Categories
Blog

เกาะราชา ภูเก็ต

เกาะราชา-ภูเก็ต

เกาะราชา ภูเก็ต จัดจ้านในย่านนี้

เกาะราชา ภูเก็ต หรือ เกาะราชาใหญ่ ถือเป็นที่นิยม ศุนย์กลางของการท่องเที่ยวเกาะราชา เป็นเกาะที่มีหาดทราย ขาวสะอาด มีหาดทางด้านตะวันตก อยู่ระหว่างหุบเขาเป็นรูปคล้าย

เกือกม้า เรียกว่า อ่าวปะตก มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาดลักษณะคล้ายทะเล แถบหมู่เกาะสิมิลันทางใต้ ทางใต้เกาะราชาตั้ง อยู่ทางด้าน ตะวันตกของเกาะภูเก็ต

ห่างจากเกาะภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งเกาะกว่า3,000 ตารางกิโลเมตร มีพื้นราบ และ เนินเขา ที่มีความสูงไม่มากนัก ชาวบ้านได้เข้าไปทำการจับจอง

ที่ดินทำสวนมะพร้าว สวนผลไม้ และ อาศัยอยู่ ที่เกาะราชาใหญ่ ประมาณ 16 ครอบครัว ส่วนพื้นที่ราบ ที่อยู่ติด ทะเลชาวบ้าน และ นักลงทุนได้พัฒนาบางส่วน เป็นที่พัก และ ร้านอาหาร สำหรับรองรับนักท่องเที่ยว

เกาะราชาใหญ่ มีทั้งหมด 5 อ่าว

อ่าวตะวันตก หรือ อ่าวปะตก, อ่าวสยาม, อ่าวทือ, อ่าวหลา และ อ่าวขอนแค เป็นเกาะที่มีหาดทราย ชาวสะอาด ที่นี่ถือเป็นแหล่งดำน้ำ ที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะบริเวณ “อ่าวสยาม” นอกจากธรรมชาติ ที่สวยงามแล้ว

พื้นที่บางส่วนของเกาะราชาใหญ่ ยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน และ ใช้ที่ดินบางส่วน ในการเพราะปลูกสวนผลไม้ และ ทำสวนมะพร้าว รวมถึง ยังมีที่พัก และ ร้านอาหารไว้บริการ สำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

จุดดำน้ำของเกาะราชามีทั้งหมด 3 จุด

เกาะราชา-ภูเก็ต-2

อ่าวคอนแค,อ่าวหลา(จุดดำน้ำที่สวยที่สุด),และ อ่าวสยาม ซึ่งการที่ทาง บริษัททัวร์ จะพานักท่องเที่ยว ไปดำน้ำตรงจุดใดบ้างนั้น ต้องดูช่วงเวลาด้วย

ปัจจุบันเกาะราชาใหญ่ ได้กลายเป็น แหล่งดำน้ำ ที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งในทะเลอันดามัน เพราะน้ำทะเล รอบเกาะใส ตลอดทั้งปี และ มีปะการัง ที่มีความสวยงาม และ สัตว์น้ำต่างๆ

ที่หายากต่างจากจุดดำน้ำ อื่นๆ เช่น ปะการังเขากวาง และ ปะการังสกุลแข็งชนิดต่างๆ ปลาไหลทะเล ปลากระเบน ปลาปักเป้า ปลาหมึกยักษ์ และ อีกมากมาย หลากหลายชนิด

กิจกรรมที่น่าสนใจบนเกาะราชาใหญ่

  • ดำน้ำลึก สะคูบ้า มี Dive site ประมาณ 15 แห่ง รามไปถึงเกาะราชานุ้ย(น้อย) ที่อยู่ติดกัน
  • ดำน้ำตื้น สนอคเกอร์ สวยมาก พอๆกับ เกาะเต่า หรือ สุรินทร์ หรือ สิมิลัน
  • ตกปลา หรือ ตกหมึก อันนี้ก็สนุก ตกแถวชายฝั่ง หรือ นั่งเรือตกในคืนเดือนสว่าง
  • เดินป่าพักแรม เกาะราชามีภูเขาอยู่กลางเกาะสูง ประมาณ 300 กว่า สภาพเป็นป่าดิบ มีจุดชมวิวสวย

ท่องเที่ยวรอบเกาะราชาใหญ่

เกาะราชา-ภูเก็ต-1

การเดินทางท่องเที่ยว รอบอ่าวต่างๆ บนเกาะราชาใหญ่ เที่ยวสะดวกมาก เพราะมีเส้นทางเดินเท้าเที่ยวชมธรรมชาติได้รอบเกาะใช้เวลา ประมาณครึ่งวัน

ก็สามารถเที่ยวได้รอบเกาะโดยหากมาเทีี่ยวในช่วงไฮซีซั่น(พ.ย.-เม.ย.) เริ่มจากอ่าวปะตก เดินๆไปเรื่อยๆผ่านอ่าวสยาม จากอ่าวสยามไปอ่าวทือ ที่อ่าวทือ

ในตอนเช้ามีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยงาม สามารถมองเห็นเกาะพีพี ได้จากอ่าวทือก็ต่อไป ยังอ่าวขอนแค และจากอ่าวขอนแคก็ มาบรรจบที่อ่าวปะตก

เกาะราชาน้อย

อยู่ห่างจากเกาะราชาใหญ่ 11 กิโลเมตร ที่นี่จะต่างจากเกาะราชาใหญ่ตรงที่มีโขดหินมากกว่าชายหาด จึงทำให้ไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำ แต่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากดำน้ำลึก เงียบสงบ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ และ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว

เดินทางมาเยือนมากนัก จึงเป็นเกาะที่ยังคงมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ น้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียดดังผงแป้ง และทรัพยากรใต้น้ำที่สมบูรณ์ หากจะบอกว่าเกาะนี้เป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักการดำน้ำ ก็คงจะไม่ผิดไปนัก

สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเกาะราชา

เกาะราชา-ภูเก็ต-3

เมื่อไปเที่ยวเกาะราชา นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสนุกกับกิจกรรมบนชายหาดตามอัธยาศัย หรือชมความงามทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำชมปะการังและฝูงปลานานาชนิด ทะเลใสๆ กับชายหาดสวยๆ ที่เกาะราชานั้น

เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง หากนักท่องเที่ยวอยากชมวิว พระอาทิตย์ตกสวยๆ แนะนำให้ไปที่อ่าวปะตก หรือหากใครอยากชมแสงแรกของดวงตะวันในยามเช้า อ่าวหลาก็มีจุดที่เหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ขึ้นเช่นกัน

การเดินทางจากสนามบินสู่ตัวเมืองภูเก็ต

ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต หรือ สนามบินภูเก็ต อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีโดยรถยนต์ สนามบินภูเก็ตถือว่าเป็นประตูสู่เกาะภูเก็ต

อันเป็นดังสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อนยังภาคใต้ของประเทศไทย สนามบินภูเก็ตให้บริการสายการบินทั้งในและต่างประเทศโดยมีเที่ยวบินจำนวนมากลงจอดทุกวัน

จากสนามบินภูเก็ตนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

แอร์พอร์ตบัส (Airport Bus) ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปในเส้นทาง เมืองภูเก็ต – สนามบิน ทั้งขาไปและกลับ ราคาค่าโดยสาร 30 – 100 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นแอร์พอร์ตบัส (Airport Bus) ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตได้ 2 จุด

หน้าทางออกอาคารผู้โดนสารขาเข้า (ออกมาจากอาคารแล้วเลี้ยวซ้ายให้สุด จะเห็นรถบัสสีส้ม เทาจอดอยู่) สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 รถตู้ บริการแชร์รถตู้เข้าไปตัวเมือง ราคาอยู่ที่ประมาณ 150 – 200 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางของสถานที่

แท็กซี่ แท็กซี่ที่สนามบินภูเก็ตโดยส่วนใหญ่จะให้บริการเข้าเมืองแบบเหมาเป็นเที่ยว ราคาอยู่ที่ประมาณ 700 – 1,000 บาท เช่ารถขับ เป็นวิธีที่ค่อนข้างสะดวก ที่ภูเก็ตมีบริษัทรถเช่าให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการเป็นจำนวนมาก

การเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะราชา หรือ เกาะรายา

แบบไปเช้าเย็นกลับ

เรือสปีดโบท์โดยซื้อทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับจากท่าเรืออ่าวฉลอง ซึ่งมีให้เลือกมากมาย หรือหากต้องการ เหมาลำก็คิด อัตราตามจำนวน คนต่อเครื่องยนต์ เช่น 10 -15 คน 1 เครื่องยนต์ ราคาประมาณ 6000-7000
16 – 30 คน

2 เครื่องยนต์ ราคาประมาณ 10000 – 12000 บาทใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 -40 นาที – เรือหางยาว คิดอัตรา ตาม จำนวนคน ต่อเที่ยว ราคาประมาณ 2000-3000 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 – 1.30 ชม.สถานที่ติดต่อเรือ บริเวณอ่าวฉลองหรือหาดราไวย์

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวเจ๋งๆ โดย ufa168

Categories
Blog

เขาวงพระจันทร์ ลพบุรี

เขาวงพระจันทร์ ลพบุรี เขาที่สูงที่สุด

เขาวงพระจันทร์-ลพบุรี

พิสูจน์รักแท้ 3,790 ขั้น ไปกับ เขาวงพระจันทร์ ลพบุรี

เขาวงพระจันทร์ ลพบุรี ตั้งอยู่ห่าง จากตัวอำเภอเมืองลพบุรี ประมาณ 28 กม. ตามเส้นทาง ถนนพหลโยธิน ตรงหลักกม.ที่ 178 มีทางแยกเลี้ยวขวาอีก 5 กม. ตั้งอยู่ในเขต ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคก สำโรงบริเวณเชิงเขาจะเป็นที่ตั้งของ วัดเขาวงพระจันทร์

จะมีทางบันไดไปสู่ยอดเขาประมาณ 3,799 ขั้นยอดเขานี้สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 650 เมตร ถ้าวัดจากเชิงเขาถึงยอดเขาโดยแนวบันไดจะยาว 1,680 เมตร ใช้เวลาเดินทางจากเชิงเขาถึงยอดเขาประมาณ 2-3 ชั่วโมง สองข้างทาง จะเต็มไปด้วยป่าไม้ ขึ้นสลับซับซ้อน

บางแห่งจะเป็นที่ลาด บางแห่งจะเป็นที่ชัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาวงพระจันทร์จะมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้ไกลสุดสายตา สถานที่นี้เป็นแหล่งสะสมวัตถุโบราณ ของหายากมากมาย และ พระพิมพ์ต่างๆมากมาย เพราะ หลวงปู่ฟัก อดีตเจ้าอาวาสท่าน เป็นนักสะสม พระเครื่องมาก่อน

ความเชื่อของการขึ้น เขาวงพระจันทร์ ลพบุรี

เขาวงพระจันทร์-ลพบุรี-1

การขอพร ประสบความสำเร็จ เขาวงพระจันทร์ นั้นเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี ทางขึ้นเป็นทางบันได 3,790 ขั้น ที่เดินทางได้ง่าย ไม่ลำบากเหมือนการเดินขึ้นเขาที่อื่นๆ

