Categories
Blog

หาดบางแสน ชลบุรี

หาดบางแสน-ชลบุรี

หาดบางแสน ชลบุรี

หาดบางแสน ชลบุรี คือ ตั้งอยู่ที่ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ชายหาดบางแสนมีความยาว รวมประมาณ 2.5 กิโลเมตร แม้จะเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทย แต่บางแสนก็มีน้ำทะเลที่ใส และ หาดทรายขาวละเอียด

โดยเฉพาะหลังจากที่ได้รับ การปรับภูมิทัศน์ และ จัดระเบียบ ริมชายหาดใหม่ ก็มีความสวยงาม และ น่าเที่ยว ไม่น้อยไปกว่าทะเลแห่งอื่นๆ จนหลายๆ คนถึงขนาดเอาไปเทียบ ชายหาดไมอามี

ที่อเมริกาเลยทีเดียว จากชายทะเลรกร้าง “บางแสน” แปรเปลี่ยนเป็นสถานตากอากาศ ชายทะเลตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2486 จนปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 80 ปีแล้ว บางแสนก็ยังเป็นที่หนึ่ง

ในชายหาดยอดนิยมของเมืองไทย คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเล่นน้ำ พักผ่อนหย่อนใจ บริเวณชายหาด ด้วยน้ำทะเลที่ใส หาดทรายขาวละเอียด และ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ

บางแสนได้เปลี่ยน จากชายทะเลรกร้าง มาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเลมาร่วม 80 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486 และ ยังคงเป็นหนึ่งในชายหาดยอดนิยมของเมืองไทย มาโดยตลอด

หาดบางแสนจะมีความลาดเอียง เล็กน้อย ระดับน้ำตื้น เหมาะแก่การเล่นน้ำ โดยชายหาดบางแสน ประกอบด้วย สามหาดด้วยกันคือ 1.หาดบางแสนช่วงกลาง 2.หาดบางแสนช่วงใต้

ที่เรียกกันว่า หาดวอนนภา และ 3.แหลมแท่นที่ขึ้น ไปทางเหนือ อยู่ใกล้เขาสามมุข ทั้งสามหาดนี้ มีลักษณะ ที่ต่างกัน โดยสิ้นเชิง นักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวที่หาดใด ก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ชอบ  

หาดบางแสนช่วงกลาง

หาดบางแสน-ชลบุรี-1

เป็นแนวหาดทรายความยาวประมาณสองกิโลเมตร เป็นภาพของหาดที่เรามักจะนึกถึงเมื่อเอ่ยถึงบางแสน เพราะเป็นโซนที่คนมาเที่ยวเล่นน้ำ ทำกิจกรรรมต่างๆ มากที่สุด แวดล้อมด้วยลานพื้นอิฐ

สำหรับนั่งเล่น ทางเดินหินแกรนิต ร้านอาหารนานาประเภท ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ที่พักหลากหลาย ทั้งโรงแรมห้าดาว บังกะโล จนถึงเกสต์เฮ้าส์ราคาหลักร้อย ราคาไม่แพง และ บริการที่ดี

หาดวอนนภา

ถูกสร้างเพื่อกั้น คลื่นซัดเซาะชายฝั่ง สูงกว่า ระดับน้ำทะเลหนึ่งเมตร เศษ ทำเป็นลานหิน ให้คนนั่งเล่นริมทะเล จะเป็นโซนที่คนชอบเล่นน้ำ และต้องการไปนั่งเล่นริมหาด นิยมไปกันตลอดวัน ตลอดคืน ไม่มีปิด นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำที่หาดวอนได้ เช่นกัน แต่ไม่ควรออกไปไกล

จากฝั่งมากนัก เพราะน้ำค่อนข้างลึก ถนนเลียบหาดวอน จะอยู่ติดกับลานนั่งเล่น อีกฝั่งของถนน เป็นร้านค้าร้านอาหารมากมาย ตั้งแต่ รถเข็นไปจนถึงร้านหรูๆ หลังพระอาทิตย์ตก แถวนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นแหล่งเที่ยวกลางคืนของบางแสน เต็มไปด้วยร้านกินดื่มฟังเพลงใกล้ทะเล

แหลมแท่น

เป็นโซนที่ได้รับความนิยม น้อยกว่าบางแสน ช่วงกลาง และ บางแสนช่วงใต้ ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ และ อันตราย แต่ก็พอมีที่นั่ง ทางเดินชมวิวเลียบแนวชายทะเลอยู่บ้าง โดยมีแนวกั้นคลื่นซัด ที่เพิ่งได้รับการบูรณะใหม่ ทำเป็นทางเดินเลียบชายฝั่ง

ทะเลยาวกว่า ครึ่งกิโลเมตร มีที่ให้นั่งเล่นชมวิวดูพระอาทิตย์ตก ช่วงปลายแหลมแท่นมีลานอเนกประสงค์ เป็นสถานที่จัดอีเวนต์ต่างๆ ของบางแสน เช่น งานเคาน์ดาวน์ปีใหม่ จากตรงนี้ สามารถมองเห็น เขาสามมุข ได้อย่างสวยงาม และ บรรยากาศดี

ปัจจุบันเทศบาลเมืองแสนสุข

ได้จัดสรรโซนห้ามตั้งร่ม ชายหาดเตียงผ้าใบ สามช่วง คือ ต้นหาด (หลังวงเวียน) กลางหาด (ศาลเจ้าพ่อแสน) และ ท้ายหาด (โรงแรมเอสทู) จึงทำให้ นักท่องเที่ยว สามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพ ที่สวยงาม และ ความเป็นธรรมชาติ ได้อย่างเต็มที่ และ เพลิดเพลิน

ซึ่งกิจกรรมหลักๆ ที่ได้รับความนิยม เมื่อไปเที่ยวบางแสน ก็ได้แก่ เล่นน้ำทะเล เล่นเรือกล้วย นั่งทานอาหาร ริมชายหาด บนเก้าอี้ผ้าใบ หลากสีสัน ชมท้องทะเล และ ต้นมะพร้าวสูงชะลูด ที่เรียงรายกัน อยู่บริเวณริมชายหาด อันเป็นเอกลักษณ์ อันโดดเด่น อย่างหนึ่งของที่นี่

จุดชมวิวเขาสามมุข

แลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของการมาเที่ยวบางแสน ในปัจจุบัน ได้จัดทำแลนมาร์คใหม่ เป็นลานระเบียงกว้าง มีที่นั่งพักผ่อน เดินเล่น เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทะเลแหลมแท่น และ ทะเลอ่างศิลา

ได้แบบกว้างไกล บริเวณจุดชมวิว จัดเป็นเส้นทางเดินขนาน ไปกับท้องทะเล ระหว่างทาง มีระเบียงชมวิว รวมทั้ง ซุ้มนั่งเล่นดีไซน์ สุดล้ำ รูปวงกลม สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนรับลมทะเล

ที่โดดเด่น คือ อุโมงค์ตัวอักษรสีขาว เขียนชื่อภาษาอังกฤษ ว่า บางแสนเขาสามมุข ให้ยืนถ่ายรูป โพสต์ท่าเก๋ บริเวณจุดชมวิวยังมีเจ้าถิ่น ลิงน้อยอาศัยอยู่มากมาย กลมกลืน ไปกับนักท่องเที่ยว

สะพานชลมารควิถี

หาดบางแสน-ชลบุรี-2

สะพานชลมารควิถี หรือ สะพานเลียบชายทะเล ชลบุรี อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่น่าสนใจ อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในตัวเมือง ไม่ไกลจากชายหาดบางแสน และ เขาสามมุก

เป็นสะพานเลียบชายทะเล ที่มีระยะทาง หลายกิโลเมตร ทอดยาวจากถนนสุขุมวิท จนถึงวัดเขาบางทราย ขณะขับรถจะได้เห็น ตัวสะพานที่ทอดยาว โค้งขนานไปกับท้องทะเล

สามารถมองวิวของทะเล ที่สวยงาม ขนาบข้าง ในยามที่น้ำทะเล แห้งขอดมองเห็นริ้วทรายสลับกับน้ำทะเล ภาพของกระชัง ปลากลางทะเล ตั้งเรียงรายกัน เหมือนภาพวาดที่สวยงาม

Niji House Bangsaen

(นิจิเฮ้าส์บางแสน) คาเฟ่เปิดใหม่ สไตส์มินิมอล พาสเทล เหมือนยกคาเฟ่เกาหลี มาไว้ที่หาดบางแสน ตัวร้านมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ มากมาย ให้สำหรับสาวก ที่ชอบถ่ายรูปสวยทุกมุมหวานละมุน นอกจากร้านที่น่ารัก เมนูน้ำขนมเค้กก็น่ารัก

ไม่แพ้กันนะ เหมือนหลุด ไปอยู่เกาหลี แจกความสดใส กันไปเลย สายหวาน สายเกา ห้ามพลาด เด็ดขาด ต้องไปพิกัด ถนนเรียบ หาดวอนนภา ใต้โรงแรมSeabreeze (ตรงข้าม สวนสาธารณะหาดวอน) เปิดให้บริการ ทุกวัน 8.30-19.30

การเดินทางไป หาดบางแสน

ถ้ามาจากกรุงเทพฯ สามารถมาได้สองเส้นทางด้วยกัน ทั้งจากเส้นถนนสายบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 แล้วเข้ามายังจังหวัดชลบุรี หรือจะมาทางเส้นถนนทางสายมอเตอร์เวย์(กรุงเทพ-ชลบุรี) (สายใหม่) ที่เชื่อมกับวงแหวนรอบนอก ก็ได้เหมือนกัน

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยว โดย ufabet168

** หาอ่านบทความดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ >> คลิ้ก!!

Categories
Blog

ชายหาดอ่าวนาง กระบี่

ชายหาดอ่าวนาง-กระบี่

ชายหาดอ่าวนาง กระบี่

ชายหาดอ่าวนาง กระบี่ คือ เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทะเลกระบี่ เป็นที่ตั้งของ รีสอร์ท ร้านอาหาร บริษัททัวร์ให้บริการนำเที่ยว

เกาะที่มีชื่อต่างๆของกระบี่ เช่น ทะเลแหวก เกาะปอดะ เกาะพีพี หมู่เกาะห้อง เป็นจุดเช่าเรือไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ หาดไร่เล ถ้ำพระนาง และเกาะต่าง ๆสถานที่ท่องเที่ยวในทะเลกระบี่

พื้นที่ของ อ่าวนาง จะ ตั้งอยู่ตามถนนเลียบชายทะเลเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร เป็นหาดทรายทอดยาว มีถนนเลียบชายหาด มีภูเขาคั่นระหว่างชายหาด ทิวทัศน์โดยรอบสวยงามแปลกตา

ด้านทิศตะวันออก ของอ่าว มีถ้ำหิน งอกหินย้อยชื่อ ถ้ำพระนาง และบริเวณด้านหน้าของ อ่าวนาง มีกลุ่มเกาะน้อยใหญ่ถึง 83 เกาะ ที่เป็นโขดหิน รูปร่างแปลกประหลาดบ้างก็คล้ายรองเท้าบู๊ท

เรือสำเภา หัวนก และอื่น ๆ กลุ่มเกาะเหล่านี้ เช่น เกาะปอดะ เกาะยาหมัน เกาะบะติงมิ้ง เกาะยาวาซา เกาะลาดิง เกาะหม้อ เกาะทัพ เป็นต้น อ่าวนางถือเป็น จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

ข้อมูลทั่วไป ชายหาดอ่าวนาง

ชายหาดอ่าวนาง-กระบี่-1

เป็นหาดทรายทอดยาว มีถนนเลียบชายหาด เป็นที่ตั้งของร้านค้า ที่พัก บริษัทนำเที่ยวหลายแห่ง ทิวทัศน์โดยรอบสวยงามด้วยภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน เป็นจุดเช่าเรือไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ

