางเดียวกัน ไปจนถึงบ้าน

ระเบียงดาว จากนั้น ขับรถต่อไป อีกประมาณ 24 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ตลอดเส้นทาง ในถนนสายนี้ ค่อนข้างชัน และ แคบในบางช่วง ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ในการขับรถ

โดยรถสาธารณะ

จากกรุงเทพใช้บริการรถทัวร์ สายกรุงเทพ-ท่าตอน มาลงอำเภอเชียงดาว มีให้บริการ 2 บริษัท คือ บขส และ นิววิริยะทัวร์ แนะนำบริษัท บ.ข.ส เพราะว่า จะถึงพอดีกับเวลา ไม่เช้าจนเกินไป บ.ริวิริยะ จะถึงเชียงดาวประมาณ ตี 3 บริษัท บขส รถออกเวลา 19. 20 น.

มาถึงเชียงดาว ประมาณ 7 โมงเช้า ให้บอกพนักงานบนรถ ว่าลงตลาดสดเชียงดาว รถจะถึงประมาณ 7 โมงเช้า จากนั้นใช้บริการ รถสองแถวสายเชียงดาว-เมืองคอง เป็นรถสายเดียวกับที่ผ่าน บ้านระเบียงดาวรถจะมี 2 รอบ คือ ประมาณ 8 โมง เช้าอีกรอบคือ 10 โมง

ต้องไปถึงก่อนเที่ยง ไม่งั้น ไม่มีรถไป นอกจากเหมาให้มารับ คิวรถจะอยู่ตรงสามแยก เลยตลาดเชียงดาว มานิดนึง สามารถโทรแจ้ง ให้คนขับแวะรับได้ ที่เบอร์โทร 081 029 4622 ราคาคนละ 100 บาท สำหรับราคาเหมาจะอยู่ที่เที่ยวละ 800 บาท

แนะนำที่พัก เมืองคอง เชียงใหม่

เมืองคอง-เชียงใหม่-2

เมืองคอง อ้ายด่องโฮมสเตย์ เชียงใหม่

บ้านไม้ไผ่กลางทุ่งนา เมืองคองอ้ายด่องโฮมสเตย์ ท่ามกลางทุ่งนาอันเขียวขจีที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและป่าไม้ ทำให้เมืองคองอ้ายด่องโฮมสเตย์ มีความเงียบสงบสุดๆที่นี่มีบ้านไม้ไผ่

ให้บริการจำนวน 4 หลัง มีทั้งขนาดหลังเล็ก นอนได้ 2 คน หลังกลาง นอนได้ 4 คน และ หลังใหญ่ นอนได้ถึง 8 คน ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบเรียบง่าย มีห้องน้ำในตัวทุกหลัง นอนได้สบายๆ

เป็นส่วยตัวสุดๆ นอกจากจะได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่แล้วที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ได้เพลิดเพลินอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นชมทะเลหมอก เดินชมถ้ำ ล่องห่วงยาง ล่องแพ และบริการนวดแผนไทย

ครบทุกการพักผ่อนแน่นอน Location: 98 หมู่3 ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ Price: ราคาเริ่มต้น 350 บาท/คน, ราคารวมอาหารเช้า+เย็น 600 บาท/คน *สามารถเตรียมวัตถุดิบ

มาประกอบอาหารได้ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาโทรสอบถามอีกครั้ง) Phone: 086 420 8024, 086 420 8023, 083 325 9055 Facebook: เมืองคอง อ้ายด่องโฮมสเตย์

วันใหม่ฟาร์มสเตย์ เชียงใหม่

ฟาร์มสเตย์สุดน่ารัก ที่ถูกล้อมรอบด้วยทุ่งนา วันใหม่ฟาร์มสเตย์ เชียงดาว มีกระท่อมน้อยๆ กลางทุ่งนาดีไซน์เก๋น่านอน สร้างจากวัสดุไม้ล้วน จำนวน 2 หลัง แบ่งเป็นหลังใหญ่ 1 หลัง

สามารถพักได้ 4-5 คน และ หลังเล็กขนาด 2 ห้องนอน สามารถเข้าพักได้ห้องละ 2 คน ภายในบ้านพักมีความกว้างขวาง มีพัดลม หมอน มุ้งให้ครบ ที่นี่มีความอบอุ่นอยู่กันแบบครอบครัว