ยังมีความเชื่อกันว่า หากใครได้มานมัสการรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาวงพระจันทร์ จะประสบความสุข สมหวังทุกประการ พิสูจน์รักแท้ ไม่แพ้ระยะทาง

รวมถึงยังมีคนเล่ากันว่า ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับ พิสูจน์รักแท้ อีกด้วย เพราะแม้ระยะทางจะไม่ไกลมากเท่ายอดเขาลูกอื่นที่ต้องพิชิต แต่การเดินขึ้นบันไดต่อเนื่องไปสามพันกว่าขั้น

ก็ไม่ใช่อะไรที่ง่ายเลยเหมือนกันค่ะ บางคู่อาจจะรักกันมากขึ้น หรือ บางคู่อาจจะไม่ไหวจนถึงขั้นเลิกกันไปเลยก็ได้! งานนี้ลองจูงมือแฟนมากันพิสูจน์รักกันได้เลย แล้วจะได้ตะโกนดังๆว่า รักแท้ ไม่แพ้ระยะทาง

พระพุทธโชค

พระพุทธโชค หรือ “พระเชียงแสน” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยเชียงแสน มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดลพบุรี และใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศไทย

(รองจากพระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ) “พระพุทธโชค” ประดิษฐานอยู่บริเวณริมเชิงเขาวงพระจันทร์ โดยแรกเริ่มโครงการก่อสร้างจะใช้ชื่อว่า “พระเชียงแสน” องค์พระก่อด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ขนาดหน้าตักกว้าง 45 เมตร สูง 75 เมตร เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างองค์พระ 8 ปี (โดยประมาณ)ในปัจจุบัน “พระเชียงแสน” ได้ทำการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์

เมื่อต้นปี พ.ศ. 2561 และ มีการจัดพิธีถวายพระนามใหม่ว่า “พระพุทธโชค” เมื่อวันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561 และมีพิธีสมโภชพระพุทธโชค เมื่อวันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561

โดยสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นองค์ประธาน พร้อมด้วยกรรมการมหาเถรสมาคมรูปอื่น ตลอดจนพระมหาเถระที่มีชื่อเสียงร่วมประกอบพิธีอีกเป็นจำนวนมาก

ในส่วนบริเวณพื้นที่รอบๆองค์พระพุทธโชค ด้านหน้าเป็นลานกว้างประกอบไปด้วย บันไดขึ้นสู่องค์พระ, ศาลาธรรมขนาดใหญ่ จำนวน 2 หลัง, จุดชมวิว, อนุสรณ์หนุมาน ฯลฯ

เขาวงพระจันทร์ ลพบุรี สิ่งมหัศจรรย์ 9 อย่าง

เขาวงพระจันทร์-ลพบุรี-2

ก่อนเดินทางไปขึ้นเขา ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม และ แข็งแรงมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่มีความลาดชัน และ ต้องการกำลังในการเดินขึ้น อย่างต่อเนื่อง ไม่ทิ้งเศษขยะ ลงบริเวณริมถนน

ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด ในพื้นที่ท่องเที่ยว ให้มีความสวยงามอยู่เสมอ อีกหนึ่งปัจจัย ที่ต้องเตรียมไป คือ ยาสำหรับนวด คลายกล้ามเนื้อ, ยาสำหรับกิน เพื่อลดอาการบาดเจ็บ

  • มีรอยพระพุทธบาทแท้ (รอยพระบาทที่ 4)
  • มีรอยเขี้ยวแก้วพระพุทธเจ้าแท้
  • หลวงปู่ฟัก อายุ 93 ปี อดีตเจ้าอาวาส ฉันมังสะวิรัติตลอดชีวิต,ไม่สรงน้ำ(อาบน้ำ)ตลอดชีวิต
  • มีพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมาเองจำนวนมาก
  • มีพิพิธภัณฑ์ พ้นล้าน
  • มีบันไดขึ้นเขา 3,799 ขั้น
  • มีต้นปลัดขิก ธรรมชาติ
  • มีควาย 3 เขา แห่งเดียวในโลก
  • มีงาช้างสีดำ แห่งเดียวในโลก

งานประเพณีที่สำคัญของวัด

เทศกาลขึ้นเขาวงพระจันทร์ จัดขึ้นประมาณเดือนสาม ช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ประชาชนโดยเฉพาะ ชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งใกล้ และ ไกลจะหลั่งไหลกันมา นมัสการรอยพระพุทธบาท และ พระพุทธรูปบนยอดเขาแห่งนี้ อย่างเนืองแน่น เป็นประจำตลอดช่วงเทศกาล

สิ่งก่อสร้าง และ รูปแบบของการแสดงความเคารพ ที่วัดแห่งนี้ จึงมีอิทธิพลจีนนิกาย ฝ่ายมหายานอยู่มากเขาวงพระจันทร์ได้ชื่อว่าเป็นเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดลพบุรี และเป็นภูเขาที่สร้างชื่อเสียงให้ผู้คนรู้จักเมืองลพบุรีมาช้านาน

จุดชมวิวผานางฟ้า

อีกหนึ่งแห่ง เดินผ่านลานจอดเฮลิคอปเตอร์ไป ก็จะเจอกับบันไดพญานาคที่สวยงามมากๆ รายล้อมด้วยต้นลีลาวดีค่ะ เหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้สวยๆ เลยทีเดียว

นั่งพักชมวิวกันตรงนี้สักหน่อย ลมพัดเย็น สดชื่นจริงๆ เลยค่ะ อีกส่วนหนึ่งคือภายในวิหารมีให้ยกช้างเสี่ยงทายด้วย ซึ่งจะเปิดให้เข้าเฉพาะช่วงเทศกาล

หลังจากได้นมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นที่เรียบร้อย ถ่ายรูปสวยๆ ก็เยอะ ชมวิวก็ชิลจนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว ก็ได้เวลากลับลงไปด้านล่างแล้ว

“พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ (หลวงพ่อพุทธโชค)”

เป็นศิลปะแบบเชียงแสนยุคต้น ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาวงพระจันทร์ เป็นพระพุทธรูปที่เราเห็นสวยงามจากบนยอดเขานั้นเอง พอได้มาดูใกล้ ๆ แล้วยิ่งใหญ่และสวยงามอร่ามตาสุดๆ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวของวัดเขาวงพระจันทร์

“พิพิธภัณฑ์เขาวงพระจันทร์” เป็นอาคารไม้ 3 ชั้น เดินเล่นชมของสะสม วัตถุโบราณที่เก่าแก่อายุหลายร้อยปี ไฮไลท์ของที่นี่ คือการได้มาชมของเก่าโบราณ ที่หาดูได้ยากมาก จำนวนกว่าหมื่นชิ้น เดินดูกันเพลิน ๆ กันก่อนเดินทางกลับ

พิสูจน์ตัวเอง พิชิตยอดเขาวงพระจันทร์ขั้น สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดลพบุรี หากใครอยากลองมาพิชิตยอดเขาสูง สักการะรอยพระพุทธบาท ชมวิวสวยๆ เติมแต้มบุญกันจนอิ่มใจ เป็นการเที่ยวที่มีปีละครั้งเท่านั้น เราขอแนะนำให้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง

สักครั้งในชีวิต ใช้เวลาเดินทางจากเชิงเขาถึงยอดเขาประมาณ 2 ชั่วโมง สองข้างทางจะเต็มไปด้วยป่าไม้ขึ้นสลับซับซ้อนเต็มไปหมด บางแห่งจะเป็นที่ลาด บางแห่งจะเป็นที่ชัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาวงพระจันทร์จะมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้ไกลสุดสายตา

ในส่วนของวัดเขาวงพระจันทร์นั้นได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีสิ่งมหัศจรรย์ 9 ประการ ได้แก่ รอยพระพุทธบาทแท้ รอยที่ 4 รอยพระเขี้ยวแก้วพระพุทธเจ้าแท้ หลวงปู่ฟัก อายุ 93 ปี เจ้าอาวาสผู้ฉันมังสวิรัติและไม่อาบน้ำตลอดชีวิต พระบรมสารีริกธาตุ พิพิธภัณฑ์พันล้าน

มีบันไดขึ้นเขาที่ยาวที่สุด มีต้นปลัดขิกธรรมชาติ มีควายสามเขาแห่งเดียวในโลก และมีงาช้างสีดำแห่งเดียวในโลก อีกทั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานไหว้พระพุทธบาทประจำปี ผู้คนจำนวนมากมานมัสการ รอยพระพุทธบาท และ พระพุทธรูป

ขอขอบคุณบทความสาระการท่องเที่ยว โดย ufabet

Categories
Blog

ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่

ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ ยอดดอยที่สูงที่สุด

ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ สวย สบาย อากาศดี

ดอยอินทนนท์-เชียงใหม่-1

ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ ถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2515 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 ของประเทศไทย มีพื้นที่ 482.4 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และ กิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่

“ดอยอินทนนท์” แต่เดิมมีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ดอยหลวง มาจากขนาดของดอยที่ใหญ่มาก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ดอยหลวง” (หลวง เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ใหญ่) มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด

ลักษณะภูมิประเทศ

เดินทางสู่ยอดเขาที่สูงที่สุด ในประเทศไทย ศึกษาธรรมชาติในป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ ปกคลุมด้วยเมฆหมอก และ ชื่นชมพรรณไม้สวยงาม มีนกนานาชนิด ดอยอินทนนท์ อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศไทย คือ สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร สภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ ส่วนสภาพภูมิอากาศนั้นมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน และ ในตอนเช้าตรู่อาจเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง ที่สร้างความฮือฮาในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นประจำในทุกฤดูหนาว

ยอดเขาที่มีระดับสูงรองลงมาคือ ดอยหัวมดหลวง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,330 เมตร ป่าอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่หอย แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน

เป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงที่ ให้พลังงานไฟฟ้า ที่เขื่อนภูมิพล ที่มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ ที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศ

กิจกรรมต่างๆ ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่

มีความหลากหลาย และ น่าสนใจอยู่มากมาย

ดอยอินทนนท์-เชียงใหม่-2

กิจกรรมที่ดอยอินทนนท์ ไหว้พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ บริเวณนี้นอกจากจะมีสวนดอกไม้ ที่สวยงามแล้ว ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลหมอก ได้สวยงามอีกจุดหนึ่ง ชมทะเลหมอกในช่วงหน้าหนาว ซึ่งบนดอยอินทนนท์นั้น จะมีจุดชมทะเลหมอก

ที่ให้นักท่องเที่ยว จะได้สัมผัสกับปรากฏการณ์ ทะเลหมอกซึ่งสวยงามอลังการอย่างมาก โดยจุดชมทะเลหมอก จะตั้งอยู่บริเวณหน้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ชมน้ำตก ที่ดอยอินทนนท์ มีน้ำตกหลายแห่ง อย่างเช่น น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ

ซึ่งต่างก็มีความสวยงามน่าชม เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่นิยมกันมาก คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน และ อ่างกา นาขั้นบันได บ้านแม่กลางหลวง ช่วงหน้าฝนจะได้ชมนาขั้นบันได สีเขียวของต้นข้าว ที่เพิ่งเติบโต และ เมื่อย่างเข้าหน้าหนาว นาขั้นบันไดก็จะกลายเป็นสีทอง