ได้แก่ หาดไร่เล ถ้ำพระนาง และ เกาะต่างๆ ในทะเลกระบี่ จากตัวเมืองมีรถสองแถวไปยังอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที อ่าวนางเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมแห่งหนึ่งของกระบี่

เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และ เป็นชายหาด ที่ชาวต่างชาติ นิยมมาอาบแดดมากแห่งหนึ่ง มีหาดทรายยาวร่วม 2 กิโลเมตร เล่นน้ำได้ดี วิวสวยงามมีเอกลักษณ์

เพราะสุดหาดทางด้านซ้าย เป็นภูเขาหินปูนสวยงาม และ สะดุดตากั้นหาดอ่าวนางกับหาดไร่เลย์ สุดหาดทางด้านขวา เป็นปากน้ำ กั้นหาดอ่าวนางกับหาดนพรัตน์ธารา และ ยังมองเห็นเกาะน้อยใหญ่อีกมากมายในทะเล

จึงรวมความแตกต่างที่สวยงาม ไปคนละแบบไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังสามารถนั่งเรือ จากอ่าวนางไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ หรือไปดำน้ำได้อย่างสะดวก นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเที่ยว

พักที่อ่าวนาง ทำให้มีโรงแรม และ รีสอร์ตจำนวนมากเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยว รวมถึงบริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ด้วย สถานที่ท่องเที่ยวที่นั่งเรือจากอ่าวนางไปได้ได้แก่ หมู่เกาะพีพี ทะเลแหวก

เกาะทับ เกาะหม้อ เกาะไก่ เกาะปอดะ หาดถ้ำพระนาง หมู่เกาะห้อง ทะเลใน เกาะผักเบี้ย เกาะเหลาลาดิง หาดไร่เลย์ ข้อมูลการเดินทาง มีรถสองแถว จากตัวเมืองกระบี่ ให้บริการตั้งแต่ 16.00-22.00 น. ทุกวัน

ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที ส่วนการเดินทางเชื่อมต่อ ไปยังเกาะ และ หาดใกล้เคียง สามารถใช้บริการท่าเรือ อ่าวนาง โดยติดต่อ และ ขอทราบรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ ชมรมเรือหางยาว อ่าวนาง กระบี่

ที่พักใกล้ชายหาดอ่าวนาง

ชายหาดอ่าวนาง-กระบี่-2

Sea Seeker Krabi Resort – SHA Plus

ตั้งอยู่ในย่านหาดอ่าวนาง ที่พักมีห้องอาหาร สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ศูนย์ออกกำลังกาย และ บาร์ โรงแรมระดับ 4 ดาวแห่งนี้มีสวนหย่อม ห้องพักปรับอากาศพร้อมอินเทอร์เน็ตไร้สาย

(WiFi) ฟรี และ สถานที่ บรรยากาศ พนักงานทุกคนน่ารัก บางโรงแรมสนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่าคนไทย แต่ที่นี่ คือ สนใจแขกทุกคนดีมากๆ รอบหน้าไปอีกแน่นอน

เวลคัม อ่าวนาง รีสอร์ท 

Whalecome Aonang Resort ตั้งอยู่ในย่านหาดอ่าวนาง ห่างจากหาดไผ่ปล้อง 1.2 กม.และ ให้บริการที่พักพร้อม ห้องอาหาร ที่จอดรถส่วนตัวฟรี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และ พื้นที่นั่งเล่นส่วนกลาง ทุกอย่าง Perfect การต้อนรับ และ บริการจากพนักงานดีมากๆ สงบ เป็นส่วนตัว สถานที่ชิลๆ

Aonang Hill 111 SHA Plus

ห่างจากชายหาดโดยใช้เวลาเดินทาง ด้วยรถยนต์เพียง 4 นาที ให้บริการที่พักสะดวกสบาย ตั้งแต่ห้องพัก รวมไปจนถึงวิลลา นอกจากนี้ ยังมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) ฟรีทั่วบริเวณ ที่พักชอบทุกอย่าง คุ้มราคา เกินราคาด้วยซ้ำ ใครอยากพักใกล้อ่าวนาง

แบบเดินไปได้ มีของกินครบครัน ร้านสะดวกซ้ำใกล้ บรรยากาศที่พักเหมาะแก่การพักผ่อน ภายในห้องพักสะอาดสุดๆ ของใช้ครบ ใส่ใจรายละเอียด ห้องพักสบาย ทีวีชัด อาหารเช้าอร่อย เอาเป็นว่า อย่าลังเลที่จะพัก รับรองประทับใจแน่นอน

การเดินทางไปอ่าวนาง

จากตัวเมืองกระบี่ นักท่องเที่ยวสามารถ โดยสารรถสองแถว ค่าโดยสาร 50 บาท ใช้เวลาประมาณ 45นาที สำหรับค่าโดยสารเรือจาก อ่าวนางไปยังหาดและเกาะต่าง ๆ เช่น อ่าวนาง-ไร่เลย์ ใช้เวลา 10 นาที

ค่าโดยสารคนละ 50บาท อ่าวนาง-ถ้ำพระนาง ใช้เวลา 15 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท อ่าวนาง-เกาะปอดะ ใช้เวลา 25 นาที ไป-กลับ ค่าโดยสารคนละ 200 บาท อ่าวนาง-เกาะไก่ ไป-กลับ ใช้เวลา 25 นาที

ค่าโดยสารคนละ 250 บาท อ่าวนาง-หมู่เกาะห้อง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ราคาค่าเรือลำละ 1500 บาท สำหรับเวลากลางคืน อ่าวนาง-ไร่เลย์ ค่าโดยสารคนละ 80 บาท& สามารถเช่าเรือได้ตั้งแต่เวลา 07.00–19.00 น.

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยว โดย ufabet

** หาอ่านบทความดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ >> คลิ้ก!!

Categories
Blog

ตึกชิโนโปตุกีส ภูเก็ต

ตึกชิโนโปตุกีส-ภูเก็ต

ตึกชิโนโปตุกีส ภูเก็ต

ตึกชิโนโปตุกีส ภูเก็ต คือ อาคารรุ่นเก่าในตัวเมืองภูเก็ต ที่เป็นทั้งบ้านเรือน ร้านค้า สถานที่ราชการ ธนาคาร และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นตึกซึ่งสร้างขึ้นเมื่อสมัยเกือบร้อยปีมาแล้ว ลักษณะของตัวอาคารเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบจีนและยุโรป เรียกว่า สถาปัตยกรรมแบบ ชิโน-โปรตุกีส(Chinois Postugess)

คุณค่าของความเป็นเมืองเก่าภูเก็ตที่ยังคงได้รับการเก็บรักษาเป็นอย่างดี และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำที่ผู้มาเยือนทุกคนต้องแวะเวียนมาเยี่ยมชมกันให้ได้ นั่นคือกลุ่มตึกสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองในยุคเหมืองแร่เฟื่องฟูบนภูเก็ตครั้งหนึ่งในอดีต คุณจะได้รื่นรมย์ประวัติศาสตร์สนุกนึก เรียนรู้เรื่องราวแห่งสถาปัตยกรรม

อันทรงคุณค่า สบาย ๆ ชิล ๆ ไปกับคาเฟ่น่ารักที่ดัดแปลงจากตึกเก่าเหล่านั้นมาเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งหมดนี้คือความสุขจากย่านเก่าภูเก็ตที่ต้องเก็บไว้ในลิ้นชักแห่งความทรงจำ เรียนรู้…ชิโน-โปรตุกีส ในอดีตภูเก็ตเคยเป็นเมืองท่าสำคัญทางตะวันตกของแหลมมลายู และมีการติดต่อค้าขายกับชาวจีนโพ้นทะเล โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทาง

มาจากสิงคโปร์ ปีนัง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกอย่าง โปรตุเกสและฮอลันดา รวมทั้งภูเก็ตยังเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่สำคัญของประเทศ ทำให้มีผู้คนจากดินแดนแถบนี้เดินทางเข้ามามากมาย ภูเก็ตจึงเติบโตเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรือง กลายเป็นจุดนัดพบระหว่างวัฒนธรรมใหญ่ จากสองมุมโลก และ อาคารเก่าแก่

ที่เรียงราย ในตัวเมืองภูเก็ต เป็นสิ่งยืนยันความเจริญรุ่งเรือง ทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ตึกเก่าเหล่านี้มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว สร้างขึ้นเมื่อครั้งกิจการเหมืองแร่เฟื่องฟู มีลักษณะทาสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เรียกว่า “ชิโน-โปรตุกีส” (Sino-Portuguese) โดยเป็นอาคารชั้นเดียวหรือสองชั้น มีส่วนลึกมากกว่าส่วนกว้าง และ ไม่สูงนัก ตลอดจนประตู

หน้าต่างไม้ฉลุลาย และรายละเอียดต่าง ๆ ล้วนสะท้อนถึงการผสมผสานทางศิลปะระหว่างยุโรปและจีน อาคารที่น่าชมเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ใน ย่านใจกลางเมือง ซึ่งปัจจุบันทางเทศบาลนครภูเก็ตได้จัดให้มีเส้นทางเดินชมเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ ชื่นชมอาคารบ้านเรือนและวิถีชีวิตของชาวภูเก็ต ระยะทางประมาณ 4.6 กิโลเมตร

มีช่วงเส้นทางการเดิน 6 ช่วงย่อย ๆ ถนนบางสายได้รับการปรับแต่งภูมิทัศน์ให้สวยงามจากการเก็บความรกรุงรังของสายไฟให้ดูเรียบร้อย สะอาดตาเพื่อพาคุณเข้าไปสัมผัสความคลาสสิกของภูเก็ตกันอย่างเต็มอิ่ม ที่ตั้ง : ถนนดีบุก ถนนถลาง ถนนกระบี่ และถนนเยาวราช อำเภอเมืองฯ จังหวัดภูเก็ต สอบถามข้อมูลได้ที่ : สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต

ประวัติ ตึกชิโนโปตุกีส

ตึกชิโนโปตุกีส-ภูเก็ต-1

ชาวโปรตุเกสได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการค้าบริเวณเมืองท่ามะละกา และได้นำเอาศิลปวัฒนธรรมตลอดจนวิทยาการตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ และได้สร้างบ้านและสถาปัตยกรรมตามรูปแบบของตน

ส่วนช่างชาวจีนได้นำผังการก่อสร้างไปดำเนินการ แต่ลักษณะของสถาปัตยกรรมได้เพี้ยนไปจากเดิม โดยช่างชาวจีนได้ตกแต่งลวดลายสัญลักษณ์รวมถึงลักษณะรูปแบบบางส่วนของตัวอาคาร

ตามคติความเชื่อของจีน เกิดการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมโปรตุเกสกับจีน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นท่ามกลางสังคมของกลุ่มชน 3 เชื้อชาติ อันได้แก่โปรตุเกส จีน และมลายู ในดินแดนแหลมมลายู

ต่อมาเมื่อชาวดัตช์และอังกฤษเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้ ก็ได้ปรับปรุงรูปแบบของอาคารโดยดัดแปลงและเพิ่มเติมลวดลายต่าง ๆ และมีชื่อเรียกลักษณะการก่อสร้างอาคารเหล่านี้ว่า สถาปัตยกรรม

“จีน-โปรตุเกส” คำว่า Sino หมายถึง จีน และคำว่า Portuguese หมายถึง โปรตุเกส แม้ว่าชาวอังกฤษและชาวดัตช์จะเข้ามามีอิทธิพลในการผสมผสานศิลปะของตนเข้าไปในยุคหลังด้วยก็ตามก็ยังเรียกรวมกัน

ว่า จีน-โปรตุเกส ในประเทศไทยพบสถาปัตยกรรมจีน-โปรตุเกสได้ในภูเก็ต รวมถึงระนอง กระบี่ ตะกั่วป่า พังงา ตรัง และสตูล ซึ่งอาคารส่วนใหญ่สร้างในสมัยของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี

(คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต ในช่วงปี พ.ศ. 2444–2456 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภูเก็ตในสมัยนั้นมีความสัมพันธ์ทางด้านการค้ากับปีนัง อาคารแบบจีน-โปรตุเกสได้ถูกสร้างขึ้น

โดยนักธุรกิจชาวจีนที่มีความร่ำรวยจากการทำธุรกิจเหมืองแร่ดีบุก เมื่อปี พ.ศ. 2537 เทศบาลนครภูเก็ต รวมทั้งหน่วยงานจากภาครัฐและองค์กรเอกชน องค์กรท้องถิ่นในเมืองภูเก็ต ได้ร่วมกันพัฒนาและอนุรักษ์

ย่านเมืองเก่าขึ้นมา มีการกำหนดให้พื้นที่ประมาณ 210 ไร่ ซึ่งครอบคลุมถนนรัษฎา ถนนพังงา ถนนเยาวราช ถนนกระบี่ ถนนดีบุก ถนนถลาง และถนนเทพกระษัตรี ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

โดยออกเป็นประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการควบคุมให้พื้นที่อนุรักษ์นี้ ให้มีความสูงอาคารได้ไม่เกิน 12 เมตร และยังได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาอาคารในรูปแบบดั้งเดิมไว้ถึงปัจจุบัน

ลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบจีน-โปรตุเกส

ตึกชิโนโปตุกีส-ภูเก็ต-2

คือ การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุโรปกับศิลปะจีน กล่าวคือ “สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม” (colonial style) ถ้าเป็นอาคารสองชั้นกึ่งร้านค้ากึ่งที่อยู่อาศัย (shop-house หรือ semi-residential) จะมีด้านหน้าอาคารที่ชั้นล่างมีช่องโค้ง (arch) ต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ

เพื่อให้เกิดการเดินเท้า ที่ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า “อาเขต” (arcade) หรือที่ภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า หง่อคาขี่ ซึ่งมีความหมายว่า ทางเดินกว้างห้าฟุต ในภาษามลายูแปลว่าทางเดินเท้า กากี่แปลว่าเท้า นอกจากอาเขตแล้ว อาคารแบบอาณานิคม มีการนำลวดลายศิลปะ

ตะวันตกแบบกรีก-โรมัน หรือเรียกว่า “ศิลปะคลาสสิก” เช่น หน้าต่างวงโค้งเกือกม้า หรือหัวเสาแบบไอโอนิก (แบบม้วนก้นหอย) และคอรินเทียน (มีใบไม้ขนาดใหญ่ประดับ) เป็นต้น ซึ่งนักวิชาการบางท่านอาจเรียกสถาปัตยกรรม แบบนี้ว่า “คลาสสิกใหม่”

สิ่งที่ผสมผสานศิลปะจีนคือ ลวดลายการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นภาพประติมากรรมนูนต่ำหรือนูนสูงทำด้วยปูนปั้นระบายสีของช่างฝีมือจีนประดับอยู่บนโครงสร้างอาคารแบบโปรตุเกส บานประตูหน้าต่าง ตลอดจนการตกแต่งภายในที่มีลักษณะเป็นศิลปะแบบจีน

ถนนถลาง และ ซอยรมณีย์

ถนนสายประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ถนนเส้นนี้ คือ ศูนย์กลางของการท่องเที่ยวย่านเก่าภูเก็ต ที่มีอาคารตึกแถวเก่าจำนวนมาก รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึก มากมายหลายร้าน

ตัวตึกมีรูปแบบการตกแต่งช่องหน้าต่างโค้ง ตามแบบสถาปัตยกรรมยุคนีโอคลาสสิค มีลวดลายที่ดงามเน้นธรรมชาติเถาไม้ ใบไม้ และรูปสัตว์ ตึกแถวบริเวณนี้มีลักษณะเด่น

อยู่ที่ประตูด้านหน้า เป็นแบบบานเฟี้ยมไม้เก่าแก่ ช่วงเสาจะกว้างเท่ากับตึก 2 คูหารวมกัน มีการนำศิลปะการเจาะช่อง หน้าต่างและลวดลายปูนปั้นแบบอาร์ตเดโคมาใช้ได้

อย่างกลมกลืน และ สวยงาม ซึ่งในปัจจุบันบ้านเรือนและอาคารหลายหลัง มีการทาสีใหม่ แต่ยังคงรูปแบบเดิมไว้ นอกจากนี้ถนนถลาง ยังมีซอยรมณีย์ ซอยเล็กๆอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยว

นิยมมาถ่ายภาพ เนื่องจาก มีอาคารสีสันสดใสหลากสี ทั้งชมพู เหลือง น้ำเงิน และมีร้านกาแฟ อยู่ในซอยนี้หลายร้าน รวมทั้งที่พักด้วย เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

ถนนพังงา ถนนภูเก็ต ถนนมนตรี

ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแยกถลาง มีอาคารที่น่าสนใจ คือ ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ ถือได้ว่า เป็นอาคารสัญลักษณ์ของย่านเก่าภูเก็ต แต่ก่อนเป็นตึกเก่าแก่สีขาว ปัจจุบันทาสีใหม่ เป็นสีเหลืองโดดเด่น ด้วยหอนาฬิกาสูง 4 ชั้น

มีหลังคาคล้ายรูปหมวกตำรวจ สมัยก่อนช่องประตูหน้าต่าง แบ่งเป็นช่องโค้งมีเสาอิงแบ่ง เป็นช่วงประดับลายปูนปั้นบนยอดซุ้มโค้งสวยงาม เลี้ยวขวาเข้าถ.รัษฎาไปจนถึงวงเวียนสุริยเดช ตรงไปตามถนน ระนอง

ซึ่งช่วงนี้จะได้พบกับตึกที่น่าสนใจ อาทิ โรงแรมออน ออน ร้านโอชาไทย ตั้งอยู่ภายในโรงแรมออน ออน อีกหนึ่งอาคารเก่าขึ้นชื่อ สำหรับเมนูอาหารของที่นี่ ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นอาหารไทยรสต้นตำรับ

ในสไตล์โมเดิร์น มีทั้งอาหารไทย อาหารพื้นเมืองภูเก็ต และอาหารยอนย่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ อาหารเพอรานา ความโดดเด่น คือ การจัดตกแต่งเมนูอาหารที่มีสไตล์เฉพาะตัว และรสชาติอาหารอร่อยมาก

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยว โดย ufa168

***อ่านบทความเพิ่มเติมดีๆ >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

เนินนางพญา จันทบุรี

เนินนางพญา-จันทบุรี-2

เนินนางพญา จันทบุรี

เนินนางพญา จันทบุรี คือ โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเล ภาคตะวันออก หรือ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ที่เชื่อมโยง จังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งมีระยะทางรวมกว่า 118 กิโลเมตร มีจุดชมวิวขึ้นชื่อ

สำหรับใครที่ชอบการถ่ายรูปกับวิวทะเล ที่ขนาบข้าง ด้วยทิวทัศน์ของภูเขาสีเขียวกับถนน ที่คดเคี้ยวสวยงาม นั่นคือ จุดชมวิวเนินนางพญา ที่ตั้งอยู่บนถนนเฉลิมบูรพา-ชลทิตถนนเลียบชายทะเล

ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย ที่สามารถขับรถชมวิวทะเล หรือ ปั่นจักรยานทางไกลมาเรื่อยๆ จากปากน้ำกระแส จังหวัดระยอง มาจรดเนินนางพญา จุดชมวิวเนินนางพญา ตั้งอยู่บนเนินริมทะเลใกล้

หาดคุ้งวิมาน และ ปากอ่าวคุ้งกระเบน สามารถมองเห็นวิว ทะเลกับถนนที่คดเคี้ยวสวยงาม รวมทั้ง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ความสวยงาม จุดชมวิวของถนนเส้นนี้

จึงกลายเป็นจุดหมายสำคัญ ทั้งหลาย รวมทั้งนักปั่น ที่พร้อมจะพาจักรยานคู่ใจลุยไป จนสุดทาง เกร็ดความรู้ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เชื่อมโยงจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และ ตราด ระยะทางรวมกว่า 118 กม.

ประวัติจุดชมวิวเนินนางพญา

เนินนางพญา-จันทบุรี-1

เป็นจุดชมวิว ที่ขึ้นชื่อของจันทบุรี ที่มีทิวทัศน์สวยงาม ทั้งถนนเลียบชายทะเล ที่ทอดยาว ไปจนถึงหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน ที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ และ แหลมเสด็จ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ตรงบริเวณปากอ่าว

โดยจุดชมวิวนางพญานี้ ตั้งอยู่บนเนินริมทะเล ใกล้กับหาดคุ้งวิมาน และปากอ่าวคุ้งกระเบน ที่หมู่ 7 ถนนเฉลิมบูรพาชลฑิต ต.สนามไชย อ.นายายอาม ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ในภาคตะวันออก

ที่นักท่องเที่ยวนิยม ขึ้นมาถ่ายภาพทิวทัศน์ เนื่องจาก บนเนินสามารถมองเห็นทะเลได้กว้างไกล สวยงาม แบบพาโนรามา ไร้สิ่งบดบัง บวกกับถนนที่มีลักษณะ โค้งสวยงามสวยงาม

โดยเฉพาะในช่วง พระอาทิตย์ตก ที่มีบรรยากาศ สวยงามมาก การเดินทางไปจุดชมวิว เนินนางพญานี้ นักท่องเที่ยว สามารถขับรถยนต์เลียบชายทะเล มาจากหาดคุ้งวิมาน ขึ้นไปจอด ที่บนเนิน ซึ่งเป็นจุดชมวิวได้

ทางขึ้นเป็นถนนลาดยาง และ บนเนิน มีบริเวณให้กลับรถได้ แต่พื้นที่ไม่ได้มีที่กว้างมาก หากไปในช่วง ที่มีนักท่องเที่ยวเยอะๆ แนะนำให้จอดรถไว้ด้านล่าง และ เดินขึ้นไปจะสะดวกกว่า

บริเวณรอบๆ จุดชมวิวมี Love Lock หรือ แม่กุญแจ ที่นักท่องเที่ยว นิยมนำมาแขวน เพื่อเป็นสัญญารักไว้ด้วย ไม่ไกลจาก จุดชมวิวเนินพญา หากขับรถยนต์ลงเนินไปเล็กน้อย แล้วเลี้ยวขวา

จะเป็นหมู่บ้านชาวประมง บ้านหัวแหลม นักท่องเที่ยว จะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง และ สามารถชมทัศนียภาพ ที่สวยงามของอ่าวคุ้งกระเบน จากบริเวณบ้านหัวแหลม

ที่พักใกล้จุดชมวิวเนินนางพญา

เนินนางพญา-จันทบุรี

ฟ้าใส รีสอร์ท แอนด์ สปา (Faasai Resort & Spa)

ที่พักระดับ 3 ดาวในจันทบุรี อยู่ติดทะเล แถวหาดคุ้งวิมาน ห้องพักราคาถูก ประหยัด สไตล์บังกะโลเป็นหลังๆ แบบครอบครัว สะดวกสบาย มีสระว่ายน้ำ เหมาะกับการพักผ่อน คลิ๊กดูรายละเอียดห้องพัก และ แผนที่ของที่พัก

ราคาเริ่มต้นคืนละ 900++บาท คะแนนรีวิวที่พักดีมาก หรือ ดูรายละเอียดที่พักเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ : https://goo.gl/umrBLJ ที่อยู่ 26/1 Moo 7, Sanamchai Nayaiarm, อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เบอร์โทร โทร 039-417 404

วนาวารี รีสอร์ท (vanavaree resort)

ที่พักระดับ 3 ดาว น่าพักอีกแห่ง แถวหาดคุ้งวิมาน ที่ติดชายหาดทะเล ติดชายหาดบรรยากาศดี วิวสวยๆ มีสระว่ายน้ำ เหมาะสำหรับพักผ่อน แบบครอบครัว หมู่คณะ และ คู่รัก ที่ต้องการที่พัก เงียบสงบ สะดวกสบาย คลิ๊ก ดูรายละเอียดห้องพัก