มีความเป็นกันเอง รายล้อมด้วยธรรมชาติที่น่าค้นหา อีกทั้งยังมีกิจกรรมล่องแพไม้ไผ่ไปตามแม่น้ำคอง เพื่อให้ได้ชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ บอกเลยว่าเพลินจนลืมเวลากันไปเลย

Location: 9 หมู่3 ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ Price: ราคาเริ่มต้น 350 บาท/คน, ราคารวมอาหารเช้า+เย็น 600 บาท/คน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาโทรสอบถามอีกครั้ง) Phone: 098 783 8958

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวปลายปี โดย ufabet168

>> อ่านบทความอื่นๆ หาตังเที่ยว >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

บ้านรักไทย-แม่ฮ่องสอน

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน คือ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๊ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล

กว่า 1,776 เมตร ทำให้พื้นที่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่ อุดมสมบูรณ์ บ้านรักไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชา

ขาหมู่หมั่นโถว คล้ายกับดอยแม่สลอง (กองพลเดียวกัน) นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่แห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับการชิมชา และ ทานขาหมูหมั่นโถว บ้างก็หลีกหนี ความวุ่นวายมาหาความเงียบสบาย ของบ้านรักไทยแห่งนี้

บ้านรักไทยยังมีกิจกรรมหลายอย่างไว้ให้นักท่องเที่ยว ได้สนุกสนาน เช่น การเดินป่าศึกษาเส้นทางโดยมัคคุเทศน์น้อย พาเข้าไปชม “คุกดิน” และการขี่ม้าพาข้ามแดนไป ฝั่งพม่า ที่บ้านรักไทยยังมีเกสถ์เฮาส์ริมน้ำ

(บ้านดิน) ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องกับสัมผัสกับ ธรรมชาติแบบใกล้ ชิดอีกด้วย บ้านรักไทย ชื่อหมู่บ้านนี้อาจฟังดูคุ้นหูแต่ไม่ได้มีความเกี่ยวของกับพรรคการเมืองพรรคใดเลย ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนาน

ที่อพยพมาอยู่ที่ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง แม่ฮ่องสอน ในหมู่บ้านยังคงวัฒนธรรมแบบจีนอย่างเหนียวแน่น มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และมีอาหารการกินแบบจีนยูนาน มีบ้านเรือนที่ทำจากดินให้ได้ชม

ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านนี้จะเป็นชา เช่น ชาชิง ชิง ชาอู่หลง เนื่องจากว่าในบริเวณนี้อากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี สามารถปลูกชาพืชเมืองหนาวได้ดี ในช่วงหน้าหนาวตอนเช้าอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา

ความเป็นมาของหมู่บ้านรักไทย

บ้านรักไทย-แม่ฮ่องสอน-2

เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดชายแดน ไทย-พม่า อยู่บนพื้นที่สูง จากระดับน้ำทะเล 1,800 เมตร ประชากรส่วนใหญ่ของหมู่บ้าน เป็นชาวจีนยูนนาน หรือ จีนฮ่อ ที่อพยพมาจากจีน ตอนใต้ และ บางส่วน ก็มาจากกองทหาร

กำลังทหารจีนคณะชาติ (กองกำลังพรรคก๊กมินตั๋ง คณะเดียวกับที่ดอยแม่สลอง) ในตอนแรกนั้น พื้นที่ของหมู่บ้านรักไทย เป็นเพียงทุ่งหญ้า ต่างกับในปัจจุบันที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ ล้อมรอบหมู่บ้าน

ลี ไวน์ รักไทย

แต่สำหรับบ้านดิน ที่ค่อนข้าง จะมีชื่อเสียงอยู่ ก็คือ ลี ไวน์ รักไทย ซึ่งจะเป็นบ้านดิน ที่อยู่ท่ามกลางไร่ชา และ ตั้งไต่ระดับขึ้นไป ตามภูเขา อีกด้วย อาจจะลำบากเล็กๆ ในการเดินขึ้นไปสักหน่อย แต่รับรองว่า ถ้าได้ขึ้นไปเห็นวิวจากมุมนั้น