จากสีของต้นข้าวที่พร้อมเก็บเกี่ยว ดูนกในช่วงหน้าหนาวเป็นฤดุที่เหมาะสำหรับดูนกอย่างมาก เพราะมีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพมากกว่า 380 ชนิดที่สามารถพบได้บนดอยอินทนนท์ ดูดาว ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ 7 รอบพระชนมพรรษา

ซึ่งเป็นหอดูดาวแห่งชาติของประเทศไทย ตั้งอยู่บนบริเวณยอดดอยอินทนนท์ หอดูดาวแห่งนี้ เป็นหอดูดาวขนาดใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชมสถานีวิจัยโครงการหลวง ดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นสถานีวิจัยดอกไม้เมืองหนาว ซื้อของฝากของที่ระลึก บนดอยอินทนนท์

จุดไฮไลท์บนดอยอินทนนท์

ทักทายพระอาทิตย์ตอนเช้า

ดอยอินทนนท์-เชียงใหม่-1-1

ถ้าไม่อยากพลาดซีนนี้ ต้องตื่นเช้า เพื่อขึ้นดอยอินทนนท์ให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น แล้วรอเวลาแสงแรก จากจุดที่พระอาทิตย์ขึ้น สวยที่สุดแห่งหนึ่ง คือ จุดจอดรถทางขึ้นกิ่วแม่ปาน เพราะว่า เป็นพื้นที่เปิดมองได้

ไกลสุดสายตา ยิ่งมาในช่วงที่แสงที่จับขอบฟ้า เป็นเส้นตรงเหลืองทองอร่ามในบริเวณนี้ มีร้านขายข้าวต้ม และ กาแฟให้คลายหนาว เพราะตอนเช้าอากาศจะหนาว

ยอดดอยอินทนนท์

ยอดดอยอินทนนท์ จากกิ่วแม่ปานนั่งรถขึ้นบนยอดดอยอินทนนท์ บริเวณยอดดอยเรียกว่าอ่างกาหลวง เนื่องจากมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำขังตลอดปี และ มีหินก้อนใหญ่รูปทรงเหมือนกาตั้งอยู่ จากลานจอดอัน เป็นที่ตั้งสถานีเรดาห์ของกองทัพอากาศ

เดินขึ้นไปซักพักจะเจอป้าย “สุงสูดแดนสยาม” ที่ต้องรอคิวแคปเจอร์กันนานซะหน่อย ถัดไปเป็นเจดีย์บรรจุพระอัฐิของเจ้าอินทวีชิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เป็นที่มาของดอยอินทนนท์ จากนั้น เป็นจุดหมุดแสดงความสูงสุด

จากระดับน้ำทะเลของดอยอินทนนท์ ซึ่งสูง 2565.3341 เมตร และ ไม่ไกลกันเป็นสะพานไม้ที่ตัดผ่านป่าดิบเขา ที่ปกคลุมด้วยมอส เฟินดูคล้ายป่าดึกดำบรรพ์ เดินได้สักพักจะเจอกับร้านกาแฟ และ พุ่มดอกกุหลาบพันปี เป็นแหล่งที่มีคนชอบมาถ่ายรูปมากมาย

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

เป็นสถานีวิจัยอีกแห่งหนึ่งของโครงการหลวงค่ะ เพื่อส่งเสริมอาชีพเป็นรายได้ของครอบครัวเกษตรกร แล้วก็กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปแวะอีกที่หนึ่งในเชียงใหม่

เพราะนอกจากอากาศดีๆ อุณหภูมิเฉลี่ย 20 องศาตลอดปีแล้ว ยังมีดอกไม้เมืองหนาวให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมอีกด้วย ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การมาเที่ยวที่ สวนแปดสิบพรรษา ซึ่งเป็นสวนเฉลิมพระเกียร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาลต่างๆ รวมถึงมีร้านอาหารของโครงการหลวงตั้งอยู่ใกล้ๆ กันด้วย รับรองว่าได้กินผักสดๆ ปลอดสารพิษ อย่างแน่นอน

กิ่วแม่ปาน

จากจุดจอดรถสามารถเดินเข้าไปในกิ่วแม่ปานได้ มีระยะทางประมาณ 3 กม. ช่วงแรกผ่านป่าดิบเขา มีสะพานไม้ข้ามลำธาร จากนั้นก็จะทะลุสันกิ่วแม่ปานที่เป็นทุ่งหญ้า มองเห็น อ. แม่แจ่ม เดินไปอีกนิดจะพบดงกุหลาบ

พันปีที่ราวต้นเดือน ม. ค. – ก.พ.จะออกดอกสีแดงพราวไปทั้งต้น ตลอดเส้นทางจะพบกับพืชหลากหลายชนิดตั้งแต่เฟินไม้เล็กๆอย่างมะยมดอย ต่าไก่ป่า บางช่วงยังมีเห็ดรูปร่างแปลกตาด้วย

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

บนดอยอินทนนท์ มีตลาดเล็กๆ ที่ชาวบ้านนำสินค้าท้องถิ่นมาขาย โดยเฉพาะผลไม้แปรรูปที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อเป็นของฝากได **อุทยานฯ มีบ้านพัก และ สถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ ราคา 800-8,000 บาท

กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ โทร. 02 562 0760 , 02 561 0777 ต่อ 724, 725 (8 คู่สาย) ติดต่อเฉพาะวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. หยุดวันนักขัตฤกษ์ – จอง online ที่ www.dnp.go.th

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 053 286 729-30 (ติดต่อยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล) หรือ 053 286 550(ตลอด 24 ชั่วโมง) และ 053 286 577 (ระหว่าง 08.00 น.-17.00) โทรสาร. 053 286 728

ขอขอบคุณบทความดีๆ โดย sagaming66

Categories
Blog

ภูทับเบิก เพชรบูรณ์

ภูทับเบิก-เพชรบูรณ์-2

ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ สวรรค์ใกล้กรุง

ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ คือ ตั้งอยู่ที่อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ มีภูมิประเทศ มีความงดงาม เป็นที่กล่าวถึง เป็นความงามของทะเลภูเขาตามธรรมชาติ อากาศเย็น สบายตลอดปี ยังเป็นจุดชม ทะเลหมอกที่สวยงาม และ อลังการ

มีสายหมอกลอย คลอกเคลียตามไหล่เขา ให้ได้ชมแทบทุกจุด สามารถชมได้จากหน้าที่พัก และ บริเวณจุดชมวิวสูงสุด ซึ่งเป็นหอวัดอุณหภูมิ โดยเฉพาะ หากมาในช่วงหน้าฝนประมาณ เดือน มิ.ย.- ต.ค.มักจะ พบเห็นทะเลหมอก ได้ง่ายกว่าหน้าหนาว

ถ้าชอบเที่ยวภูเขา และ เดินป่า ชมธรรมชาติ ยลไอหมอก เพชรบูรณ์คงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เรานึกถึง เพราะว่า มีทิวเขาน้อยใหญ่ โอบล้อม กับป่าไม้พืชพรรณเขียวขจี สภาพอากาศเย็นสบาย สามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์

คงหนีไม่พ้นภูทับเบิก แหล่งชมทะเลหมอก และ กะหล่ำปลีลูกใหญ่กว่าฝ่่ามือ แต่นอกจากภูทับเบิกแล้ว ใครจะรู้ว่า เพชรบูรณ์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อีกมากมาย สู่ทับเบิกสวยงาม ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมี ดอกซากุระ หรือ นางพญาเสือโคร่ง สีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา

ภูทับเบิก เพชรบูรณ์

ภูทับเบิก-เพชรบูรณ์

สำหรับภูทับเบิกนั้น เป็นชื่อของหมู่บ้าน ที่ชื่อ หมู่บ้านม้งทับเบิก โดยเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีความสูง จากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,768 เมตร

บนภูเขาสูงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า และ ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 40 กม. และ ห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 100 กม ชาวม้งที่นี่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก

พืชผักที่มีการปลูกมากที่สุด ก็คือกะหล่ำปลี ซึ่งมีการจัดสรรที่ดินทำกินสำหรับการปลูกกะหล่ำปลีหลายพันไร่บนยอดเขาสูง ทำให้ในช่วงฤดูฝน มีกะหล่ำปลีผุดขึ้นละลานตาเต็มภูเขา โดยใน เฉพาะในช่วงเดือน กรกฎาคม

ดาวบนดิน ภูทับเบิก

นอกจากทะเลหมอก อากาศสะอาดๆ และ กะหล่ำปลีสีเขียวแล้ว ไฮไลท์ของภูทับเบิกนั้น อยู่ที่ดาวบนดิน ถ้าได้มากางเต็นท์ รับลมหนาวตอนกลางคืนแล้วล่ะก็ คุณถึงจะได้พบกับดาวบนดิน ด้วยความสูงจากระดับน้ำ

ทะเลมากกว่า 1,447 เมตร ทำให้ยามค่ำคืน ที่แสงไฟ จากหมู่บ้านน้อยใหญ่ เปล่งประกายอยู่เบื้องล่างนั้น กลายเป็นแสงเล็กๆ เรียงรายไปทั่วเหมือนแสงดาว ที่ดาษดื่นบนท้องฟ้า “ดาวบนดิน”

ลานกางเต็นท์ ภูทับเบิก

ภูทับเบิก-เพชรบูรณ์-1

สำหรับที่กางเต็นท์บนจุดชมวิว และ บริเวณไร่กะหล่ำปลี ของวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านทับเบิก มีค่าบริการ คือ

  • เต็นท์นอน 4 คน พร้อมเครื่องนอน ราคา 650 ต่อคืน
  • เต็นท์นอน 2 คน พร้อมเครื่องนอน ราคา 350 ต่อคืน
  • นำเต็นท์มาเองคิดค่าบำรุงสถานที่ คนละ 40 บาท ต่อคนต่อคืน
  • นอกจากนี้ยังมีมุมสวยๆ ในเส้นทางลงจากภูทับเบิกอีกด้วย เป็นเส้นทาง ภูทับเบิก-หล่มเก่า จะมีถนนรูปหัวใจแสนมุ้งมิ้งให้ได้ถ่ายภาพกัน

ที่พักใกล้จุดชมวิวสูงสุดหอวัดอุณหภูมิ

  • ไร่ริมผา เบอร์โทร 084-822-2625
  • ไร่ภูทะเลหมอก เบอร์โทร 091-289-6327 ราคา 1,000 – 1,500 ที่พักวิวสวยบนจุดชมวิวสูงสุดเห็นวิว 360 องศารอบทิศ
  • ทับเบิกรีสอร์ท เบอร์โทร 089-960-5074
  • เดอะม้ง เบอร์โทร 089-2696683 , 094-1014932
  • ไร่ต้นมุข อยู่ใกล้ๆ จุดชมวิว นอนได้หลังละ 2 – 3 คน มีห้องน้ำในตัว 900-1200 บาท บริการบ้านพัก เต้นท์ อาหาร และ เครื่องดื่ม เบอร์โทร 089-567-4073 , 089-269-0593 เฟสบุค ไร่ต้นมุข
  • วิสาหกิจภูทับเบิก ราคา 1500 – 2000 บาท เบอร์โทร 085-733-9737
  • ภูการเด้นท์