แผนที่ของที่พัก ราคาเริ่มต้นคืนละ 1300++บาท คะแนนรีวิว ที่พักดีมาก หรือ ดูรายละเอียดที่พัก เพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ : https://goo.gl/dFqM2g ที่อยู่ 22 หมู่ 7 ถ.เฉลิมบูรพาชลทิต, หาดคุ้งวิมาน, อ.ท่าใหม่, จ.จันทบุรี เบอร์โทร 062-6288090

ฟอเรสฮิล รีสอร์ท (Forest Hil Resort)

ที่พักระดับ 2 ดาวแถวหาดคุ้งวิมาน ใกล้ชายหาด สไตล์บ้านพักเป็นหลังๆแบบบังกะโล ห้องพักราคาประหยัด เหมาะกับครอบครัวและหมู่คณะ มีที่จอดรถ สะดวกสบาย คลิ๊กดูรายละเอียดห้องพักและแผนที่ของที่พัก

ราคาเริ่มต้นคืนละ 1590++บาท หรือ ดูรายละเอียดที่พักเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ : https://goo.gl/hfxtuj ที่อยู่ เฉลิมบรูพาชลทิศ, หาดคุ้งวิมาน,อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เบอร์โทร 081-9753699

การเดินทางไป เนินนางพญา จันทบุรี

จากกรุงเทพฯ ขับรถมากทางมอเตอร์เวย์ มุ่งตรงสู่ชลบุรีแยกเข้าถนน344 ทางไป อ.บ้านบึง ตรงไปยังอำเภอแกลง จ.ระยอง แล้วเขาถนนสุขุมวิท มุ่งตรงไปทางจันทบุรีเลี้ยวเข้าถนน339ตรงไปยังอ่าวคุ้งวิมาน ขับเลยคุ้งวิมานมาประมาณ1.5กิโลเมตรก็จะเจอเนินนางพญา (ระยะทางประมาณ 217 กิโลเมตร)

ที่ตั้ง เนินนางพญา

ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านท่าแคลง ตำบลสนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี จากเนินนางพญา ไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ
– เนินนางพญา ห่างจากหาดคุ้งวิมาน ประมาณ 1.5 กิโลเมตร
– เนินนางพญา ห่างจากจุดชมวิวพระยืน ประมาณ 3 กิโลเมตร
– เนินนางพญา ห่างจากหาดเก็บตะวัน ประมาณ 0.4 กิโลเมตร
– เนินนางพญา ห่างจากหาดแหลมเสด็จ ประมาณ 16 กิโลเมตร
– เนินนางพญา ห่างจากศูนย์ศึกษาธรรมชาติอ่าวคุ้งกระเบน ประมาณ 15.5 กิโลเมตร
– เนินนางพญา ห่างจากหาดเจ้าหลาว ประมาณ 15.5 กิโลเมตร

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยว โดย ufabet168

***อ่านบทความเพิ่มเติมดีๆ >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

เกาะหลีเป๊ะ สตูล

เกาะหลีเป๊ะ-สตูล

เกาะหลีเป๊ะ สตูล

เกาะหลีเป๊ะ สตูล คือ จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียด นิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ “อ่าวพัทยา” และ “หาดชาวเล”

มีลักษณะโค้งเว้า และ ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้ สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที มัลดีฟส์เมืองไทย ที่จะทำให้คุณหัวใจละลาย ไปในพริบตา เพียงแค่เห็นน้ำทะเลใสแจ๋ว

จาก “อ่าวพัทยา” อันเป็นจุดจอดเรือ นักท่องเที่ยว ซึ่งคุณจะได้ค้นพบว่า ที่นี่ คือ สรวงสวรรค์ของคนรักทะเล อย่างแท้จริง ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมวันนี้เกาะหลีเป๊ะ จึงคลาคล่ำไปด้วย นักท่องเที่ยวมากมาย

เพราะความเป็นเกาะ ที่มีทุกสิ่งที่น่ารื่นรมย์ อย่างครบรส ตั้งแต่ท้องฟ้าสีครามใส ราวกระจกใต้ผืนฟ้าใส ถนนคนเดิน ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านช็อปปิ้ง และ ความสนุก ที่มาเติมสีสันให้ชาวเกาะ

รีสอร์ทน่ารัก ที่ตั้งอยู่เรียงรายริมหาด รวมทั้งวิถีชีวิต ชาวเลที่อาศัยบริเวณ “หาดชาวเล” ซึ่งในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และ 12 ชาวบ้านแถบนี้ จะจัดพิธิลอยเรือ ตลอดสามวันสามคืน

โดยนำเรือที่ต่อด้วยไม้ระกำ ลอยสู่ทะเล เป็นการเสี่ยงทาย โชคชะตาในการประกอบอาชีพ ประมงของพวกเขา และ ทั้งอ่าวพัทยา และ หาดชาวเลนี่เองได้กลายเป็นจุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ

ซึ่งสามารถเดินถึงกันได้ เพียงใช้เวลา 15 นาทีเท่านั้น กิจกรรมน่าทำ – เล่นน้ำ หรือ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื่น ซึ่งสามารถทำได้ ทั่วทั้งเกาะ แต่บางพื้นที่ อาจต้องคอยระวัง จุดที่น้ำตื้นมากๆไว้

เพราะอาจโดนปะการัง ที่มีความแหลมคมบาด รวมทั้งผจญกับหอยเม่น ที่มีหนามแหลมคม รอบตัว – เดินชมวิถีชีวิตของชาวเล บนหาดชาวเล ชาวเลกลุ่มนี้ เป็นชนเผ่าอูรักลาโว้ย ซึ่งส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง

รอบเกาะ – ท่องเที่ยวรอบเกาะ นอกจากเที่ยวชม ความงามของน้ำทะเลบนเกาะหลีเป๊ะแล้ว สามารถเช่าเรือนำเที่ยวไปดำน้ำ และ เที่ยวชมเกาะต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้ เช่น ดำน้ำบริเวณร่องน้ำจาบัง

การนำชมเกาะต่างๆ ใกล้เคียง เช่น เกาะหินงาม เกาะหินซ้อน รวมถึงการรับประทานอาหาร เที่ยงบนชายหาด ที่สวยงาม บนเกาะรอกลอย ซึ่งสามารถทำได้ ในเวลาเพียงหนึ่งวันในแต่ละเกาะ อยู่ไม่ไกลกัน

ถนนคนเดินเกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ-สตูล-2

ยามค่ำคืน ถ้าไม่อยากรีบเข้านอน แวะไปเดินเล่น ชมสีสัน และ ความคึกคักของผู้คนกันได้ ที่ “ถนนคนเดินหลีเป๊ะ” ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่หาดพัทยา ไปจนหาดซันไรซ์ ที่สองข้างทาง จะเรียงรายไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกแวะชิม แวะชมกันอย่างละลานตา

นอกจากพักผ่อนสุดชิล บนหาดทรายขาว สนุกสนานกับการเล่นน้ำทะเลใส บนเกาะหลีเป๊ะแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาด ไม่งั้นถือว่า มาเกาะหลีเป๊ะเสียเที่ยว คือ การไปเที่ยวดำน้ำใกล้ๆ เกาะหลีเป๊ะ โดยสามารถซื้อแพ็คเกจดำน้ำ จากบริษัทนำเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะได้เลย

ซึ่งมีเส้นทางให้เลือก 4 แพ็คเกจ คือ โซนในเกาะหลีเป๊ะ โซนนอกเกาะหลีเป๊ะ โซนนอก และ ในเกาะหลีเป๊ะ และ ทริปซันเซ็ต ใครไปถึงเกาะหลีเป๊ะก่อนเวลา 14.30 น. และ ยังมีแรงเที่ยวไหว แนะนำเริ่มต้นด้วยทริป ซันเซ็ต ราคาคนละ 450 บาท โดยนั่งเรือหางยาว ไปดำน้ำที่ “ร่องน้ำจาบัง”

จุดดำน้ำตื้นที่ทุกคน ต้องกรี๊ดลั่นแน่ๆ กับความสวยงามของปะการัง อ่อนหลากสีสัน ต่อด้วยไปเดินเล่นบน “เกาะหินงาม” ชมชายหาด ที่แวววาวด้วยหินดำ และ ดำน้ำชมฝูงปลา ท่ามกลางดงปะการัง หลากหลายชนิด ที่ “เกาะยาง” แล้วปิดท้ายทริปดำน้ำที่ “เกาะอาดัง”

ร้านอาหารหลีเป๊ะ

นอกจากเรื่องเที่ยว เรื่องกินก็สำคัญไม่แพ้กัน ประเดิมกันที่ร้านนี้เลย “Papaya Mom” ร้านอาหารเกาะหลีเป๊ะ อยู่ตรงถนนคนเดิน บรรยากาศของร้านนั่งสบายมากๆ

ตอนกลางคืนมีดนตรีสด ให้ฟังกันอีกด้วย ส่วนเมนูที่นี่ เน้นอาหารทะเลทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา และ ปลาหมึก ชนิดยกทะเลขึ้นบก มาเสิร์ฟกันเลยทีเดียว เพราะว่า ทางร้านรับซื้อวัตถุดิบ

โดยตรงจากชาวประมง จึงมั่นใจว่า ได้กินอาหารทะเลสดๆ แน่นอน รวมถึงอาหารอีสาน รสจัดจ้านถึงใจ โดยเฉพาะเมนู ที่มีปลาร้า บอกเลยแซ่บนัว ยั่วน้ำลายกันเลยทีเดียว

กิจกรรมน่าสนใจบนเกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ-สตูล-1

ดำน้ำชมความงานใต้ท้องทะเล ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อโปรแกรมดำน้ำได้หลากหลาย มีทั้งแบบเหมาและแบบ join tour สามารถเลือกได้ตามสะดวกกันเลย พายเรือคายักสุดมัน

บางที่พักบนเกาะหลีเป๊ะมีบริการเรือคายักพร้อมเสื้อชูชีพไว้ให้พร้อม เอาไว้ล่องเรือเสพวิวธรรมชาติสวยของหลีเป๊ะได้อย่างเต็มอิ่ม ดำน้ำตื้นหน้าหาด ดูปลาสวย ๆ เอาแค่กิจกรรมดำน้ำตื้นหน้าหาด

ก็เรียกความฟินให้กับเราได้แบบเต็มอิ่มแล้ว เล่นกีฬากลางแจ้งสนุก ๆ ยิ่งถ้าใครมากับก๊วนเพื่อนหลายคน การชวนมาทำกิจกรรมการแจ้งร่วมกันก็ยิ่งทำให้การพักผ่อนที่หลีเป๊ะสมบูรณ์แบบมากขึ้นไปอีก 

ที่พักเกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ-สตูล-3

นอกจากที่เที่ยวเด็ดๆ และ มีที่พักดีๆ มาแนะนำ เริ่มต้นที่ “The Chic Lipe” ที่พักเกาะหลีเป๊ะ แบบโฮสเทลที่ตกแต่งสุดเท่ในสไตล์ลอฟต์ พร้อมพนักงานใจดี ดูแลอย่างเป็นกันเอง ซึ่งที่พักจะอยู่ใกล้ ถนนคนเดินหลีเป๊ะ เรียกว่า ไม่ต้องกังวลเวลาหิวตอนดึก

เพราะอยู่ในย่านของกิน โดยที่นี่มีห้องพักทั้งแบบเตียงรวมเหมาะสำหรับมากับกลุ่มเพื่อน และห้องส่วนตัวกว้างขวาง เตียงใหญ่น่านอน โดยราคาเริ่มต้นที่ 1,395 บาทเท่านั้นอยากได้ที่พักเกาะหลีเป๊ะสุดหรู มีวิวดี ๆ อยู่ติดริมทะเลก็ต้อง “Idyllic Concept Resort”