ต้องตะลึงในความสวยงาม ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ทีเดียว และ ที่นี่ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ใกล้กับ ปางอุ๋ง อีกด้วย ใครจะมาพักนอนค้าง ที่บ้านรักไทย และ ตอนเช้า นั่งรถไปดูหมอกสวยๆ ที่ปางอุ๋ง ก็น่าจะได้ความชิลไปอีกแบบ

กิจกรรมที่น่าสนใจ

1. สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนยูนนานกับบ้านดิน

2. ชิมชา เลือกซื้อชาเป็นของฝาก มีให้เลือกหลากหลาย อาทิชาเขียว ชาอู่หลง ชามะลินอกจากนี้ยังมีอาหารจีนยูนนาน เลิศรส ขาหมูหมั่นโถว ก๋วยเตี๋ยวยวน ที่รสชาติอร่อยเด็ดอย่าบอกใคร แถมเลือกซื้อของฝากอื่นๆ อาิเช่น บ๊วยจีน ลูกท้อ เสื้อ รองเท้าจีน

3.ชมไอหมอกลอยเหนือน้ำ

4.ชมไร่ชา เป็นแนวยาวตามเนินเขารอบๆ บ้านรักไทย ศึกษาวิธีการปลูก – เก็บใบชา และเพลิดเพลินกับการขี่ฬอ ชมไร่ชา ชมการอบใบชาในโรงอบใบชา

5.ชมวิถีชีวิต ชาวจีนยูนนานกับการแปรรูปอาหาร องค์ความรู้ที่ สืบทอด ในการถนอมอาหาร พืช ผัก สามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน

แนะนำที่พักบ้านรักไทย

บ้านรักไทย-แม่ฮ่องสอน-1

ต้าเหล่าซือ

หนึ่งในที่พักขึ้นชื่อของหมู่บ้านรักไทย ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าบ้านรักไทย จุดเด่นของที่พักแห่งนี้ นั่นคือ วิวบรรยากาศของหนองน้ำใหญ่เบื้องหน้า ทุกเช้าจะเจอเข้ากับไอหมอกปะทะหน้า

หลากหลายห้องพักพร้อมให้บริการ เช่น บ้านพักครอบครัว สำหรับ 4 คน, บ้านพักเดี่ยว (แอร์) สำหรับ 2 คน, บ้านพักเดี่ยว สำหรับ 2 คน, บ้านพักเรือนแถวระเบียงแยก สำหรับ 2 คน และ บ้านพักเรือน

แถวระเบียงรวม สำหรับ 2 คน นอนสบาย บรรยากาศดี แบบนี้ต้องขอลองสักคืนสองคืน ที่อยู่ : หมู่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เบอร์โทรศัพท์ : 083 578 9222, 089 557 2258

ลีไวน์รักไทย

ที่พักสไตล์จีนยูนนาน ตั้งอยู่ท่ามกลางไร่ชา สวยงาม และ อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของที่นี่ เห็นจะเป็นบ้านทุกหลังสร้างมาจากดิน ซึ่งคอยทำหน้าที่ควบคุม อุณหภูมิในบ้าน

ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูไหน ก็นอนพักได้สบาย ๆ นอกจากให้บริการห้องพักแล้ว พลาดไม่ได้กับการลิ้มลองเมนูอาหารอร่อยๆ อย่างขาหมู ซาลาเปาทอด และ ยำใบชา

จิบชาร้อนไปด้วยพลางๆ น่าจะทำให้บรรยากาศ การพักผ่อนที่นี่ชิลมากขึ้น กว่าเดิม ที่อยู่ : ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เบอร์โทรศัพท์ : 089 552 9650

การเดินทางไปบ้านรักไทย

จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทาง จากเมืองแม่ฮ่องสอน มุ่งสู่บ้านรักไทย โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 เส้นทางสายเหนือ(ไปปาย) แยกเข้าซ้ายประมาณ

กิโลเมตรที่ 8 แยกเข้า หมู่บ้านกุงไม้สักใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋งเส้นทางเป็นเขาสูงชัน ต้องใช้ความชำนาญในการขับ

รถต้องเติมน้ำมันให้เรียบร้อย ไม่มีปั๊มบนดอย ระยะทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปบ้านรักไทย 44 กิโลเมตร จากอำเภอปาย ผ่าน อำเภอปางมะผ้า และจะผ่าน ถ้ำปลา

โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 แยกเข้าขวาเลยถ้ำปลามาสัก 1 กิโลเมตร แยกเข้า หมู่บ้านหมอกจำแป่ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ หมู่บ้านปางอุ๋ง

รถโดยสารประจำทาง หน้าตลาดสด เมืองแม่ฮ่องสอน มีรถออกทุกวัน (รถสองแถว สีเหลือง) สังเกตป้ายจะเขียนว่า แม่ออ รักไทย รถออกวันละประมาณ 2 เที่ยว ค่าโดยสาร 150 บาท

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวปลายปี โดย ufa168

>> อ่านบทความอื่นๆ หาตังเที่ยว >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

ดอยผาตั้ง เชียงราย

ดอยผาตั้ง-เชียงราย

ดอยผาตั้ง เชียงราย

ดอยผาตั้ง เชียงราย คือ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา ดอยผาหม่น ซึ่งเป็นเทือกเขา แนวพรมแดนไทย-ลาว สูง 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ดอยผาตั้งถือเป็นจุดชมวิว ไทย-ลาว เสน่ห์ของดอยผาตั้ง ไม่เพียงมีธรรมชาติแห่งดอย และ ทิวเขาที่สวยงาม เท่านั้น

หากที่นี่ ยังเต็มไปด้วย เรื่องราวของวิถีชีวิต จากหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และ เย้า โดยเฉพาะ ชาวจีนฮ่อนั้น พวกเขา เคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ที่อพยพ เข้ามาตั้งถิ่นฐาน อยู่บนดอยผาตั้ง แห่งนี้ ที่นี่มีความสูง จากระดับน้ำทะเล ปานกลาง 1,800 เมตร และ เป็นแหล่งปลูก

ผลไม้เมืองหนาว มากมาย อาทิเช่น บ๊วย ลูกท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล รวมทั้งชา ยิ่งกว่านั้น ในช่วงเดือน ธันวาคมถึง มกราคม บนยอดดอย จะสะพรั่งด้วยสีชมพู จากดอกนางพญาเสือโคร่งที่บาน ในช่วงนั้น ครั้นถึงเดือน กุมภาพันธ์ ที่นี่ จะถูกแรระบาย เป็นสีขาวจากดอกเสี้ยวป่า

ที่อวดช่อดอกงดงามอีก เช่นกัน โดยไฮไลท์ของการเที่ยว ดอยผาตั้ง นั้น มักอยู่ที่การชมวิว จากจุดชมวิว ช่องผาบ่อง ในระดับความสูงที่ 1,635 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปานกลาง ซึ่งสามารถมองเห็น แม่น้ำโขง ทอดตัวคดเคี้ยว ในฝั่งลาว และ ยังเป็นจุดชมทะเลหมอก ที่สวยงาม

เดินเท้าขึ้นสู่.. “ดอยผาตั้ง”

ดอยผาตั้ง-เชียงราย-1

ดอยผาตั้ง” ถือเป็นอีกดอย ที่มีระยะทาง ในการเดินเท้าไม่ไกล จาก จุดเริ่มต้นในการเดิน(ทางเข้า) ไปถึง จุดสุดท้าย(เนิน 103) รวมระยะทางทั้งหมด ประมาณ 950 เมตร เดินชมวิวไปเล่นๆ ได้อย่างสบายครับ

โดยเข้ามาที่จุดแรก ก็จะเจอกับ “ประตูผาบ่อง” ประตูสยาม ซึ่งเป็นช่องหินแนวผาขนาดใหญ่ ที่คนเดินลอด เข้าไปได้ สามารถมองเห็น ทิวทัศน์ของฝั่งประเทศลาว เดินลัดเลาะ ไปตามเนินเขา ต่อ ประมาณ 100 เมตร

ก็จะมาเจอกับ “ศาลาอนุสรณ์นายพลหลี่” เป็นศาลารูปทรงจีน สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน นายพลหลี่ เหวิน ฟาน หรือ หลี่ เหวิน ฮ่วน อดีตผู้นำทางทหารจีนคณะชาติ แห่งกองพล 93