ที่พักที่อยู่ระหว่างเส้นทางไปถึงจุดชมวิวไม้กางแขน

  • ไร่สุวิทย์ Facebook: ไร่สุวิทย์ ภูทับเบิก
  • กื๋อตี้รีสอร์ท อยุ่ใกล้จุดสูงสุด ของภูทับเบิก เบอร์โทร 084-732-1226
  • ทับเบิกฮิลล์ Facebook: ทับเบิกฮิลล์
  • ไร่ตายาย เบอร์โทร 081-8887932 มีที่พักบริการและลานกางเต้นท์ Facebook: ไร่ตายายภูทับเบิก
  • โรงเตี้ยมภูทับเบิก เบอร์โทร 081-5282265 , 082-1666207
  • ไร่มะลิหอม Facebook: ไร่มะลิหอมภูทับเบิก
  • ลุงท้ายโฮมสเตย์ เบอร์โทร 086-2034325 , 088-4232054 ที่นี่มี ที่พักบริการ และ ลานกางเต้นท์ราคา 600 -1500 บาท
  • ภูซากุระ เบอร์โทร 089-2671153
  • บ้านชมดาว ภูทับเบิก เบอร์โทร 087-8398442 , 082-2269221
  • ภูนับดาว เบอร์โทร 083-9627062 , 089-6432937

การเดินทางสู่ ภูทับเบิก 

จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวง หมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวง หมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร

ถึงด่านเก็บ ค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า จากตรงนี้มีทางแยกขวา เข้าหมู่บ้านทับเบิก ไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากแหล่มเก่ามาภูทับเบิก จะสูงชัน และ คดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์ หรือ รถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 

อีกเส้นทางหนึ่ง ใช้เส้นทางด้านอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า มาประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิก หากขับรถต่อไป จะมาบรรจบกับเส้นทางที่จะลงไปยังอำเภอหล่มเก่า

ขอขอบคุณบทความดีๆ แนะนำท่องเที่ยวทั่วไทย โดย ufa168

Categories
Blog

ดอยเสมอดาว น่าน

ดอยเสมอดาว-น่าน

ดอยเสมอดาว น่าน ตำนานเมืองลับแล

ดอยเสมอดาว น่าน คือ จุดหมายปลายทาง ยอดฮิตแห่งน่าน ที่นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมาชมทะเลหมอก และ พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า พร้อมสัมผัสอากาศเย็นสบาย และ หากใครอยากใกล้ชิดธรรมชาติ นานขึ้น บนดอยเสมอดาว ยังมีลานกางเต้นท์ และ บ้านพักของอุทยาน

รวมทั้ง ที่พักในสไตล์แคมปิ้งของเอกชน ให้บริการหลายแห่ง สัมผัสลมหนาว และ สายหมอก นอนดูดาวยามค่ำ เตรียมตัวจับจองพื้นที่กันได้เลย ดอยเสมอดาว น่าน เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยอัญมณี ล้ำค่าทางธรรมชาติ ที่หาไม่ได้ง่ายๆ และ เป็นจุดหมายปลายทางของเรา ในครั้งนี้

นอกจากจะโด่งดัง ในเรื่องของการที่ผู้คน ยังคงมีวิถีชีวิตแบบโบราณ และ มีสภาพบ้านเมือง สวยดั่งหลวงพระบาง เมื่อ 10 ปีก่อน จังหวัดแห่งนี้ ยังมียอดดอยสวย ที่กำลังจะพาคุณ มาเอื้อมมือคว้าดาวกัน บนดอยเสมอดาว สำหรับดอยที่เราพาคุณ มาสอยดาวในงวดนี้

นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว กางเต็นท์พักแรมยอดฮิต อีกแห่งหนึ่ง ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เนื่องจาก เป็นบริเวณจุดชมวิวที่สวยงาม อีกด้วย และ มีพื้นที่เป็นลานกว้าง ตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน นอนดูดาวยามอาทิตย์อัสดง และ ชมทะเลหมอก

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ดอยเสมอดาว-น่าน-1

มีสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาสูง สลับซับซ้อน วางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ที่สำคัญของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของคนในจังหวัด มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญหลายอย่าง และ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดเด่นทางธรรมชาติ

ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งทำให้อุทยานแห่งนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายแห่ง เช่น เสาดิน และ คอกเสือ ปากนาย แก่งหลวง จุดชมทิวทัศน์ดอยผาชู้ และ ทิวทัศน์ทั้งสองฝั่ง แม่น้ำน่าน อีกทั้งยังมีจุดชมวิว ดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์

ในเรื่องของการเดินทาง มายังอุทยานแห่งชาติ ศรีน่าน เพื่อขึ้นมานอนนับดาว และ แหวกว่ายทะเลหมอก ก็ไม่ยากลำบาก หากขับรถยนต์ส่วนตัวมาเอง ให้วิ่งตามทางหลวงหมายเลข 1083 สายนาน้อย-ปางไฮ ระหว่างทางมีจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นเทือกเขา

ที่อยู่ในเขตอุทยาน และ แม่น้ำน่านที่ไหล คดเคี้ยว ได้อย่างชัดเจน แม่น้ำน่าน จะไหลผ่านอุทยาน ไปจนถึงอำเภอปากนาย และ ป่าที่นี่ ส่วนหนึ่งเป็นป่าเบญจพรรณ ฉะนั้นในเดือนกุมภาพันธ์จะเห็นป่าเปลี่ยนสีสวยงามมาก ส่วนผู้ที่ใช้บริการ รถประจำทาง

เหตุผลที่ต้องไปเที่ยว ดอยเสมอดาว น่าน

ดอยเสมอดาว-น่าน-2

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด จุดเด่นของดอยเสมอดาว นอกจากธรรมชาติสวยๆ ที่รายล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้เขียวขจี และ อากาศบริสุทธิ์ ในตอนกลางคืน เราจะเพลิดเพลินกับการชมดวงดาว ที่ต่างอวดโฉม ความสวยงามกันมากมาย อยู่เต็มท้องฟ้า นับทั้งคืนก็ไม่หมด

ถ้าใครดวงดี อาจจะได้เห็นทางช้างเผือกด้วย ส่วนช่วงเช้า ตื่นมาฟินกันต่อกับทะเลหมอกสวยๆ ที่ลอยอยู่ตรงหน้า บอกเลยว่ามันสวยงามมากๆ เที่ยวดอยเสมอดาว ที่เดียวได้ดูครบทุกอย่าง แถมยังมีกิจกรรม ให้ทำอีกเพียบ อยากรู้ว่า มีกิจกรรมอะไรน่าทำ ในดอยเสมอดาว เรารวมมาให้แล้ว

ร้านอาหาร ที่พัก และ สิ่งอำนวยความสะดวก

หน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีร้านค้า และ ร้านอาหารบริการอยู่ คนส่วนมากที่ไปเที่ยว ดอยเสมอดาว จะนิยมสั่งหมูกระทะ มากินกันหน้าเต็นท์ เขามีบริการส่งถึงอุทยาน อากาศหนาวๆ กินหมูกระทะร้อนๆ ฟินสุดๆ ส่วน

ภายในอุทยานก็มี ร้านขายของชำเล็กๆ ไว้คอยบริการอีกด้วย สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาร้านอาหารน่านเด็ดๆ และ อร่อย เราแนะนำ ข้าวซอยต้นน้ำ, ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ, ก๋วยเตี๋ยวลุงสงค์

มุมถ่ายรูป ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว-น่าน-3

บนดอยเสมอดาว มีจุดให้เราถ่ายรูปอยู่เยอะมาก คือ ถ่ายตรงไหนก็สวยไปหมดเลย ถ่ายยังไงก็ออกมาสวย และ สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นสายถ่ายรูปเราแนะนำให้พกเลนส์ไปหลายๆระยะเลย จะได้มีภาพหลายๆมุม ช่วงสายๆ คนจะเริ่มเก็บเต็นท์ ลงไปเที่ยวที่อื่นต่อ

เราอาศัยช่วงจังหวะนี้ หามุมกดชัตเตอร์รัวๆ มีทั้งวิวทะเลหมอก วิวพระอาทิตย์ขึ้น และ วิวพระอาทิตย์ตกดิน และ ตรงลานดูดาว เราสามารถมองเห็นผาหัวสิงห์ ที่มีรูปร่างเหมือนสิงโต นอนหมอบ และ มีไว้ให้ถ่ายรูปเช็กอินกันด้วย

ที่พักดอยเสมอดาว ราคาเท่าไหร่ ?

ถ้าใครอยากจะฟิน และ ชมทะเลหมอกสวยๆ เราแนะนำให้ไปนอนเต็นท์ ซึ่งทางอุทยาน ก็มีบริการเช่าเต็นท์ ราคาไม่แพง แต่ต้องโทรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เพราะช่วงอากาศดีๆแบบนี้ คนนิยมมาเที่ยวกันเยอะ

อุปกรณ์ที่ให้มาก็มีครบ ทั้งถุงนอน หมอน และ เบาะรอง ส่วนห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำแบบรวม หรือ ใครไม่อยากนอนเต็นท์ เขาก็มีบ้านพักไว้บริการด้วยนะ แนะนำให้โทรจองล่วงหน้า

  • เต็นท์สำหรับนอน 2 คน ราคา 345 บาท
  • เต็นท์ที่นอนได้ 3 คน ราคา 405 บาท
  • สามารถจองได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน” หรือเบอร์โทร 093-242-2914 เปิดทำการเวลา 09.00 น.-16.00 น.
  • บ้านพักหลังละ 1,800 บาท มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ (มีแค่ 2 หลังเท่านั้น)
    สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะเอาเต็นท์ไปกางเอง ก็สามารถนำไปได้ แนะนำให้โทรจองพื้นที่ โดยเราจะเสียค่าธรรมเนียม คนละ 30 บาทเท่านั้น

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปเที่ยวดอยเสมอดาว

  • กล้อง และ ขาตั้งกล้อง หรือ จะเป็นไม้เซลฟี่ก็ได้
  • รองเท้าผ้าใบสำหรับเดินขึ้นดอย และ รองเท้าแตะ สำหรับใส่อาบน้ำ
  • เสื้อกันหนาว หมวกไหมพรมอุ่น ๆ
  • ไฟฉาย
  • Power Bank หรือ แบตเตอรี่สำรองไว้สักก้อน หรือ สองก้อน
    เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว พร้อมกับหมวกไหมพรม และ ถุงมืออุ่น ๆ
  • ยาฉีดกันยุง และ แมลงกัดต่อย
  • ยาประจำตัว
  • อุปกรณ์อาบน้ำ และ ถุงใส่ขยะ

ขอขอบคุณบทความรีวิวที่เที่ยวเด็ดๆ โดย ufabet

Categories
Blog

เกาะล้าน ชลบุรี

เกาะล้าน-ชลบุรี

เกาะล้าน ชลบุรี เกาะสวรรค์ภาคตะวันออก

เกาะล้าน ชลบุรี คือ เป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แนบขนานกับหาดพัทยา ห่างจากฝั่งพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร เป็นชายหาด ที่นักท่องเที่ยวนิยม มาเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เรือลาก เรือสกี ดำน้ำดูปะการัง

ลักษณะภูมิประเทศของ เกาะล้าน เป็นรูปห้าเหลี่ยมด้านไม่เท่า มีพื้นที่ประมาณ 3,500 ไร่ ความยาวของ เกาะล้าน จากทิศเหนือ จรดทิศใต้ ยาวประมาณ 4.65 กม. ส่วนที่มีความกว้างมากที่สุด สามารถวัดได้ประมาณ 2.15 กม.