ที่พักเกาะหลีเป๊ะ บนหาดซันไรซ์ ราคาเริ่มต้น 2,800 บาท ที่ออกแบบตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น มีห้องพักกว้างขวาง สะดวกสบาย ในบรรยากาศร่มรื่น และ โซนห้องพักติดริมทะเล เหมาะกับคนอยากนอน มองวิวน้ำทะเลใสๆ และ หาดทรายขาว

แบบพาโนราม่า จากบนเตียง นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำ ให้ลงแช่กันอีกด้วย แต่แนะนำว่า มาถึงเกาะหลีเป๊ะทั้งที ลงเล่นน้ำทะเล ฟินกว่าเยอะ ส่วนใครอยากดูที่พัก เกาะหลีเป๊ะเพิ่มเติม ตามไปส่องได้เลยที่ รวม 7 ที่พักหลีเป๊ะไว้เช็กอินพักผ่อนหลังดำน้ำดูปะการัง

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยว โดย ufabet

***อ่านบทความเพิ่มเติมดีๆ >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

เกาะช้าง ตราด

เกาะช้าง-ตราด

เกาะช้าง ตราด

เกาะช้าง ตราด คือ เกาะอันดับต้นๆ เกาะนี้ ไม่ได้มีแค่ทะเล ด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของประเทศ เรียกได้ว่า แทบจะเป็นเมืองหนึ่งเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น หากใครอยากมาเที่ยวทะเล

ในแบบที่สะดวกสบาย รถเข้าถึง มีที่พัก ให้เลือกพักมากมาย หลายระดับ ตั้งแต่ต้นเกาะยัน ท้ายเกาะ มีร้านอาหารขนาดใหญ่ ติดทะเล หรือ ริมถนน ไปจนถึง ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ราคาถูก

มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ เซเว่น โลตัส ที่เรียงรายตลอดทาง เรียกว่า ครบทุกสิ่ง ให้เลือกในระดับหลายราคา ตามงบประมาณ และ ในขณะเดียวกัน ก็ยังคง มีความเป็นธรรมชาติ

ให้เราได้ไปสัมผัส เกาะช้าง จึงเป็นทางเลือกในอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง เมื่อมาเที่ยวทะเลตราด มาเที่ยวเกาะช้าง ถ้าจะเที่ยวให้ทั่ว เกาะเกือบแทบจุดเลย

คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน เป็นอย่างต่ำ จึงเที่ยวได้ครบ แต่ถ้ามีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืน ก็เที่ยวเกาะช้างได้แบบสบายมาก แวะไปเรื่อยระหว่างทางยังสถานที่เด่นๆที่น่าสนใจ

ประวัติความเป็นมา เกาะช้าง

สำหรับอุทยานแห่งชาติหมู่ เกาะช้าง หรือ ที่นิยม เรียกกันจนติดปาก ว่า เกาะช้าง ตั้งอยู่ ในเขตแหลมงอบ จังหวัดตราด และ เป็นจังหวัดชายแดนภูมิภาค ตะวันออกของประเทศไทย โดยเกาะช้าง นับว่า เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย

เป็นเกาะที่ใหญ่ เป็นอันดับ 2 ในประเทศรองลงมา จากเกาะภูเก็ต มีพื้นที่รวม 268,125 ไร่ จากลักษณะการเรียงตัวกัน ของบรรดาหมู่เกาะน้อยใหญ่รวมกว่า 52 เกาะ มีลักษณะคล้ายกับรูปโขลงช้าง เดินเรียงตัวกัน จึงเป็นสาเหตุ ให้เรียกหมู่เกาะแห่งนี้

ว่า เกาะช้าง โดยลักษณะ ส่วนใหญ่ของเกาะช้าง มีภูมิประเทศ ที่เป็นเขาสูง มีผาหินสลับซับซ้อน มียอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาสลักเพชร อีกทั้ง เกาะช้าง ยังมีสภาพป่า อันอุดมสมบูรณ์ และ เนื่องจาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะ เป็นป่าดิบเขา ทำให้เกิด เป็นน้ำตกหลายสาย

สถานที่เที่ยวใน เกาะช้าง

เกาะช้าง-ตราด-1

แต่สำหรับใครที่เดินทางมาถึง เกาะช้าง แล้ว แต่ยังคิดไม่ออกว่า จะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน บนเกาะดี เราก็ได้นำเอาสถานที่ท่องเที่ยว เด็ดๆ ชิคๆ มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้เดินทางไปเยือนกัน

หาดคลองพร้าว

ตั้งอยู่ทางด้านตะวัน ของเกาะช้าง อยู่ถัดมา จากหาดทรายขาว ประมาณ 4 กิโลเมตร ลักษณะของหาดคลองพร้าว เริ่มต้น จากแหลมไชยเชษฐ์ ยาวไปจนถึงหาดไก่แบ้ ชายหาด มีบรรยากาศ ร่มรื่นเต็มไปด้วยทิวมะพร้าว บริเวณริมหาดเรียงราย ไปด้วยรีสอร์ท

ร้านอาหารที่เปิดให้บริการ แต่ไม่อดอัดมา นับว่า ยังคงรักษาความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวเอาไว้ดีพอสมควร เหมาะมากที่จะเดินทางมาพักผ่อน ลุยทราย เล่นน้ำทะเลใส หรืออาจจะชวนเพื่อนๆ มาเล่นกีฬาริมหาดก็เก๋ไม่เบาอยู่เหมือนกันนะ

หาดไก่แบ้

ตั้งอยู่ถัดห่างจากท่าเรืออ่าวสับปะรดประมาณ 15 กิโลเมตร มีขนาดเล็กกว่าและอยู่ถัดไปจากหาดคลองพร้าว เป็นสถานที่ยอดนิยมในการมาชมพระอาทิตย์ตกน้ำ ซึ่งมีจุดชมวิว

อยู่ทางทิศตะวันตก สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกสีสันสวยงามได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถมองเห็นความสวยงามของเกาะมันใน เกาะมันนอก เกาะปลี เกาะหยวกได้อีกด้วย

ดังนั้นหากใครที่ต้องการเวลาพักผ่อน อันแสนเงียบสงบ มีชายหาดที่สามารถลงเล่นน้ำได้ หรืออยากจะนอนอาบแดดสบายๆ หาดไก่แบ้ก็ถือว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมดได้อย่างลงตัว

หาดท่าน้ำ

หาดท่าน้ำ หรือ Lonely Beach มีลักษณะเป็นอ่าวขนาดใหญ่ มีหาดทรายยาวไปจนสุดแหลมท่าน้ำ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายทุกรูปแบบ

มาอิงแอบนั่งฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง มองบรรยากาศชายทะเลที่ยาวสุดลูกหูลูกตา หรือจะลงเล่นน้ำทะเลสีฟ้าใสให้ความรู้สึกเย็นฉ่ำก็ดูจะเข้าที ที่นี่ ให้บรรยากาศความเป็นส่วนตัวในแบบที่หาที่ไหนไม่ได้

อีกทั้งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะเดินทางมาชมพระอาทิตย์ตกน้ำกันได้บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ เรียกได้ว่าเหมาะเป็นอยากมากหากใครจะมาพักผ่อนในวันหยุดยาว และใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนเดินทางกันที่หาดท่าน้ำ

อนุสรณ์ยุทธนาวี

เกาะช้าง-ตราด-2

เป็นสถานที่เที่ยวชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่า ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ เกาะช้าง ใกล้อ่าวสลักเพชร ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดการสู้รบระหว่างไทยกับฝรั่งเศสกรณีพิพาททางเขตแดนด้านตะวันออก

โดยในอดีตฝ่ายไทยนั้นสามารถขับไล่ข้าศึกให้ล่าถอยไปได้ แต่ต้องสูญเสียเรือรบหลวง 3 ลำ คือ เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงชลบุรี และเรือรบหลวงธนบุรี อีกทั้งยังได้สูญเสียทหาร

พลประจำเรือถึง 36 นาย บริเวณภายในเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หันพระพักตร์ไปยังบริเวณยุทธนาวี เกาะช้าง ด้านล่างของอนุสาวรีย์ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ถูกออกแบบ

ให้มีลักษณะคล้ายกับเรือรบจำลอง เพื่อระลึกถึงเรื่องราวการสู้รบระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือฝรั่งเศส อีกทั้งในวันที่ 17 มกราคมของทุกปี กองทัพเรือยังถือเป็นวันทำบุญประจำปี

เพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้แก่ทหารเรือไทยที่ได้สละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ปกปองแผ่นดินไทย สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และ เป็นที่เคารพสักการะของคนในพื้นที่

น้ำตกธารมะยม

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่ เกาะช้าง มีเส้นทาง เดินเข้าไปยังน้ำตกไม่ลำบากมากนัก ซึ่งนับว่า เป็นความพิเศษของที่นี่ น้ำตกธารมะยม เป็นน้ำตกขนาดกลาง 4 ชั้น

มีลักษณะ เป็นธารน้ำไหลผ่าน ลงมาเป็นชั้นๆ ตามร่องหินแกรนิต สีดำ บริเวณโดยรอบ เป็นป่าดงดิบ อีกทั้ง มีหน้าผาสูงชัน จนเกือบตั้งฉาก อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การมาตั้งแคมป์

เล่นน้ำตก และ เดินป่าเป็นอย่างยิ่ง บริเวณชั้นที่ 1 ของน้ำตกจะมีแอ่งน้ำด้านหน้าที่ไม่สูงมากนัก น้ำตกชั้นที่ 2 จะอยู่สูงขึ้น ไปเล็กน้อย ส่วนชั้นที่ 3 และ 4 มีระยะทางค่อนข้างไกล

เดินทางลำบาก ซึ่งทางอุทยาน ได้จัดทำเป็นเส้นทาง เดินป่าระยะไกลสำหรับนักท่องเที่ยว ที่สนใจจะเดินป่า รวมถึง ต้องมีเจ้าหน้าที่ นำทางไปด้วย เพื่อความปลอดภัย

บ้านช้างไทย

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่คนรักช้าง จะต้องชื่นชอบ อยากให้นักท่องเที่ยว เดินทางมาสัมผัส ประสบการณ์ใหม่กับการชมวิว บนหลังช้าง ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

อีกทั้งที่บ้านช้างยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราได้ลองทำ อาทิ กิจกรรมขี่ช้างชมไพร หรือการอาบน้ำให้ช้าง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโชว์การแสดงความสามารถพิเศษของช้างน้อย

อย่างการระบายสี เต้นระบำ หรือการนวด รับรองได้ว่า ใครที่ได้เดินทางมาที่นี่ จะต้องได้ความประทับใจ พร้อมกับรูปถ่ายกลับไป เต็มกระเป๋าอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณบทความแนะแนวการท่องเที่ยว โดย สโบเบ็ต888

เครดิต : https://ufabets5.com/%e0%b8%aa-%e0%b9%82%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b9%87-%e0%b8%95-888/

** อ่านบทความหาเงินเที่ยว >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

น้ำตกทีลอซู ตาก

น้ำตกทีลอซู-ตาก

น้ำตกทีลอซู ตาก

น้ำตกทีลอซู ตาก คือ เป็นน้ำตก ที่ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตก ภูเขาหินปูน ขนาดใหญ่

ตั้งอยู่บนความสูง จากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วย กล้อท้อ ลำน้ำทั้งสาย ตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ

มีความสูงประมาณ 250 เมตร ล้อมรอบไปด้วย ป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตก ที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่า เป็นน้ำตกที่สวยงาม

มีความสวยงามเป็นพิเศษ ในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. – 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มาก จะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธาร ทำให้สายน้ำตก กว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น แต่เป็นช่วง ที่ทางรถเข้าน้ำตกปิด

เพื่อป้องกันอันตราย แก่ผู้ใช้เส้นทาง ถนอมสภาพทาง ไม่ให้เสียหาย นักท่องเที่ยว อาจเลี่ยง ใช้เส้นทางนี้ได้ โดยการซื้อทัวร์กับบริษัท นำเที่ยวซึ่งจะเดินทาง ด้วยเรือยาง และ เดินป่าอีกราว 12 กม.