ผาตั้ง ภูหมอก รีสอร์ท

ที่พักดอยผาตั้ง บรรยากาศดี มองเห็นวิวภูเขา 360 องศา ยิ่งช่วงหน้าหนาวเพื่อนๆ สามารถชมทะเลหมอก ยามเช้า จากหน้าห้องได้เลย ทั้งนี้หน้าห้องพัก สามารถปิ้งย่าง หรือ ปาร์ตี้ ได้โดยติดต่อ ขอเช่าอุปกรณ์ ปิ้งย่าง จากทางรีสอร์ทได้ ห้องพัก มีแบบเตียงใหญ่ (ที่นอน 5 ฟุต)

พักได้ 2 ท่าน และ เตียงคู่ (ที่นอน 5 ฟุต และที่นอน 3.5 ฟุต) พักได้ 3 ท่าน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารของรีสอร์ทเปิดให้บริการทั้งอาหารเช้าและเย็น เป็นอาหารจีนยูนนาน ในห้องพักมีทีวีเคเบิ้ล เครื่องทำน้ำอุ่นพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน จากรีสอร์ทสามารถเดินทาง

ไปจุดท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างสะดวก เช่น จุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม ศาลาเก๋งจีน จุดชมวิวช่องผาขาด จุดชมทะเลหมอกเนิน 102 จุดชมทะเลหมอกเนิน 103 อุทยานภูชี้ฟ้า ราคา : เริ่มต้น 1,200 บาท/ห้อง/คืน รวมอาหารเช้า (ราคาช่วง Low Season ทั้งนี้ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ที่อยู่ : หมู่บ้านผาตั้ง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เบอร์โทรศัพท์ : 091 037 2738

ผาตั้งเหมยฮัวรีสอร์ท

ดอยผาตั้ง-เชียงราย-2

ตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นจุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม โดยสามารถเดินเท้าจากรีสอร์ทไปจุดชมวิวระยะทาง 1 กิโลเมตร ถือว่าสะดวกมาก ๆ ค่ะ ถ้ามาหน้าหนาวจะได้ชม ความงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง

หน้ารีสอร์ทด้วยที่พัก มีแบบเตียงเดี่ยวนอนได้ 2 ท่าน และ เตียงคู่นอนได้ 4 ท่าน พร้อมทั้ง มีกล้องวงจรปิด ดูแลความปลอดภัย และ มีอินเทอร์เน็ตฟรีไว้คอยบริการ ถ้าหิวก็แวะไปร้านอาหารเหมยฮัวรีสอร์ท

บริการอาหารจีนยูนนาน เมนูแนะนำ คือ ขาหมูหมั่นโถว สุกี้ยูนนาน ราคา : เริ่มต้น 1,200 บาท/ห้อง/คืน รวมอาหารเช้า (ราคาช่วง Low Season ทั้งนี้ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ที่อยู่ : 335 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เบอร์โทรศัพท์ : 087 191 8808, 090 410 3151

การเดินทางสู่ ดอยผาตั้ง

จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้น เข้าสู่เส้นทาง บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020) 45 กิโลเมตร ต่อด้วย บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวง 1155)

17 กิโลเมตร และ ปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงจุดชมวิว 103 ซึ่งมีสภาพสูงชัน ในบางช่วง เป็นพื้นที่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพ ภาคที่ 3 บน ดอยผาตั้ง มีที่พัก สถานที่กางเต็นท์ และ ร้านอาหาร

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวปลายปี โดย ufabet

>> อ่านบทความอื่นๆ หาตังเที่ยว >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

เกาะผ้า พังงา

เกาะผ้า-พังงา

เกาะผ้า พังงา

เกาะผ้า พังงา คือ เกาะเล็กๆ กลางทะเลที่ตั้งอยู่ใน ตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา มีความพิเศษและไม่เหมือนเกาะที่ไหนมากๆ ด้วยความที่มีลักษณะคล้ายทะเลแหวก คือ จะเห็นพื้นทรายได้แค่ตอนที่น้ำทะเลลดต่ำลงเท่านั้น สันทรายของเกาะถึงจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมา

ช่วงนี้ที่เราจะสามารถนั่งเรือมาเที่ยวชมกันได้ แต่ในช่วงที่น้ำลด ถ้ายังไม่ลงสุด ก็จะเห็นเป็นเกาะเล็กๆ ถึงสามเกาะด้วยกัน แต่พอน้ำลงต่ำสุดก็จะกลายเป็นเกาะเดียว ยาวเกือบ 1 ตารางกิโลเมตรเลย เมื่อก่อนนั้น เกาะผ้า เคยเป็นเกาะที่มีต้นไม้ใหญ่มากมาย ทั้งต้นสนและต้นมะพร้าว

ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักผ่อนกัน ทั้งนอนอาบแดด เล่นน้ำ หรือ จะนั่งชิลๆ ริมทะเลก็ได้เพลินสุดๆ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี พ.ศ. 2547 ต้นไม้บน เกาะผ้า ก็ถูกซัดหายไปในทะเล จนแทบไม่มีอะไรเหลืออยู่บนเกาะเลย มีเพียงแค่ชายหาดผืนเล็กๆ น้ำทะเลรอบๆ

เลยทำให้เป็นที่มาของชื่อ “เกาะผ้า” เพราะราบเรียบเหมือนผ้านั่นเอง แต่เกาะผ้า ก็ได้กลับมาฮิตอีกครั้ง และ กลายมาเป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของพังงา โดยมีนักดำน้ำตื้นเดินทางมาเที่ยว ถ่ายรูปสวยๆ กลับไปจนทำให้ฮิตสุดๆ และ เป็นจุดเช็คอินที่นักท่องเที่ยวยกให้เป็น มัลดีฟส์เมืองไทย

ทำความรู้จักเกาะผ้า

เกาะผ้า-พังงา-2

เกาะผ้าเป็นส่วนหนึ่งที่ เกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา อยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร มีลักษณะ เป็นเกาะเล็กๆ เดิมเกาะผ้าแห่งนี้ เคยเป็นเกาะ ที่มีต้นไม้ใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีนักท่องเที่ยว นิยมเดินทางไปพักผ่อน และ ทำกิจกรรมต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น นอนเล่น อาบแดด ปิกนิกชิล ๆ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ สึนามิ เมื่อปี พ.ศ. 2547 ต้นไม้บนเกาะ ก็ถูกซัดโค่นหาย แทบไม่มีอะไร หลงเหลืออยู่เลย นอกจากชายหาด และ น้ำทะเล จนเป็น ที่มาของชื่อ “เกาะผ้า” เนื่องจาก เรียบเหมือนผ้านั่นเอง

ที่ตั้ง เกาะผ้า (Koh Pah)

ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 ตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา 82190 ที่ตั้งของเกาะผ้า โดยแท้จริง อยู่กึ่งกลางทะเล อันสวยงาม ซึ่งหากนั่งบนเรือกินลมชมวิว จากทะเลสวยๆ อากาศสดใส ประมาณ 40 นาที คุณก็จะพบกับพื้นแผ่นดิน เรียบๆ ขึ้นเป็นเนินเหนือ

กลางทะเลขนาดเล็ก ที่พอจะให้คน หลายคน ได้ไปเหยียบย่ำได้ นั่นแสดงว่า คุณได้พบกับเกาะแสนสวยงามนี้ แล้วยังไงล่ะ นั่นก็คือ เกาะผ้า ที่พวกเรากำลังอยากให้คุณ ได้สัมผัสกับบรรยากาศดีๆของท้องทะเล และ ผืนทรายเรียบๆ นี่ผ่านตัวอักษร อย่างมีความสุข

กิจกรรมท่องเที่ยวของเกาะผ้า

ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ของ เกาะผ้า นอกจากจะสามารถลงเล่นน้ำ เดินชมทะเลสวยๆ ได้แล้วนั้น ก็ยังสามารถดำน้ำชมปะการัง ปลาสวยงามต่างๆ รวมไปถึงสามารถพายเรือแคนูชมรอบๆ เกาะได้เลยใครที่สนใจจะมาเที่ยวที่เกาะผ้านั้น

ทางกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน บนเกาะคอเขา ก็มีเรือให้บริการพาไปเที่ยวเกาะด้วยค่ะ บอกเลยว่าใครที่ฝันอยากไปเกาะกลางทะเลเหมือนในหนัง ต้องห้ามพลาดเลยจริงๆ เพราะ จะหาที่เหมือนสุดๆ แบบนี้ในไทย คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เกาะผ้า