สถานที่ท่องเที่ยวบน เกาะล้าน ประกอบด้วย ชายหาดน้อยใหญ่ หาดตาแหวน แนวปะการังน้ำตื้น ที่มีสีสันสวยงาม หาดสังวาลย์ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ที่ชอบนอนอาบแดด หาดทองหลาง เป็นชายหาดขนาดเล็ก ที่เงียบสงบ และ เหมาะกับนักท่องเที่ยว

ที่ต้องการพักผ่อน แบบส่วนตัว หาดแสม มีโขดหิน และ พื้นป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีความสวยงาม เงียบสงบ เส้นทางสัญจร ที่สามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก จึงเป็นชายหาดอีกแห่งหนึ่ง ที่มีนักท่องเที่ยว เข้ามาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก หาดเทียน สวยงาม ไม่แพ้หาดตาแหวน

แต่มีขนาดเล็ก หาดนวล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะล้าน เป็นชายหาด ที่มีปะการังสมบูรณ์ เนื่องจาก ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว นิยมมาเที่ยวมากนัก จุดชมวิวเขานม เป็นจุดชมวิว ที่สวยงามที่สุดของเกาะล้าน และ บริเวณนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับ นักปั่นจักรยานเสือภูเขา ที่ชื่นชอบธรรมชาติ

เกาะล้าน ชลบุรี

ถือว่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมสูง แห่งเมืองพัทยา เลยก็ว่าได้ เพราะใครที่จะมาเที่ยวพัทยา ก็ต้องนึกถึงเกาะล้าน เป็นอันดับแรกอยู่เสมอ

ซึ่ง “เกาะล้าน” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวไทย ใกล้กรุงเทพฯ จึงทำให้ เดินทางมาเที่ยวได้ อย่างได้สะดวก และ สามารถท่องเที่ยวในสถานที่ใกล้เคียงได้อีกมากมาย

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะล้าน

สำหรับสถานที่เที่ยวใน “เกาะล้าน” ก็ยังมี สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และมีชายหาดหลายหาด ให้นักท่องเที่ยว ไปเยี่ยมชม นับได้คร่าวๆ ได้ประมาณ 8 ชายหาด โดย ชายหาดที่ผู้คนนิยม ไปเที่ยวกันมากที่สุด ก็คือ “หาดตาแหวน”

เป็นเพราะว่า เป็นชายหาดที่มีพื้นที่กว้าง หาดทรายขาว และ เดินทางไปสะดวก และ มีที่พักเกาะล้าน บนหาดนี้มาก พอสมควร นั่นจึงทำให้ มีคนไปเที่ยวจำนวนมาก มาดูกันดีกว่า ว่าหาดต่างๆ บนเกาะล้านนั้น มีชายหาดสวยๆ อะไรบ้าง

หาดตาแหวน

เกาะล้าน-ชลบุรี-1

สำหรับหาดตาแหวน อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ เป็นหาดทรายยาวประมาณ 750 เมตร มีความงามทางธรรมชาติมาก เพราะว่า มีหาดทรายที่ขาวสะอาด

น้ำทะเลใสสีคราม ปลายหาดทั้งสองด้าน ยังมีแนวปะการัง ในระดับน้ำตื้นที่มีสีสันสวยงาม อีกทั้ง มีร้านจำหน่ายสินค้า ที่ระลึก ตั้งเรียงรายตลอดแนวชายหาด

หาดสังวาลย์

สำหรับหาดสังวาลย์ เป็นหาดอีกหาดหนึ่ง ที่อยู่ติดกับหาดตาแหวน มีความยาวเพยง 150 เมตร เท่านั้น จุดเด่น คือ ความเงียบสงบ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป

ที่ชอบนอนอาบแดด ตอนกลางวัน หาดสังวาลย์ จะสวยงามมากที่สุด ในช่วงเดือน ธันวาคม – เมษายน หากจะไปเที่ยวชม ความงามของหาดควรไปช่วงเวลานี้

หาดทองหลาง

เกาะล้าน-ชลบุรี-2

สำหรับหาดทองหลาง เป็นชายหาดขนาดเล็ก ที่เงียบสงบ หาดนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการพักผ่อนแบบส่วนตัว กิจกรรมหลักของหาดทองหลาง คือ การดำน้ำดูปะการัง บริเวณปลายหาด ที่เชื่อมต่อกับหาดตาแหวน ทั้ง 2 ด้านนี้

ยังมีแนวปะการัง น้ำตื้นที่สวยงาม และ มีบริการเดินชมปะการังใต้ น้ำแบบ Sea Walker ที่นักท่องเที่ยว นิยมมาใช้บริการ ส่วนนักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบปะการัง แต่ไม่ชอบการดำน้ำ ที่หาดนี้ยังมีบริการ เรือท้องกระจก ให้สามารถลงไปชม ปะการังได้อย่างใกล้ชิด

หาดแสม

สำหรับหาดแสม อยู่ทางทิศตะวันตก เฉียงใต้ของเกาะ เป็นหาดทรายขาว มีความยาวประมาณ 700 เมตร มีโขดหิน และ พื้นป่าที่ ค่อนข้างสมบูรณ์ มีความสวยงาม เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน และ การเล่นน้ำ

มีน้ำทะเลสีคราม และ หาดทรายที่ขาวสะอาด ปัจจุบันมีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรวม ทั้งการปลูกต้นไม้เพิ่ม สร้างลานอเนกประสงค์ อาคารร้านค้าร้านขายอาหาร ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเส้นทางสัญจร

ที่สามารถเดินเท้าผ่านไปมา อย่างสะดวก จึงเป็นชายหาด อีกแห่งหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยว เข้ามาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติแถบยุโรป อีกทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของอาคารปลากระเบน

สำหรับควบคุมการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมและโซล่าเซลล์ ทำให้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงานการใช้พลังงานทดแทนในสถานที่ดังกล่าวอยู่เป็นประจำ

หาดเทียน

หาดเทียนเป็นหาดที่สวยงามแห่งที่สองมีความยาวของหาดประมาณ 500 เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ หาดทรายแห่งนี้มีความสวยงามเงียบสงบไม่แพ้หาดตาแหวน แต่หาดนี้มีพื้นที่ขนาดเล็ก จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

หาดนวล

สำหรับ หาดนวลอยู่ทางตอนใต้ของเกาะล้าน เป็นหาดขนาดเล็กยาวประมาณ 250 เมตร เป็นพื้นที่ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นของเอกชน สภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดเป็นปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากนัก

หาดตายาย

เกาะล้าน-ชลบุรี-3

หาดขนาดเล็ก เงียบสงบ ใกล้กับท่าเรือเกาะล้าน อยู่บริเวณปลายของเกาะล้าน หาดทรายที่ขาวสะอาด น้ำทะเลใส สวย มีโขดหินบ้าง บางช่วง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักผ่อน

จุดชมวิวเขานม

เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเกาะล้านตั้งอยู่บริเวณเขานมใกล้ ๆ กับหาดแสมที่นักท่องเที่ยวสามารถเดิน หรือใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างขึ้นไปชมความสวยงามของท้องทะเลสีครามกับตัวเมืองพัทยา ที่ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ได้งดงาม

กลมกลืนดุจภาพวาด ทุกคนต้องประทับใจ และบริเวณนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับนักปั่นจักรยานเสือภูเขาที่ชื่นชอบธรรมชาติ กิจกรรมบนเกาะที่แนะนำ สามารถขี่มอไซด์เที่ยวชมทั่วเกาะ

บนเกาะล้านมีรถมอเตอร์ไซค์ให้เช่า คันละ 200 – 350 บาท/วัน สามารถเช่ามอเตอร์ไซด์กับที่พักเกาะล้าน ระหว่างทางเดินก่อนเข้าที่พักก็ได้ การขี่รถมอเตอร์ไซด์บนเกาะต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่มากพอสมควร บางจุดมีความชันมาก

โดยจะมีป้ายบอกทางตลอด หรือ อีกกินกรรม คือ นั่งเรือออกไปดำน้ำ ตามจุดต่างๆ เรือบางลำมีบริการ สไลเดอร์จากชั้น 2 ของเรือให้ลื่นไหลลงทะเล เป็นกิจกรรมที่สนุกไปอีกแบบหนึ่ง ตามด้วยแวะชิมอาหารทะเล ของสด จากร้านอาหารบนเกาะ หรือจะปิ้งย่างเองก็ได้

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวดีๆ โดย sagaming66

Categories
Blog

ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย

ภูป่าเปาะ-ฟูจิเมืองเลย-3

ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย ฟูจิซังเมืองไทย

ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย ตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย จุดเด่น ที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชม บรรยากาศบนจุดชมวิว ที่อยู่สูงจาก ระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร สามารถมองเห็นภูหอ

ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาสูง เป็นภูเขายอดตัด หรือ ภูเขายอดราบ โดยเฉพาะช่วงที่มี ทะเลหมอกปกคลุม นักท่องเที่ยวเรียกว่า คล้ายภูเขาไฟฟูจิยามาในประเทศญี่ปุ่น เดิมที ภูป่าเปาะ เป็นพื้นที่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติภูค้อ-ภูกระแต

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูค้อ-ภูกระแต ถูกบุกรุกแผ้วถาง เพื่อทำการเกษตร จนสภาพป่าบริเวณนั้น อยู่ในขั้นเสื่อมโทรม แต่หลังจากมี การคัดเลือกผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาก็มีการ ฟื้นฟูสภาพป่า ให้กลับคืนอุดมสมบูรณ์จน กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น

โดยเฉพาะภูหอ ที่มีคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ จุดชมวิวของภูป่าเปาะ มีทั้งหมด 3 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะห่างกัน ประมาณ 200 เมตร ลดหลั่นตามความสูง จุดแรก เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ไม่มีอะไรบังสายตา สามารถมองเห็นวิวของภูหอได้ใกล้ที่สุด

ในมุมที่คล้ายกับภูเขาไฟฟูจิมากที่สุด ตรงจุดนี้ มีระเบียงยื่นออกไปสำหรับให้นักท่องเที่ยว ได้มายืนชมวิวขอภูหอ ได้อย่างใกล้ชิด ส่วนจุดที่สอง ก็จะเห็นวิวของภูหอ ในอีกมุมแบบกว้างไกล ที่แตกต่างจากจุดแรก จุดนี้มีระเบียงชมวิว เช่นกัน

ส่วนจุดสุดท้าย ต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีก ประมาณ 200 เมตร เป็นจุดสูงสุด สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา แต่อาจะมีต้นไม้ และ ตกหญ้าบังสายตาบ้าง จุดสูงสุด สามารถชม พระอาทิตย์ขึ้น และ ตก ได้ที่จุดเดียวกัน นอกจากนี้ ยังสามารถมองเห็น อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน

อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ วนอุทยานแห่งชาติ นายูง-น้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี และ ถ้ำเอราวัณ อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู ขึ้นภูเดียวเห็น 4 จังหวัด

ความสวยงามของ “ภูป่าเปาะ” ในแต่ละฤดูกาล

ภูป่าเปาะ-ฟูจิเมืองเลย-1

การเที่ยวชม “ภูป่าเปาะ” สามารถเข้าชม ได้ทุกช่วงฤดูกาล ซึ่งในแต่ละฤดูภูป่าเปาะ ก็จะมีความสวยงาม ที่แตกต่างกัน ถ้าเป็นในช่วงหน้าร้อน จะมองเห็นทุ่งหญ้า และ ขุนเขาเป็นสีเหลืองทอง