แต่หากมาท่องเที่ยว ช่วงฤดูหนาว – ฤดูร้อน ระหว่าง 1 ธ.ค. – 31 พ.ค. ก็สามารถใช้ทางรถยนต์ เข้าน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยว ได้สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยว แบบไปกลับ หรือ พักค้างแรม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กำหนด ให้น้ำตกทีลอซู เป็นหนึ่งในเก้าตะวัน ตามโครงการมหัศจรรย์ เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน โดยมีจุดเด่นคือ ” มหัศจรรย์รุ้งกินน้ำที่น้ำตกทีลอซู “

ฤดูกาลท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซู

น้ำตกทีลอซู-ตาก-1

ช่วงฤดูฝน ตั้งแต่ มิ.ย. – ก่อนถึงวันที่ 1 พ.ย.นักท่องเที่ยว จะต้องล่องเรือยาง จากตัวเมืองอุ้มผาง ตามลำน้ำกลอง ซึ่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์ อละความสมบูรณ์ของผืนป่า ตลอดเส้นทาง ผ่านบ่อน้ำร้อน

น้ำตกทีลอจ่อ ที่ตกลงมา จากหน้าผาสูง และ ผ่านน้ำตกสายรุ้ง ซึ่งหากเดินทาง ไปในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็จะเห็นรุ้งกินน้ำ ที่เกิดจากแสงที่ตกกระทบกับละลองน้ำ สายน้ำตก ผาผึ้ง ผาเลือด

ผาบ่อง ผาโหว่ การล่องเรือ จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง มาจนถึง จุดเดินเท้าระยะทาง 9 กิโลเมตร ซึ่งนักท่องเที่ยว ต้องเดินเข้าไป ยังจุดกางเต้นท์ ที่ทำการ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุ้มผาง

เพราะยังไม่อนุญาติ ให้รถเข้า เส้นทางการเดิน มีทั้งลาดชันขึ้นเขา ลงเขาและ ทางราบเรียบ สลับกันไป เมื่อถึงที่ทำการพักผ่อน จากนั้น เดินเท้าเข้าไปยังน้ำตก อีกประมาณ 1.5 ก.ม.

จะถึงน้ำตกทีลอซู ในช่วงเวลานี้ น้ำตกทีลอซู จะมีปริมาณมาก ผืนป่าเขียวขจี และ สีน้ำตกจะขุ่นเล็กน้อย รูปแบบนี้ จะเหมาะสำหรับ นักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัย และ เดินป่า

สิ่งที่น่าสนใจ

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1.5 กม.ก่อนถึงน้ำตก จะผ่านป่าไผ่และ ป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียว ขึ้นตามพื้นป่า ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมาย เกี่ยวกับธรรมชาติ และ พืชพันธุ์ ตามจุดต่างๆ

ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา เมื่อถึงบริเวณน้ำตก จะเห็นละออง น้ำฟุ้งกระจายไปทั่วโขดหิน เบื้องล่าง มองเห็นธารน้ำ ตกลงมาจาก ผาหินปูน ซึ่งอยู่สูงประมาณ 300 ม. ตามแนวกว้าง กว่า 500 ม.

ท่ามกลางป่าครึ้ม อาจแบ่งธารน้ำตก ได้เป็นสามกลุ่ม คือ กลุ่มด้านซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าเข้า หาน้ำตก) เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด สูงที่สุด และ เป็นด้านที่สวยที่สุด มีธารน้ำตกหลายสาย ไหลลดหลั่นลงมา เป็นชั้นเชิง

ส่วนกลุ่มตรงกลาง สายน้ำไหล ลงมาจากหน้าผาสูงชัน ใกล้เคียงกับกลุ่มซ้ายมือ แต่ไม่เป็นชั้น และ แคบกว่า ส่วนหลุ่มทางขวามือ มีสายน้ำตกมากและ หน้าผาเตี้ยกว่า สองกลุ่มแรก เมื่อมองทั้งสามกลุ่ม รวมกันจะเห็น

น้ำตกทีลอซู ที่ยิ่งใหญ่ และ สวยงาม บริเวณด้านล่าง มีทางเดินไปยังจุดชมวิวทิวทัศน์ บนยอดเขา ฝั่งตรงกันข้าม เป็นจุดที่มองเห็น น้ำตกทีลอซู ได้สวยงาม และ ชัดเจนขึ้น ใช้เวลาเดินไปกลับ ประมาณ 2 ชม.

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

น้ำตกทีลอซู-ตาก-2

หากมาเที่ยวในช่วงนี้ ต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้ดี เตรียมเสื้อกันฝน ถุงพลาสติก ลูกอม ยาดม หมวกให้พร้อม โดยเฉพาะรองเท้า

ควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบาย นช่วงล่องเรือไม่ควรใส่รองเท้าผ้าใบอาจ เปียกน้ำ ทำให้เดินไม่สบายเท้า

แต่เมื่อมาถึงช่วงเดินทางการใส่รองเท้าผ้าใบจะสบายเท้าที่สุด หรือ หากใช้รองเท้าแบบสายรัด หรือ แบบอื่นก็ย่อมได้

แต่สำคัญที่สุด ควรเตรียมถุงเท้า ไปใส่ด้วยหลังจากล่องเรือ เรียบร้อยแล้ว เพราะ ระยะทางการเดินไกล ไม่ว่าจะใส่รองเท้าแบบ

ไหนสบายแค่ไหนโดนกัด ทุกรายการใส่ถุงเท้าจะช่วยป้องการได้ และควรเตรียมพลาสเตอร์ ปิดแผลป้องกันไว้ด้วย

การเดินทางท่องเที่ยวทีลอซู

โดยมากจะใช้บริการรีสอร์ทหรือบริษัททัวร์ ที่อยู่ในอำเภออุ้มผางซึ่งมีให้บริการมากมาย มีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่เริ่มเดินทาง

จากกรุงเทพแม่สอดและอุ้มผางโดยโปรแกรม ส่วนใหญ่จะคล้ายกัน คือ ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน คืนแรกกางเต้นท์บริเวณจุดกางเต้นท์

เที่ยวน้ำตกทีลอซู หลังจากนั้นเดินทางกลับสู่ที่พักนอนรีสอร์ท 1 คืน เช้าวันต่อมาก็ตื่นแต่เช้าและพาไปดูทะเลหมอก

ยังดอยหัวหมด หลังจากนั้นก็เดินทางออกจากที่พักซึ่งนักท่องเที่ยว จะแวะไปเที่ยวที่ไหนต่อ ก็แล้วแต่จะจัดโปรแกรม

หากใช้บริการของบริษัททัวร์ที่เริ่มจาก กรุงเทพก็อาจจ มีแวะ ไปเที่ยว ในแม่สอด น้ำตาพาเจริญ ดอยมูเซอ และตลาดริมเมย เป็นต้น

ขอขอบคุณบทความแนะแนวการท่องเที่ยว โดย ufa168

เครดิต : https://ufabets5.com/ufa168

** อ่านบทความหาเงินเที่ยว >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

ดอยตุง เชียงราย

ดอยตุง-เชียงราย

ดอยตุง เชียงราย

ดอยตุง เชียงราย คือ เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์อยู่เสมอ สำหรับพื้นที่ อยู่สูงที่สุดของประเทศไทย โอบล้อมไปด้วยขุนเขา และ สายหมอก ซึ่งไม่ว่าจะไปเช็คอินเมื่อไหร่ ก็มีหลายคนแอบอิจฉา

ถ้าใครยังไม่มีแผนในใจ เราขอแนะนำที่นี่เลย ที่ดอยตุง โครงการพัฒนาดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งมีสถานที่ และ ประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆมากมาย รอให้ได้ไปสัมผัส แบบเที่ยววันเดียว คงไม่เต็มอิ่ม

เริ่มจากการกราบสักการะ พระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จย่า ณ “พระตำหนักดอยตุง” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ สันเขาของเทือกดอย นางนอน เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2531 ถือเป็นบ้านหลักแรกของสมเด็จย่า

สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ เน้นความเรียบง่าย เป็นพระตำหนักสองชั้น และ ชั้นลอย ชั้นบนแยกเป็นสี่ส่วน แต่เชื่อมต่อกัน เป็นอาคารหลังเดียว มีกาแล และ ไม้แกะสลักเป็นเชิงชาย ลายเมฆไหล

ที่อ่อนช้อยโดยรอบ เป็นสถาปัตยกรรม ผสมผสานระหว่าง บ้านปีกไม้ ศิลปะล้านนา กับชาเลต์แบบ Swiss Chalet พอถึงกลางท้องพระโรงต้องแหงนมองดูเพดานที่แกะสลัก เป็นกลุ่มดวงดาวในสุริยะจักรวาล

เรียงตามองศาในวันที่ 21 ตุลาคม 2443 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ และ ฝังดวงไฟ ให้กำลังแสงตามขนาด ที่ได้สัดส่วนตามจริง โดยการคำนวณ ออกแบบ โดยสมาคมดาราศาสตร์ แห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีห้องบรรทม และ ห้องทรงงานที่สื่อถึงความเรียบง่าย สมถะของพระองค์ ภายหลังการสวรรคตของสมเด็จย่า พระตำหนักยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และ เปิดให้ประชาชนเยี่ยมชมได้ทุกวัน

สถานที่ภายในพระตำหนัก

ดอยตุง-เชียงราย-1

หอพระราชประวัติ

ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของพระตำหนัก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ แปดห้อง ดังนี้ ห้องแรก แผ่นดินไทยฟ้ามืด กล่าวถึงการเสด็จถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2539 ห้องที่ 2 ฉันจะเดินทางด้วยเรือลำนี้ แสดงถึงปรัชญาในการดำเนินพระชนม์ชีพ ที่ประกอบด้วยหลักเหตุผล และการสร้างสรรค์ทางศิลปะ ห้องที่ 3 ภูมิธรรม ประมวลความสนพระทัย

ในหลักธรรมคำสั่งสอน ห้องที่ 4 หนึ่งศตวรรษ เป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า และเฉลิมฉลองในวาระ 100 ปีแห่งการพระราชสมภพ เมื่อปี พ.ศ. 2443 ทั้งนี้ ทรงพระปรีชาชาญ ในการอภิบาลพระธิดา

พระโอรสที่ต่อมา ได้เถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็น พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ รวมทั้งทรงนำความรู้ใหม่ๆ มาใช้ในงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของพสกนิกร จนองค์การยูเนสโก ได้ประกาศพระนาม ในปฏิทินบุคคล

สำคัญของโลก ห้องที่ 5 เวลาเป็นของมีค่า กล่าวถึงงานฝีมือต่างๆ ของพระองค์ที่ใช้พระราชทานแก่บุคคลต่างๆ ห้องที่ 6 พระมารดาแห่งการแพทย์ชนบทและการสาธารณสุขไทย ห้องที่ 7 พระผู้อภิบาล บรรยายถึง

ความเป็นพระผู้อภิบาลธรรมชาติ ห้องที่ 8 ดอยตุงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวถึงโครงการพัฒนาดอยตุงที่เป็นโครงการพัฒนาระยะยาว เน้นการ อนุรักษ์ธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน

พระตำหนักดอยตุง

ถือว่าเป็นบ้านหลังแรกของสมเด็จย่า สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ที่เน้นความเรียบง่ายและการใช้ประโยชน์

มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนากับบ้านพื้นเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ ที่เพดานห้องโถงทำเป็นเพดานดาว

บริเวณด้านหลังพระตำหนักมีระเบียงยื่นออกไป เมื่อยืนที่ระเบียงจะเห็นทัศนียภาพของดอยตุงที่สวยงาม

เมื่อยืนที่ระเบียงจะเห็นทัศนียภาพของดอยตุงที่สวยงาม บริเวณขอบระเบียงมีกระบะปลูกไม้ดอกที่มีสีสันสวยงาม

พระตำหนักเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมตลอดทั้งปี โดยจะต้องมีมัคคุเทศก์ของพระตำหนักเป็นผู้นำเยี่ยมชม

ต้องแต่งการตามแบบที่กำหนด ภายในพระตำหนักห้ามถ่ายภาพ และ วีดีโอ เวลาทำการ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 17.30 น.