เกาะผ้า-พังงา-1

เขาหลัก

เป็นย่านท่องเที่ยวที่คึกคักมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิง โรงแรม รีสอร์ทที่พักเขาหลักต่างๆพร้อมใจเปิดรับนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ และนอกจากนั้นบริเวณเขาหลักยังติดทะเล ทำให้มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ และ มีร้านอาหาร

ร้านค้าต่างๆให้บริการไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในที่เที่ยวเขาหลักด้วย ไม่ว่าจะเป็น อนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 หรือ ประภาคารเขาหลัก หาดนางทอง ซึ่งหรอยจัง พังงาได้จัดทริปเที่ยวเขาหลักในวันเดียวไว้ให้แล้วด้วย

หลังจากเกิดสินามิ ทำให้ในปัจจุบัน บนเกาะไม่มีต้นไม้ เหลืออยู่เลยแม้แต่ต้นเดียว นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ “เกาะผ้า” เพราะลักษณะของเกาะเรียบ เหมือนผ้านั้นเอง ตอนนี้ มีเพียงชายหาด และ น้ำทะเล เท่านั้น ที่นี่ เงียบสงบ เหมาะสำหรับ การพักผ่อนจริงๆ

เกาะคอเขา

เป็นเกาะขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับ เกาะผ้า เป็นเกาะที่มี ไว้สำหรับผู้คน ที่ต้องการหลีกหนี ความวุ่นวาย จากในเมือง ไว้สำหรับพักผ่อน สงบจิตใจที่ว้าวุ่น และ บนเกาะ ยังมีกิจกรรมหลากหลาย อย่างให้ทำอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การนำรถจักรยานยนต์ ขับชมบรรยากาศรอบๆ

ขับรถชมวิวพร้อมแวะชมทะเล ภายในเกาะไปด้วย และ การเดินทาง หรือการนำรถขึ้นมาบนเกาะ ก็สามารถติดต่อ สอบถามจากทางท่าเรือ บ้านน้ำเค็มได้เลย ภายในเกาะยังมีโรงแรม บ้านที่พัก ร้านอาหาร มุมถ่ายรูปสวยๆมากมาย ไม่ว่าจะมาคนเดียว หรือ มากี่คน ก็สามารถสนุกได้แน่นอน

เมืองเก่าตะกั่วป่า

เมืองตะกั่วป่า เป็นสถานที่ที่มีมาหลายสมัย ค่อยๆพัฒนา แต่ยังคงความเก่าแก่ ไว้เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลาน จดจำ และ ศึกษาได้ เป็นพื้นที่ชุมชน ที่มีนักท่องเที่ยว หลากหลายคน ชอบมาเที่ยวกัน

ทั้งอาหารการกิน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ตะกั่วป่า คาเฟ่ตะกั่วป่า หรือวัฒนธรรมของเมืองตะกั่วป่า นั้นเป็นสิ่งที่น่าจดจำ และ ควรอนุรักษ์ ไว้เพื่อให้ลูกหลาน ได้นำมาใช้ ในชีวิตประจำวัน

อีกอย่างเลย คือ สวยงามมากๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ตึก หรือ วัฒนธรรมของชุมชนแถบนี้ ควรค่า แก่การไปเยี่ยมชม มากๆ ในเมืองเก่าตะกั่วป่า มีสถานที่มากมาย ให้ไปเที่ยวชม

ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัด วัฒนธรรม ทุกเย็นวันอาทิตย์ สถานที่เที่ยวตะกั่วป่างดงาม อย่างศาลเจ้าพ่อกวนอู หรือ จะเป็นสถานที่เก่าแก่ อย่างบ้านขุนอินทร์ สะพานเหล็กบุญสูง โรงเรียนเต้าหมิง เกาะผ้า

วิธีเดินทางไปยังเกาะผ้า

การเดินทางไปที่เกาะผ้านั้น ตามปกติแล้วจะมีเรือให้บริการบริเวณท่าเรือบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือไปยัง เกาะผ้า ประมาณ 40 นาที

หากนั่งเรือโดยสารแบบเหมาลำ จะมีราคา 2,000 บาท (นั่งได้ประมาณ 10 คน) และ การเข้าชมเกาะ ไม่มีค่าเข้าชม มีแค่ค่าการเดินทาง ไปยังเกาะเท่านั้นเอง คุ้มค่ามากๆ

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยว โดย ufa168

** หาอ่านบทความดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ >> คลิ้ก!!