ช่วงหน้าฝนจะมองเห็นภูเขา และ ท้องนาเขียวขจี แต่นักท่องเที่ยวอาจต้องระวังเส้นทาง ช่วงระหว่างขึ้นไปยัง จุดชมวิวสักเล็กน้อย เพราะว่า ฝนที่ตกลงมา อาจก่อให้เกิด ดินโคลน ที่เป็นอุปสรรคต่อ การนั่งรถอีแต๊กได้

ช่วงหน้าหนาว ถือว่า เป็นช่วงฤดูทองของภูป่าเปาะ เพราะว่า นักท่องเที่ยวจะได้เจอกับทะเลหมอก บวกกับวิวของภูหอ หรือ ฟูจิเมืองเลย ยิ่งสวยเข้าไปกันใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน ภูป่าเปาะก็มีความสวย ที่ไม่เหมือนกัน

จุดชมวิวภูป่าเปาะแบบ 360 องศา

ภูป่าเปาะ-ฟูจิเมืองเลย-2

จุดชมวิวภูป่าเปาะมีทั้งหมด 4 จุด แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักชอบขึ้นไปยังจุดชมวิวที่ 4 ซึ่งจำเป็นต้องเดินเท้า ไต่ความสูงขึ้น ไปประมาณ 200 เมตร โดยต้องผ่าน ป่าเล็กๆขึ้นไป

โผล่ยังจุดชมวิว ยิ่งถ้าใครต้องการมาชม พระอาทิตย์ขึ้น ที่จุดชมวิวนี้ อาจจำเป็นต้องพกไฟฉาย เผื่อไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย เพราะว่า ทางเดินค่อนข้างมืด และ มีความลาดชัน

เมื่อขึ้นมาแล้ว นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็น ทัศนียภาพได้แบบ 360 องศา โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ถ้าได้มาในช่วงหน้าหนาว และ ในวันที่ฟ้าเป็นใจ คุณอาจจะได้ชื่นชม ความสวยงามของทะเลหมอก

ที่ลอยละล่อง และ ไม่แน่ว่า ยังมองเห็นวิวได้อีก 8 สถานที่ด้วยกัน ได้แก่ ภูหินร่องกล้า, ภูหอ, ภูหลวง, ภูกระดึง, ภูผาจิต, ภูผาม่าน, สวนหินผางาม และ เขาค้ออีกด้วย

ภูป่าเปาะไม่มีลานกางเต็นท์

ภูป่าเปาะ-ฟูจิเมืองเลย

เนื่องจากบริเวณ จุดชมวิวของภูป่าเปาะ ไม่ได้มีอาณาเขตกว้างขวาง จึงไม่มีพื้นที่ สำหรับให้นักท่องเที่ยว กางเต็นท์นอนดูดาว รวมถึง ตลอดสองข้างทางที่รถอีแต๊ก มุ่งหน้าไปยังจุดชมวิว ก็ไม่มีที่พัก ให้นักท่องเที่ยว

นอนค้างคืน เช่นกัน หากนักท่องเที่ยว อยากที่จะพักค้างคืน ก่อนขึ้นไปยังภูป่าเปาะ ทั่วบริเวณเส้นทาง อำเภอหนองหิน ก่อนถึงภูป่าเปาะ จะมีที่พักเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว อยู่มากมาย

สองข้างทางก่อนถึงภูป่าเปาะ

ระหว่างทางที่รถอีแต๊ก เคลื่อนตัวอย่างเนิบช้า ก่อนขึ้นไปยัง จุดชมวิวภูป่าเปาะ ตลอดสองข้างทาง เราจะเห็นดอกบัวตอง สีเหลือง บานชูช่อรอต้อนรับ ผ่านทุ่งนาข้าว จากนั้น จะผ่านเส้นทางการเกษตร เมื่อพ้นเส้นทางการเกษตร

มีบางช่วงที่รถอีแต๊ก จำเป็นต้องไต่ ระดับความลาดชัน ทำให้คนขับต้องเร่งเครื่องยนต์ เสียงดังกระหึ่ม เพื่อให้พ้นช่วงความลาดชัน กว่าจะถึงจุดชมวิว ก็เรียกได้ว่า สร้างความตื่นเต้น ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาแวะชม ได้ดีเลยทีเดียว

รายละเอียดการท่องเที่ยว ภูป่าเปาะ ฟูจิเมืองเลย

เมื่อไปถึงที่ทำการของภูป่าเปราะ จะต้องใช้บริการ รถอีแต๊กท้องถิ่นของชาวบ้าน ค่าบริการคนละ 60 บาท นั่งได้ไม่เกิน 10 คน รถยนต์ส่วนตัวสามารถจอด ไว้ที่ทำการได้เลย มีห้องน้ำ และ ร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ให้บริการ ข้างบนภูป่าเปาะ ไม่มีทีพัก และ ไม่อนุญาติ ให้กางเต้นท์

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล และ การเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ นายธนเดช กล่อมใจ เลขานุการชมรม ผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยวสวนหินผางาม โทร 086-2218924, นายบุญลือ พรมหาลา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านผาหวาย หมู่ 3 โทร 089-7646829

นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทาง ขึ้นไปชมภูป่าเปาะ สามารถติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ผู้ใหญ่บ้านผาหวาย คุณบุญลือ พรมหาลา และ ที่การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย สำนักงานเลย โทร 042-812-812 หรือ สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล ปวนพุโทร 042-894-254

ขอขอบคุณข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย โดย ufa168

Categories
Blog

สกายวอล์ค เชียงคาน

สกายวอล์ค-เชียงคาน

สกายวอล์ค เชียงคาน ใกล้ชิดธรรมชาติ

สกายวอล์ค เชียงคาน คือ สกายวอล์คภูคกงิ้ว หรือ สกายวอล์คเชียงคาน จ.เลย สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกของอีสาน ที่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งแต่เดิมมีเพียงพระใหญ่ภูคกงิ้ว ที่ประดิษฐานอยู่บนเนินเขา

ต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์ค แห่งใหม่ของจังหวัดเลย โดยการสร้างสกายวอล์ ด้วยงบประมาณ 28.6 ล้านบาท เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความตื่นเต้น

พร้อมชมความสวยงาม ของแนวพรมแดนธรรมชาติ ที่กั้นระหว่างสปป.ลาวกับประเทศไทย ในมุมที่สูงกว่าระดับแม่น้ำโขง 80 เมตร หากนักท่องเที่ยวมาในยามเช้าของฤดูหนาว

จะได้เห็นวิวทะเลหมอก ที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ และ ช่วงเย็นเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากชมวิวทิวทัศน์แล้วยังสามารถสักการะ พระใหญ่ภูคกงิ้ว เพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ด้านหลังสกายวอล์ค ยังเป็นที่ประดิษฐาน พระใหญ่ภูคกงิ้ว หรืออีกชื่อ พระพุทธนวมินทรมงคล ลีลาทวินคราภิรักษ์ เป็นะพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร ขนาดใหญ่ สูงประมาณ 19 เมตร

หล่อด้วยไฟเบอร์ ผสมเรซิ่นสีทอง ฐานขององค์พระพุทธรูป จะเต็มไปดอกธูปเทียน และ บายศรีดอกไม้ ที่ชาวบ้าน และ นักท่องเที่ยวนำมาวางสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยปากทางเข้า จะมีร้านขายดอกไม้

ธูปเทียนไว้บริการ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ส่วนมากจะอยู่ที่ตืนเขา เช่น ที่จอดรถ ห้องน้ำ ตลาดที่ชาวบ้านนำของมาขาย ร้านขายน้ำ ร้านขายผลไม้ ร้านเสื้อผ้า ร้านขายของที่ระลึก อื่นๆ

สกายวอล์ค เชียงคาน

สกายวอล์ค-เชียงคาน-1

สกายวอล์ค ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เทียบเท่ากับตึก 30 ชั้น เลยทีเดียว มีทางเดินที่ทำด้วยกระจกใสยาวกว่า 100 เมตร กว้างกว่า 2 เมตร เป็นจุดที่เสียว และ ตื่นเต้นที่สุด

ยังเป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวได้ อย่างเพลิดเพลินด้วย โดยบนสกายวอล์คนั้น จะสามารถมองเห็นแม่น้ำเหือง แม่น้ำที่กั้นชายแดนไทย ได้อย่างสวยงดงาม ทางเดินจะเป็นกระจกใส ชนิดพิเศษ

มีตะแกรงเหล็กรองรับ โดยออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้มีความมั่นคงปลอดภัย และ แน่นหนาขึ้นมา โดยสาเหตุ ที่สร้างที่นี่มา ก็เพื่อให้กลายเป็นจุดชมวิวสวยๆ ใครๆก็ต้องอยากมาเที่ยว

โดยพื้นที่รอบๆ ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ทั้ง ที่จอดรถ ห้องน้ำ ตลาดที่ชาวบ้านนำของมาขาย ร้านขายของต่างๆ รวมไปถึง ร้านขายของที่ระลึก

เรียกได้ว่าครบครันมากๆ ไม่แปลกใจเลยว่า ในอนาคตที่นี่ น่าจะกลายเป็นแลนด์มาร์ค และ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ยอดฮิต ของ จังหวัดเลย อย่างแน่นอน

ไฮไลท์ สกายวอล์ค

ไฮไลท์ที่สำคัญ ก็คือ การได้ชมพระอาทิตย์ตก ในบรรยากาศของธรรมชาติ รายล้อมไปด้วยภูเขา ที่สวยงามของที่นี่นั่นเอง ใครที่มาในช่วงปลายฝนต้นหนาว

จะมีหมอกหนาๆ ให้ได้เห็นกันในช่วงเช้าๆ ส่วนในช่วงฤดูฝน พื้นกระจกจะลื่นนะคะ ควรใช้ความระมัดระวัง ในการเดินอย่างมากเลย เพื่อป้องกัน และ ความปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยว

แนะนำข้อมูลเพิ่มเติม

สกายวอล์ค-เชียงคาน-2

เปิดเข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่ 7:00 น. – 18:00 น.