สวนแม่ฟ้าหลวง หรือ สวนดอยตุง

เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวบนพื้นที่ 25 ไร่ อยู่ด้านหน้าของพระตำหนักดอยตุง สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2534

ภายในสวนถูกตกแต่งด้วยสีสันพรรณไม้ได้อย่างสวยงาม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกดอกตลอดทั้งปี

กลางสวนมีประติมากรรมเด็กยืนต่อตัว งานประติมากรรมนี้ได้รับพระราชทานชื่อว่า “ความต่อเนื่อง”

นอกจากแปลงไม้ประทับกลางแจ้งแล้วยังมีโรงเรือนไม้ในร่ม จุดเด่นคือกล้วยไม้จำพวกรองเท้านารีชนิดต่างๆ ที่มีดอกสวยงาม

หากเดินเหนื่อย ที่นี่ยังมีร้านกาแฟไว้บริการซึ่งก็เป็นกาแฟที่ได้จากดอยตุงนี่เอง เวลาทำการ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 6.30 – 18.00 น.

หอแห่งแรงบันดาลใจ

ดอยตุง-เชียงราย-2

ซึ่งอยู่ติดกับสวนแม่ฟ้าหลวง ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรสมเด็จย่า และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการทำงานและมุ่งมั่นพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทย

ผ่านนิทรรศการ 7 ห้อง ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวอันอบอุ่นของราชสกุลมหิดล เริ่มตั้งแต่สมเด็จย่าทรงเป็น “เด็กหญิงสังวาลย์” ที่ใฝ่ดีและแสวงหาโอกาส จนเป็น “คู่ชีวิตเจ้าฟ้า”

ที่ได้ซึบซับพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการทรงงานเพื่อแผ่นดินไทยและกลายเป็น “แม่ฟ้าหลวง” ของประชาชนชาวไทย ตลอดจนการสื่อพระราชภารกิจอันยิ่งใหญ่ของ “พระมหากษัตริย์ของประชาชน”

สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง

ตั้งอยู่ที่บนดอยช้างมูบ เหนือพระธาตุดอยตุงขึ้นไปตามถนนประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ใกล้กับชายแดนไทย – พม่า เป็นสวนที่รวมพันธุ์ไม้หายาก และพันธุ์ไม้พื้นเมือง โดยเฉพาะกุหลาบพันปีจากหลายประเทศ นางพญาเสือโคร่ง กล้วยไม้พื้นเมือง

รองเท้านารี เป็นต้น ได้นำมาปลูกในสวนอย่างเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางป่าสน มีเส้นทางเดินชมลัดเลาะตามไหล่เขา มีลานสำหรับพักผ่อน เพื่อชมวิวทิวทัศน์ได้รอบ ซึ่งสามารถมองเห็นประเทศเพื่อนบ้าน และแม่น้ำโขงได้ และจะยิ่งสวยงามมาก

ในช่วงที่ดอกซากุระเมืองไทย หรือ นางพญาเสือโคร่งบาน ในราวต้นเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ จนกลายเป็น สวนป่าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในบริเวณดอย มีพระสถูปช้างมูป เป็นเจดีย์ที่มีขนาดเล็ก และ ตั้งอยู่บนกองหินขนาดใหญ่

มีลักษณะเหมือนช้างหมอบอยู่ ยังมีต้นสน และ ต้นไม้ใหญ่ อายุนับร้อยปี ซึ่งขนย้าย ขึ้นมาปลูกไว้ เนื่องจากการสร้างถนน สายเชียงราย – แม่สาย ซึ่งใช้ปลูกเพื่ออนุรักษ์ดิน และ ต้นน้ำ เวลาทำการ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.00 – 17.00 น.

หอฝิ่น

พิพิธภัณฑ์ “หอฝิ่น” ในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำจุดที่ไทย ลาว และพม่า มาบรรจบกันเป็นที่ที่แม่น้ำรวกไหลมารวมกันกับแม่น้ำโขง ในพื้นที่นี้เองมีการปลูกฝิ่น ผลิตเฮโรอีน และ ลักลอบนำออกไปขาย

ภายในหอฝิ่นเป็นศูนย์นิทรรศการแบบ interative ผสมผสานกับแสง สี เสียงแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฎหมาย ชมอุโมงค์ที่ดูลึกลับ

มืดสนิทที่ผ่านทะลุภูเขาด้วยความยาว 137 เมตร สะท้อนให้เห็นด้านมืดของฝิ่นจนกลายเป็นยาเสพติดที่เป็นปัญหาไปทั่วโลก จากนั้นเดินทางไปอำเภอเมืองเชียงราย อย่าลืมแวะชมสถาปัตยกรรม

วัตถุโบราณล้านนา และสักการะพระพร้าโต้ ในหอคำ ชื่นชมบรรยากาศภายใน “อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมล้านนา ได้นำความรู้ที่ได้นั้นกลับไปพัฒนาชุมชนต่อไป

ขอขอบคุณบทความแนะแนวการท่องเที่ยว โดย ufabet

เครดิต : https://ufabets5.com/

** อ่านบทความหาเงินเที่ยว >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

สวนผึ้ง ราชบุรี

สวนผึ้ง-ราชบุรี

สวนผึ้ง ราชบุรี

สวนผึ้ง ราชบุรี คือ เป็นอำเภอบนพื้นที่สูงของจังหวัดราชบุรี  โอบล้อมของขุนเขาชิดชายแดน ไทย-พม่า มีแม่น้ำชีไหลผ่าน จึงมีสภาพอากาศที่เย็นสบายคล้ายกับภาคเหนือ และ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ใช้เวลาในการขับรถ ประมาณ 2 ชั่วโมง

เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ด้านตะวันตกที่มี ภูมิประเทศหลากหลาย จากพื้นที่ที่ราบต่ำลุ่มแม่น้ำ แม่กลองอันอุดม แหล่งเพาะปลูกพืชผักผลไม้เศรษฐกิจ นานาชนิดสู่พื้นที่สูง ทิวเทือกเขาตะนาวศรีทอด ตัวยาวทางทิศตะวันตก จรดชายแดนไทย-พม่า

มีคำขวัญที่แสดงถึง ความเป็นเอกลักษณ์ ของอำเภอสวนผึ้ง ว่า “สาวกะเหรื่ยงเคียงถิ่น ตะนาวศรี ลำภาชี แก่งส้มแมวแนวหินผา ธารน้ำร้อนบ่อคลึงตรึงติดตา น้ำผึ้งป่า หวานซึ้ง ตรึงใจ” ที่มาของคำว่า “สวนผึ้ง” เนื่องจากพื้นที่โดยทั่วไปของอำเภอ มีสภาพแวดล้อม

ประกอบด้วยธรรมชาติป่าไม้ เทือกเขา และ มีต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ต้นผึ้ง” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีสีขาวนวล ไม่มีเปลือกกะเทาะ หรือ ลอกให้เห็น และ ที่สำคัญคือจะมี ผึ้งจำนวนมาก นับแสนนับล้านตัว มาอาศัยทำรังบนต้นผึ้งเท่านั้น

นอกจากความสวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์เย็นสบาย ได้ไปท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามใน อำเภอสวนผึ้ง อย่างเช่น เดอะซีนารี่ วินเทจฟาร์ม บ้านหอมเทียน บูราโน่ เวนเนตโต้ เขากระโจม ธารน้ำร้อนบ่อคลึง รวมถึงการได้มาพักผ่อน และ ถ่ายรูป

สถานที่ท่องเที่ยวสวนผึ้ง

สวนผึ้ง-ราชบุรี-1

บ้านหอมเทียน

เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของอำเภอสวนผึ้ง ตั้งอยู่หลักกิโลเมตรที่ 33 บ้านหอมเทียน เป็นทั้ง ร้านอาหารและ ที่พัก แต่ที่น่าสนใจ เป็นพิเศษก็คือ ที่นี่ขายเทียนหอม

หลากสีหลายแบบ ซึ่งทำกันเอง มีโรงงาน ขนาดย่อม ๆ อยู่ด้านหลัง และที่มีแบบและสีสันหลากหลาย ต่างจากที่อื่นก็เพราะว่าออกแบบเอง ทำเอง ไม่ได้ เลียนแบบใคร

เจ้าของ คือ คุณรัชนิกร เมื่อก่อนเป็นดีไซเนอร์ ออกแบบเซรามิค มาก่อน จุดเด่นของเทียน สีสวยกลิ่น หอมในบ้าน คลิ๊กชม ข้อมูลเพิ่มเติม บ้านหอมเทียน

ถ่ายรูปดูน้องแกะ ที่เดอะซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม

เดอะซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม อดีตเป็นรีสอร์ทที่พัก แต่ในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนรูปแบบใหม่ ในลักษณะวินเทจฟาร์ม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบ One Day Trip เปิดบริการทุกวัน บริการเยี่ยมชมฟาร์ม

ใครแวะไปเที่ยวสวนผึ้ง ก็ต้องแวะไปถ่ายรูป ให้อาหารแกะ และ ทำกิจกรรม ต่างๆ ในหมู่บ้านชาวฟาร์มสไตล์ Vintage ที่รอคอย ต้อนรับนักท่องเที่ยว มาเยี่ยมชมอย่างอบอุ่น ข้อมูลเพิ่มเติม ดูน้องแกะ

บูราโน่ สวนผึ้ง

สถานที่ท่องเที่ยวและรีสอร์ทของสวนผึ้ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจและกลิ่นอ้ายมาจากเกาะ Burano ที่ Italy ซึ่งเป็นเกาะ ขนาดเล็กมากมี ลำคลองตัดผ่านหมู่บ้าน และ บ้านพักต่างๆ

มีสีสันฉูดฉาดสวยงามของประเทศอิตาลี บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ ที่แบ่งออกเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ถ่ายรูป, คอกแกะ,บริการอาหารและเครื่องดื่ม ร้านกาแฟ และ ห้องพักจำนวน 17 ห้อง

โดยด้านหน้าทางเข้าจะเป็น จุดถ่ายภาพ ในรูปแบบอาคารสีสันสดสันมีบึงน้ำตัดผ่าน สำหรับผู้มาเยือนไว้แชะภาพได้ โดยคิดค่าเข้าชมคนละ 20 บาท ข้อมูลเพิ่มเติม บูราโน่ สวนผึ้ง

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง

จากตัวอำเภอสวนผึ้งไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบแยกเข้าสู่ธารน้ำร้อนบ่อคลึงตรงไปอีก 10 กิโลเมตร

บ่อคลึงเป็นธารน้ำร้อน ธรรมชาติที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรี จะมีน้ำไหลอยู่ตลอดปี

เป็นน้ำร้อนบริสุทธิ์ อุณหภูมิของน้ำประมาณ 120-136 องศาฟาเรนไฮต์ ในช่วงฤดูหนาวยามเช้า

ไอน้ำร้อนจะลอยกรุ่นเป็นหมอกสวย งาม มีบ่อน้ำร้อนและสระน้ำสำหรับอาบน้ำร้อนธรรมชาติ คลิ๊กชม ข้อมูลเพิ่มเติมธารน้ำร้อนบ่อคลึง

เวนเนตโต้ สวนผึ้ง

อีกหนึ่ง Landmark แห่งใหม่ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชุบรี ที่จะเปิดบริการ ปลายเดือน ตุลาคม 2556 นี้ พร้อมแล้วที่จะตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ พักผ่อน อันแสนโรแมนติก ร้านค้าที่ออกแบบ

อย่างลงตัวกว่า 50 ร้าน เพื่อความสนุกสนาน ในการจับจ่าย และ เลือกซื้อ เพื่อตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว ที่มาเยือนสวนผึ้ง และ ตลาดน้ำแห่งนี้ ด้วยกลิ่นอายอัน แสนโรแมนติก ของ Santorini

โดยมีการจำลองบรรยากาศ อันแสนโรแมนติกของ Venice ที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่กว่า 20 ไร่อยู่ในพื้นที่ ผสมผสานกับสถาปัตยกรรม แนวกรีซ แบบ Santorini ข้อมูลเพิ่มเติม เวนเนตโต้ สวนผึ้ง

น้ำตกเก้าโจน น้ำตกเก้าชั้น

สวนผึ้ง-ราชบุรี-2

ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยผาก หมู่ 7 ตำบลผาผึ้ง เลยจากธารน้ำร้อน บ่อคลึงไปประมาณ 1 กิโลเมตร

เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีความสูง 9 ชั้น ตกจากหน้าผาสูง กลางหุบเขา มีน้ำตลอดปี ปริมาณน้ำจะมาก ในชั้นบนๆ

หินบริเวณน้ำตก เป็นหินแกรนิต แต่เดิมน้ำตกนี้ รู้จักกันเฉพาะ ในกลุ่มชาวกะเหรี่ยง ต่อมาบริษัทต่างชาติ เข้ามารับสัมปทาน

เหมืองแร่ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2484 ต่อมา เมื่อหมดสัมปทาน ทางอำเภอและ กลุ่มองค์กรท้องถิ่น จึงได้เข้ามาดูแลพื้นที่

โป่งยุบ

ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเคย ก่อนถึงตัวอำเภอสวนผึ้ง 5 กม. มีทางแยกซ้าย ไปอีกประมาณ 5 กม. เกิดจากยุบตัวของแผ่นดิน ทำให้เกิดลักษณะ หน้าผาสูงชัน มีลักษณะคล้ายกับแพะ เมืองผีที่จังหวัดแพร่ หรือ ฮ่อมจ๊อม อำเภอนาน้อย

จังหวัดน่าน โป่งยุบนี้มีอาณาบริเวณกว้างกว่า 10 ไร่ ซึ่งแต่เดิมท้องที่นี้เคยเป็นไร่นามาก่อน นับเป็นสถานที่น่า สนใจแห่งนึง เส้นทางเป็นถนนราดยางตลอด จนถึงแยกเข้าโป่งยุบ เป็นทางลูกรังอัดเรียบ ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก โป่งยุบ

ขอขอบคุณบทความแนะนำการท่องเที่ยวดีๆ โดย สโบเบ็ต888

เครดิต : https://ufabets5.com/%e0%b8%aa-%e0%b9%82%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b9%87-%e0%b8%95-888/

*อ่านบทความเพิ่มเติมผ่านช่องทางนี้ >> https://ufabets5.com/contentandnews/

Categories
Blog

ป่าบงเปียง เชียงใหม่

ป่าบงเปียง-เชียงใหม่

ป่าบงเปียง เชียงใหม่

ป่าบงเปียง เชียงใหม่ คือ เป็นพื้นที่ของนา ขั้นบันไดสวยๆ ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเรา จะสามารถมองเห็นวิว สวยๆ ของท้องทุ่งนาสีเขียว บนเนินภูเขาสูง พร้อมกับภูเขา

ที่อยู่สลับซับซ้อนกันไป ได้แบบปังๆ ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูฝน หรือ ปลายฝนต้นหนาวแล้ว จะเป็นช่วงที่เหมาะมากๆ กับการมาสัมผัส บรรยากาศของที่นี่เลย บอกเลยว่ารูปเพียบ วิวสวยแน่นอน

สำหรับใครที่รักธรรมชาติ ชอบเที่ยวหน้าฝน สัมผัสความเขียวของทุ่งนา หรือภูเขา ก็บอกเลยว่า ต้องรักที่นี่ อย่างแน่นอน กับ บ้านป่าบงเปียง บริเวณที่เต็มไปด้วย ทุ่งนาสีเขียวขจี แห่งนี้ รีบเก็บกระเป๋าด่วนๆ

ช่วงเวลาท่องเที่ยว

ป่าบงเปียง-เชียงใหม่-2

ควรเดินทางไปป่าบงเปียง ในช่วงเดือนไหนดี สำหรับการท่องเที่ยว ที่นี่ต้องบอกว่าแบ่งเป็น 3 ช่วง แล้วแต่ความพึงพอใจ ของนักเดินทาง และ นักถ่ายภาพ บางคน อยากชมบรรยากาศ

ช่วงการดำนา คือ ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ซึ่งต้นข้าว ยังเป็นต้นกล้าเล็ก ไม่เต็มพื้นที่ ทำให้สามารถมองเห็น พื้นน้ำของท้องนา ในช่วงเวลานี้ เหล่าบรรดาช่างภาพ บอกกันว่า

ยามเย็นแสงสีทอง ของพระอาทิตย์ จะสะท้อนกับพื้นน้ำ ก็จะได้ความงดงามไปอีกแบบ แต่ถ้าอยากเห็นข้าวเขียวขจี เต็มท้องทุ่ง ช่วงเดือน ก.ย. – ต้น ต.ค. จะเป็นอะไรที่สวยที่สุด

หากอยากได้สีทอง ของรวงข้าว ก็มาในช่วงปลายเดือน ต.ค. ปกตินักท่องเที่ยว ที่มาป่าบงเปียงจะมาเที่ยว แบบไปกลับ คือ จะเน้นมาเก็บแสงสวยในยามเย็น เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่า แสงเย็นสวยมาก

ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นเป็นลำแสง ลอดผ่านก้อนเมฆ มากระทบกับหุบเขา ที่เรียงราย การสลับซับซ้อน เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก หากมาในยามเช้า จะได้พบกับทะเลหมอก ที่คลอเคลียอยู่ตามไหล่เขา

แต่จะเจอมาก หรือ น้อย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในแต่ละวันด้วย ถ้ามีฝนตกลงมาตอนกลางคืน ก็มีโอกาส ได้พบเห็นทะเลหมอก ได้มากขึ้น แต่หากอยากพบเห็น ทั้งสองบรรยากาศ

คือ แสงเย็น และ ทะเลหมอก แนะนำ ให้ค้างคืนซักคืน หรือ ใครไม่อยากค้าง เพราะที่พักอาจไม่สะดวกนัก ก็พักแถวดอยอินนทนนท์ หรือ แม่แจ่มก็ได้ แต่จะต้องนั่งรถกันถึง 2 รอบ

ช่วงไหนเที่ยว บ้านป่าบงเปียง ฟินที่สุด

แต่ต้องบอกเลยว่า ที่ บ้านป่าบงเปียงนั้น จะเป็นที่เที่ยว ที่มีช่วงฤดูกาล ของการปลูกข้าว เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะว่า ถ้าใครที่มาในช่วง เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม นั้น ต้นข้าวจะยังเป็นต้นกล้าเล็กๆ

ทำให้สามารถมองเห็น พื้นน้ำของท้องนาได้ เป็นอีกช่วงเวลา ที่สวยงามมาก เหมือนกัน แต่ถ้าอยากเห็นข้าวสีเขียวๆ เต็มท้องทุ่งนา กันยายน ไปจนถึง ต้นตุลาคม ต้องช่วงนี้ เท่านั้น

สุดท้ายสำหรับคน ที่ชอบรวงข้าว สีเหลืองทอง ก็ต้องมาในช่วงปลายเดือนตุลาคม เป็นต้นไป เพราะจะสามารถเห็นวิวสวยๆ สีทองเหลืองนี้ ได้นั่นเอง ใครที่อยากจะมานอนพัก กลางวิวธรรมชาตินี้

ก็เลือกที่พักตามความสนใจ ได้เพราะว่า ที่พักมากมาย รอให้บริการอยู่เยอะแยะเลย เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับบ้านป่าบงเปียงนี้ วิวสวยอลังการสมคำล่ำลือจริงๆ ใช่ไหมก่อนหน้าฝนนี้ จะหมดไป

ที่พักป่าบงเปียง

ป่าบงเปียง-เชียงใหม่-1

เมื่อก่อนที่พักป่าบงเปียง จะมีเพียงหลังเดียว คือ มาฉิโพ แต่ปัจจุบันมีที่พักเพิ่มขึ้นประมาณ 10 กว่าหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเครือญาติกัน ที่พักที่นี่ ทุกหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ใช้เทียน และ ไฟฉาย ลักษณะของบ้านก็เป็นกระท่อมไม้ แบบเรียบง่าย

มีที่นอนหมอนมุ้งให้ มีห้องน้ำทุกหลัง แต่ส่วนใหญ่ จะแยกออกมาจากตัวบ้าน น้ำท่า อะไรก็มีให้อาบตามปกติ ทุกหลัง มองเห็นวิวทุ่งนา แต่จะมองเห็นในวิวต่างกันตามตำแหน่งที่ตั้ง ที่พักอาจไม่ได้สะดวกสบาย อะไรมากนัก เพราะมาที่นี่ เน้นวิวบรรยากาศ

ค่าบริการจะคิด ในราคาเท่ากัน คือ คนละ 500 บาท รวมอาหารเช้าเย็น ซึ่งก็ถือว่า เป็นระดับราคา ที่สมเหตุสมผล หรือ ใครอยากทานอะไรเพิ่มเติม ก็เตรียมกันมาเองได้ว่า แล้วก็มาดูบ้านพักกัน ว่ามีที่ไหนบ้าง ที่ป่าบงเปียง มีสัญญาณโทรศัพท์ของทุกค่าย

การเดินทางไปป่าบงเปียง

การเดินทางมาที่ บ้านป่าบงเปียง ต้องอาศัยรถกระบะ ที่มีแรงกำลัง ในการขับเคลื่อนเท่านั้น รถเก๋ง รถตู้ เข้าไม่ได้ เนื่องจาก สภาพถนนแคบ ขรุขะและ เป็นดินแดง แบบออฟโรดในบางช่วง หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถใช้

บริการรถนำเที่ยว ซึ่งติดต่อได้ จากที่พักป่าบงเปียง โดยตรง หรือ ถ้าขับมอเตอร์ไซต์แข็ง ก็เช่ามอเตอร์ไซต์ จากอำเภอจอมทอง หรือ จากตัวอ.แม่แจ่ม ขึ้นไปก็ได้

บ้านป่าบงเปียง สามารถเดินทางได้ 2 ทาง

เส้นทางแรก จากเส้นทางขึ้น ดอยอินทนนท์ ขับไปถึงด่านของอุทยานฯ เลี้ยวซ้าย ไปยังทางแยก ที่จะไปอำเภอแม่แจ่ม ไปอีก 12 กิโลเมตร จะพบป้าย น้ำตกแม่ปาน เลี้ยวขวาลงไปตามป้ายนั้น จะถึงลานจอดรถ เส้นทางนี้รถทุกชนิดเข้าได้

เพราะทางราดยาง จอดรถไว้ตรงนี้ จากนั้น ต้องใช้บริการรถโฟรวิว เข้าไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร จะถึง บ้านป่าบงเปียง ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 15-20 นาที สามารถติดต่อ รถเช่ารถไป ที่พักป่าบงเปียง โดยตรง หรือ พี่สมศักดิ์ บ้านแม่กลางหลวง

โทร 081 960 8856 , 08 1760 5181 ทราบราคามา คือ ถ้ารับที่ลานจอดรถเที่ยวละ 700 บาท แต่ทั้งนี้ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ก่อนเดินทาง เส้นทางถนน ยังที่จอดรถ น้ำตกแม่ปาน เพื่อต่อรถกระบะ เพื่อที่จะไปยังป่าบงเปียง

ขอขอบคุณบทความแนะนำการท่องเที่ยวดีๆ โดย ufa168

เครดิต : https://ufabets5.com/ufa168/

*อ่านบทความเพิ่มเติมผ่านช่องทางนี้ >> https://ufabets5.com/contentandnews/