ค่าเช้าชม : ต้องเสียค่ารถขึ้น-ลง ราคา 20 บาท/คน และต้องซื้อรองเท้าสำหรับเข้าสกายวอล์ค ราคา 30 บาท/คู่

สิ่งอำนวยความสะดวก : มีมากพอสมควร เช่น อาคารที่พักหน่วยรักษาความปลอดภัย ที่จอดรถ รถรับ-ส่ง ห้องน้ำ ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายน้ำ ร้านขายผลไม้ ร้านขายสินค้าโอท็อป จุดบริการนักท่องเที่ยว ร้านขายดอกไม้ธูปเทียน จุดรับบัตรคิว อื่นๆ

กิจกรรมท่องเที่ยว : ชมวิวธรรมชาติมุมสูง ชมพระอาทิตย์ตกดิน วิถีชีวิตชาวบ้านล่องเรือหาปลา ไหว้พระขอพร

ฤดูท่องเที่ยว : ช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีหมอกหนาในช่วงเช้า ช่วงฤดูฝนพื้นกระจกจะลื่นควรใช้ความระมัดระวัง (ตลอดทั้งปี)

ที่เที่ยวใกล้เคียง : วัดศรีคุนเมือง 21 กม. ถนนคนเดินเชียงคาน 22.5 กม. จุดชมวิวภูทอก 23.5 กม. วัดท่าแขก 27 กม. แก่งคุดคู้ 29.5 กม. หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ 32 กม. วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน 36 กม. (ระยะทางโดยประมาณ)

ที่พักใกล้สกายวอล์คเชียงคาน

สกายวอล์ค-เชียงคาน-3
  • เชียงโขงริเวอร์ไซด์รีสอร์ต (ริมแม่น้ำโขง) ห่าง 20 นาที ราคา 2,950 บาท/คืน
  • ริเวอร์ไซด์เชียงคาน รีสอร์ท (ริมแม่น้ำโขง) ห่าง 27 นาที ราคา 3,044 บาท/คืน
  • Welcome holiday ห่าง 30 นาที ราคา 800 บาท/คืน
  • Baan Kokaew Chiang Khan ห่าง 31 นาที ราคา 1,190 บาท/คืน
  • โรงแรมนอนนับดาว ริมโขง (ริมแม่น้ำโขง) ห่าง 31 นาที ราคา 2,142 บาท/คืน
  • จันทราวาริน พาโนวิว (ริมแม่น้ำโขง) ห่าง 31 นาที ราคา 1,887 บาท/คืน หมายเหตุ : ระยะทางห่าง 1 นาที หมายถึงเดินทางโดยรถ

การเดินทาง ไปยัง สกายวอล์คเชียงคาน

ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านสระบุรี จากนั้นเข้าถนนทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านเพชรบูรณ์ แล้วไปทางถนนทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เข้าเขตจังหวัดเลย พอถึงตัวเมืองเลย

ก็ให้ตรงไปยังสามแยกเชียงคาน จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงหมายเลข 2195 ไปทาง อำเภอท่าลี่ แล้วเลี้ยวขวาอีกที ที่บริเวณ โรงเรียนบ้านท่าดีหมี จากตรงนี้ขับตรงไปอีก 2 กิโลเมตร ก็จะถึง สกายวอล์คเชียงคาน

ขอขอบคุณบทความแนะแนวการท่องเที่ยวดีๆ โดย ufabet

Categories
Blog

หมู่เกาะพีพี กระบี่

หมู่เกาะพีพี-กระบี่

หมู่เกาะพีพี กระบี่ สวรรค์แดนใต้

หมู่เกาะพีพี กระบี่ คือ เป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่า เกาะ คำว่า “ปิอาปิ” แปลว่า ต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า ” ต้นปีปี ” ซึ่งภายหลังกลายเสียงเป็น ” พีพี ”

หมู่เกาะพีพี กระบี่ ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร นักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยว ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้ทะเล และ ปลาหลากสีที่มี สีสันสวยงาม นอกจากนี้ยังมีเกาะต่างๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือกระบี่ หมู่เกาะพีพี เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ

หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า “ ปูเลาปิอาปิ ” คำว่า “ ปูเลา ” แปลว่าเกาะ คำว่า “ ปิอาปิ ” แปลว่าต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า “ ต้นปีปี ” ซึ่งภายหลัง กลายเสียงเป็น “พี พี” ซึ่งได้ ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะนี้ ส่วนใหญ่ มาเพื่อดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้้ทะเล และ ปลาหลากสีสันที่สวยงาม หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ๆ คือ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล เกาะเล็กๆข้างเคียง คือ เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ อาจกล่าวได้ว่า เกาะพีพีดอน และ เกาะพีพีเล

เป็นสุดยอดแห่งสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เป็นเวิ้ง หรืออ่าวใหญ่ที่ภายในมีหาดทรายขาวสะอาดสวยงาม น่าเล่นน้ำแลพดูปะการัง และเกาะพีพีดอน เองครั้งหนึ่ง เคย ติดอันดับ 1 ใน 10 อันดับเกาะที่สวยงามที่สุด ในโลกเลยทีเดียว

เกาะพีพีดอนเป็นศูนย์กลางของหมู่เกาะพีพี มีทั้ง ที่พัก ร้านอาหาร และ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมทั้ง ยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วยเกาะพีพี ประกอบ ด้วยอ่าว 2 อ่าวที่เป็นเวิ้งอ่าวคู่ คือ อ่าวต้นไทร และ อ่าวโละดาลัมคั่นด้วย ที่ราบเล็กๆ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว

ถ่ายรูปบนจุดชมวิวเกาะพีพีดอน หมู่เกาะพีพี กระบี่

หมู่เกาะพีพี-กระบี่-3

ใครที่พอจะมีเวลา และ มีกล้ามขาที่แข็งแรง ต้องห้ามพลาด การเดินขึ้นจุดชมวิวบนเกาะพีพีดอน เพื่อชมวิวความสวยงามของอ่าวต้นไทร และ อ่าวโละดาลัม ที่เป็นรูปชายหาด รูปทรงเว้าที่สวยเด่น และ เป็นเอกลักษณ์

โดยการเดินทาง ไปยังจุดชมวิว บนเกาะพีพีดอนแห่งนี้ สามารถมองหาบันไดทางขึ้น ที่อยู่ด้านหลังของแหล่งชุมชน อ่าวต้นไทร โดยบันไดทางขึ้นนั้น ค่อนข้างจะมีความชัน ดังนั้น แนะนำให้เดินขึ้นอย่างระมัดระวัง

ทักทายลิงเจ้าถิ่นที่อ่าวยงกะเส็ม

อ่าวยงกะเส็ม หรือ อ่าวลิง เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของเกาะพีพีที่คุณไม่ควรพลาด เพราะว่า ที่อ่าวลิงแห่งนี้ มีฝูงลิงจำนวนมาก อาศัยอยู่บริเวณชายหาด และ บนต้นไม้ ลิงที่นี่ มีนิสัยเป็นมิตร เชื่อง และ ไม่ดุร้าย จึงทำให้ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แวะมาทักทาย และ ให้อาหารแก่ลิงที่อ่าวยงกะเส็มแห่งนี้

จุดเช็คอินที่คุณไม่ควรพลาดบนเกาะพีพี

หมู่เกาะพีพี-กระบี่-2

อ่าวต้นไทร

ถ้าหากจะพูดถึงหาดที่มีชื่อเสียงและเรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติบนเกาะพีพีดอนนั้น คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่อ่าวต้นไทร อ่าวที่มีลักษณะคอดทอดยาวกว่า 2 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้นยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ผับ บาร์ คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเย็น ๆ ถึงค่ำๆ

อ่าวโละดาลัม

เป็นหาดที่อยู่ตรงข้ามกับหาดต้นไทร มีลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเดินทะลุจากอ่าวต้นไทรได้ ใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น

หาดยาว

ชายหาดที่ทอดยาวกว่าเกือบ 1 กิโลเมตร หาดยาวแห่งนี้นั้นค่อนข้างจะมีสีสันเป็นพิเศษ เพราะเป็นที่ตั้งของโรงแรม ที่พัก และบาร์มากมาย ที่หาดยาวแห่งนี้ยังมีจุดดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นที่เป็นอีกจุดยอดนิยมอีกด้วย

อ่าวนุ้ย (Nui Beach)

ใครที่ชอบความสงบ ต้องห้ามพลาด! แวะมาเช็คอินที่อ่าวนุ้ย หาดเล็ก ๆ ที่มีจุดเด่นคือ มีความตื้นและน้ำใสจนเห็นใต้ท้องทะเลอย่างชัดเจนอีกทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบในการดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นอีกด้วย

ตามเก็บทุกเกาะให้ครบที่ เกาะพีพี เล

หมู่เกาะพีพี-กระบี่-1

เกาะพีพี เล

เป็นเกาะที่มีขนาดกว่า 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากเกาะพีพีดอนประมาณ 2.2 กิโลเมตร เกาะพีพีเลแห่งนี้ ค่อนข้างจะแตกต่างจากเกาะพีพีดอนอย่างพอสมควร เพราะเกาะแห่งนี้นั้นเป็นเกาะหินปูนซะส่วนใหญ่ มีพื้นที่ ๆ เป็นชายหาดเพียงไม่กี่จุดเท่านั้น

ปัจจุบันเกาะพีพีเลนั้นเป็นที่นิยมสำหรับการท่องเที่ยวแบบวันเดย์ทริปเป็นอย่างมาก อีกทั้งในช่วงนี้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ตเท่าไหร่ จึงทำให้ใครหลาย ๆ คนต่างก็พากันไปยลโฉมความสวยงามของเกาะพีพีเล เกาะที่มีความงดงาม

ถ้ำไวกิ้ง (Viking Cave)

ถ้ำที่มีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 80 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะพีพีเล ปัจจุบันถ้ำไวกิ้งนั้นไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านเข้าไปท่องเที่ยวภายในถ้ำไวกิ้ง แต่นักท่องเที่ยวสามารถว่ายน้ำหรือดำน้ำชมปะการังที่บริเวณด้านหน้าของถ้ำได้

อ่าวปิเละ ลากูน (Pileh Lagoon)

อีกหนึ่งจุดมุ่งหมายที่ใครๆ ก็อยากไปเยือนให้ได้ซักครั้งในชีวิต อ่าวปิเละแห่งนี้ เป็นอ่าวที่มีลักษณะ เวิ้งขนาดใหญ่ และ มีภูเขาหินปูน ที่มีหน้าผาสูงชั้นห้อมล้อม ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะพีพีเล น้ำทะเลมีสีเขียว

สวยงามดั่งมรกต นอกจากการมาชื่นชม ความสวยงามของธรรมชาติ ที่อ่าวปิเละ ลากูนแห่งนี้แล้ว ถ้าหากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบในการดำน้ำชมปะการัง ต้องห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางไปหมู่เกาะพีพี

การเดินทางไปเที่ยวหมู่เกาะพีพี นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางไปได้ทั้งจากจังหวัดภูเก็ต และ จังหวัดกระบี่ ในส่วนของจังหวัดกระบี่ จะมีเรือโดยสาร ไปยังเกาะพีพีทุกวัน นักท่องเที่ยวสามารถมาขึ้นเรือได้ ที่ท่าเรือจิหลาด อำเภอเมืองกระบี่

โดยมีเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือจิหลาด – เกาะพีพี 4 รอบ คือ 09.00 น., 10.30 น., 13.30 น. และ 15.00 น. (วันศุกร์จะมีรอบ 16.00 น. เพิ่มอีก 1 รอบ) และ เกาะพีพี – ท่าเรือจิหลาด 4 รอบ คือ 09.00 น., 10.30 น., 13.30 น. และ 15.30 น. แต่ละรอบใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ค่าเดินทางเที่ยวละ 450 / ท่าน

ขอขอบคุณบทความรีวิวเกาะสวาทหาดสวรรค์ โดย ufabet

เครดิต : https://ufabets5.com/

Categories
Blog

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ คืนที่ดาวเต็มฟ้า

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ คือ ดอยม่อนจอง หรือ ม่อนจอง ชื่อนี้มานานหลายปี เมื่อใครพูดถึงชื่อนี้ภาพภูเขาหญ้าสีทอง เรียงรายสลับซับซ้อน โอบด้วยแสงแดดในยามเย็น ผ่านเข้ามาในความรู้สึกเสมอ ฉันเก็บสถานที่นี้ไว้ในใจมานานแสนนาน หวังแต่เพียงซักวันหนึ่ง คงได้มีโอกาสไปมอง

สัมผัสบรรยากาศนั้น ด้วยตัวเองซักครั้ง แม้รู้ว่าหนทางข้างหน้า จะต้องเหน็ดเหนื่อยกับการปีนป่ายขึ้นภูเขาอีกแล้ว แต่สิ่งนั้นก็ไม่เป็นอุปสรรคถ้าใจอยากไป ไกลแค่ไหน จะไปให้ถึงเมื่อโอกาสประจวบเหมาะ ขอเก็บภาพ และ พิชิตดอยสีทองในฝัน ดอยม่อนจอง

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนทิวเขาถนนธงชัยตอนกลาง ปัจจุบันตั้งอยู่ใน อ.นันทบุรี เดิมตั้งอยู่ใน ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่โดยอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ไม่ได้เปิดใช้เที่ยวชมกันตลอดทั้งปี

เพราะต้องระวังภัยเรื่องช้างป่าที่ออกมาหากิน รวมถึงสภาพอากาศที่แห้ง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าได้ง่าย โดยปรกติแล้วจะเปิดให้ขึ้นประมาณวันที่ 1 พฤศจิกายน – 28 กุมภาพันธ์สำหรับที่มาของคำว่า ม่อนจอง นั้น คำว่า ม่อน เป็นภาษาคำเมืองที่แปลว่า ดอยหรือเนินเขา

ส่วนคำว่า จอง ก็เป็นภาษาคำเมือง แต่จะออกเสียงว่า จ๋อง หมายถึง ลักษณะจั่ว สามเหลี่ยมที่อยู่สูงที่สุดแม้การเดินทางตอนที่เดินขึ้นดอยจะไม่ได้ลำบากอะไรมากแต่จุดสำคัญนั้นอยู่ที่ก่อนจะขึ้นไปเดินขึ้นดอยอีกทีต่างหาก เพราะจะต้องสตาร์ทที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย

หน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ ซึ่งจะต้องติดต่อทำเรื่องกับเจ้าหน้าที่เสียก่อนถึงจะขึ้นไปได้ จากนั้นจึงนั่งรถ 4WD ไปยังจุดเริ่มเดิน (ขับรถขึ้นไปเองไม่ได้ เพราะทางค่อนข้างอันตราย) แล้วถึงขึ้นสู่ยอดดอยระยะทาง 4 ก.ม. ใช้เวลา เดินเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมง

จุดไฮไลท์ของ ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ระหว่างการเดินทางขึ้นสู่ยอดดอย ระยะทาง 4 กิโลเมตร เราจะได้พบกับความสวยงามตามธรรมชาติ อีกมากมาย ที่เก็บเกี่ยวความประทับใจ ยังไงก็ไม่พอ ไม่ว่าจะเป็น “ลานทุ่งหญ้าสีทอง” หรือเรียกว่า สนามกอล์ฟช้าง ซึ่งก็สีทอง

สมชื่อจริงๆ “เนินหมาหอบ” จุดที่ชันที่สุดของที่นี่แล้ว เตรียมตัวเป็นหมาสมชื่อกันได้เลย และ “ยอดหัวสิงห์” ที่โดดเด่น และ เป็นจุดที่สูงที่สุด บนยอดดอย ไม่ไกลจากทุ่งหญ้า บนยอดดอย ก็จะถึงจุดกางเต็นท์ ที่อยู่ในพงป่า

ช่วยกันลมกันหนาว ได้ในระดับหนึ่ง พักผ่อนเอาแรงให้เต็มที่ เพื่อจะได้ตื่นแต่เช้าไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ชมทะเลหมอก ที่แผ่กระจายไปทั่วดอย บางวัน หมอกจะลงจนหนามาก เห็นแต่สีขาวโพลน ขอให้ระมัดระวังในการเดินเป็นพิเศษ

ผาหัวสิงห์

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

จากทางแยกลานกางเต็นท์ เดินมาตั้ง 2 เนิน ยังเหลือระยะทางไปผาหัวสิงห์ขนาดนี้ ไกลแค่ไหนคิดดู ตรงยอดของผาถ้าเดินไปมองใกล้ๆ มุมดีๆ จะเหมือนสิงโตชูคอมองพระอาทิตย์ตกเลย

พรุ่งนี้เช้าจะไปพิชิตผาหัวสิงห์ ชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน เพราะจากจุดอื่นๆมองไปด้านตะวันออก จะมีต้นไม้บังหมดเลย ผาหัวสิงห์จึงเป็นจุดหมายเดียว สำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้นบนดอยม่อนจอง

เมื่อเวลาที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เวลาที่พวกเรารอคอย ทุกคนรีบหยิบกล้องมาถ่ายรูปวิวสวยๆ นี้เอาไว้ก่อนที่จะมืด อากาศบนนี้เย็นลงอย่างรวดเร็ว แทบปรับตัวไม่ทัน

จากร้อนๆ เพราะแสงแดดตรงๆ ไม่มีร่มไม้ กลายเป็นเย็นทันทีแล้วก็เย็นมากขึ้นเรื่อยๆ ลมที่พัดมาช่วยคลายร้อนตอนนี้เป็นลมที่พัดเอาความเย็นยะเยือกเข้ามาหาเรา ถึงเวลาที่ต้องใส่เสื้อกันหนาวแล้ว

จุดสูงสุด ดอยม่อนจอง

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงบนยอดผาหัวสิงห์ ช่วงท้ายๆ ก่อนจะขึ้นมาบนนี้ได้เป็นทางชันมาก ต้องป่ายปีนก้อนหินในบ้างช่วงแต่ไม่มีเวลาเก็บภาพ กลัวว่าจะขึ้นไม่ทันแสงเช้าของวันใหม่ ส่วนด้านตะวันตกพระจันทร์ยังคงส่องแสงสวยงาม

ทำให้เรามองเห็นแนวเขาด้านล่างได้ พระอาทิตย์ก็โผล่มาจากแนวเมฆหนาเป็นเส้นเหมือนใครเอาผ้าใบไปขึงเป็นฉากเอาไว้ โผล่มาปุ๊บแสงแรงปั๊บ การถ่ายภาพควบคุมแสงได้ยาก แต่ก็ยังดีที่ได้ภาพ และ ที่สำคัญกว่านั้นความสวยงาม

นี้จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป ผาหัวสิงห์ขนาดไม่กว้างมากมาย คนมาสัก 20 คนก็หาที่ยืนถ่ายรูปได้ยากแล้ว ด้านล่างห่างจากเรานิดเดียวเป็นต้นกุหลาบพันปี รู้สึกโชคดีจังที่มาในช่วงนี้ กุหลาบพันปีบานสะพรั่งเต็มต้น มีอยู่เยอะแยะเลย

เมื่อแสงแดดแรงขึ้น เราก็เก็บภาพบรรยากาศรอบๆ จากนั้นก็ทยอยเดินลงจากผาหัวสิงห์ เสร็จสิ้นภารกิจการเก็บภาพของดอยม่อนจองแบบละเอียดเลย ภาพล่างซ้ายเป็นทางเดินที่เราปินขึ้นไปตอนเช้ามืด ตอนขึ้นมองอะไรไม่ค่อยเห็น

ตอนลงเลยถ่ายมาให้ดู ทางมันเล็กๆ แคบๆ ปีนไปตามก้อนหินซ้ายบ้างขวาบ้าง ต้องคอยดึงต้นไม้ไปด้วย เดินชิดๆ ต้นไม้เอาไว้เผื่อมันเซมันลื่นจะได้คว้าทัน ส่วนภาพล่างขวา เป็นกำไรของทริปนี้ ได้เห็นนกพญาไฟเกาะกิ่งกุหลาบพันปีด้วย

ดอกไม้ดอยม่อนจอง

แสงอ่อนๆ ยามเช้า ทำให้เราเก็บภาพบรรยากาศอันสดชื่นของธรรมชาติได้มาก พุ่มกุหลาบพันปีบานสะพรั่ง ดอกหญ้าเล็กๆ ที่แอบซ่อนความสวยเอาไว้ให้คนตาดีได้เห็น แม้แต่ยอดผักกูดป่าที่มีหยดน้ำเกาะก็ยังสวยเลย

ค่าบริการต่างๆ

คนนำทาง เที่ยวละ 500 บาท ค่าบริการลูกหาบคิดวันละ 400 บาท
ค่ารถโฟร์วิวไปยังจุดเดินเท้า 2500-3000 บาท ในกรณีใช้บริการบริษัททัวร์ก็สะดวกสบายเพราะทัวร์จัดการให้หมด

กฎระเบียบ การขึ้นดอยม่อนจอง
  1. ดอยม่อนจองเปิดให้เที่ยวชมระหว่างเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
  2. การขึ้นดอยม่อนจอง ต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นคนนำทางไปทุกครั้ง
  3. เวลาที่เหมาะสมในการเดินทางขึ้นดอยม่อนจอง คือ 2 วัน 1 คืน
  4. ควรมาถึงศูนย์บริการฯ ก่อนเวลา 12.00 ของวันที่จะขึ้นดอย
  5. ระยะทางเดินเท้า 6-7 กม.ถึงลานกางเต็นท์ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง
  6. นักท่องเที่ยวที่เตรียมเต้นท์/อุปกรณ์การนอน อาหาร/น้ำดื่มมาเอง
  7. นักท่องเที่ยวต้องไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ดอยม่อนจอง (กรุณาช่วยเก็บขยะออกจากพื้นที่ทุกครั้ง)
  8. นักท่องเที่ยวต้องไม่รบกวนสัตว์ป่า ล่าสัตว์ เก็บของป่า หรือนำพืชพันธุ์ออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด
  9. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของการเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอย่างเคร่งครัด
  10. ชำระค่าเช่า/บริการต่างๆ ก่อนการเดินทางขึ้นดอย มีเต็นท์ให้เช่า

การเดินทางโดยรถส่วนตัว

จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยทางรถยนต์ตามเส้นทางสายเดิม ตามข้อ 1.1 ถึงอำเภอฮอด แต่แทนที่จะแยกเข้าอำเภอดอยเต่า ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1103 จะเดินทางต่อตามเส้นทางเดิม (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) จากอำเภอฮอดไปอีก 39 กม. แยกเข้าตามทางหลวง จังหวัดหมายเลข 1099

ถึงบ้านปางโอ้งโม้ง ตำบลยางเปียง อำเภออมก๋อย ตรงหลักกิโลเมตรที่ 32 แยกเข้าสู่เส้นทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร รวมจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ระยะทางประมาณ 171 กม.

ข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม

ดอยม่อนจองเปิดให้ท่องเที่ยวในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึง 15 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นจะปิด ไม่อนุญาตให้ นักท่องเที่ยวขึ้นเพราะต้องระวังภัยเรื่องช้างป่า

ที่ออกมาหากิน รวมถึงสภาพอากาศที่แห้งซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสำหรับเวลา ในเวลาในการเดินทางขึ้น ดอยม่อนจอง นักท่องเที่ยวควรใช้ประมาณ 2 วัน 1 คืน

ติดต่อหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ โทร 085 708 7441
153 หมู่ 2 ต. ยางเปียง อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่  50310

ขอขอบคุณบทความแนะนำที่เที่ยวดีๆ โดย ufabet