Categories
Blog

ชิงช้าต้นไม้ พิษณุโลก

ชิงช้าต้นไม้ พิษณุโลก

ชิงช้าต้นไม้ พิษณุโลก unseen thailand

ชิงช้าต้นไม้ พิษณุโลก แห่งนี้ตั้งอยู่ในบ้านสวนชมวิวภูรักไทย หนึ่งในโฮมสเตย์ของหมู่บ้านรักไทยที่ชาวบ้านร่วมกันจัดขึ้น และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และได้ลองสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นแบบเป็นกันเอง มีบริการทั้งบ้านพักและลานกางเต็นท์ โดยที่ หมู่บ้านรักไทยจะมีโฮมสเตย์ อยู่หลายแห่งทีเดียว แต่หาก อยากจะมานั่งชิงช้า ชมวิวสวยๆ ต้องมาที่ บ้านสวนชมวิวภูรักไทย ที่นี้ที่เดียว

ชิงช้าต้นไม้ พิษณุโลก จากจุดชมวิว ที่นี้สามารถ มองออกไป เห็นทิวเขาและ พื้นที่ราบรอยต่อของ 5 จังหวัด คือ นครสวรรค์ ลพบุรี พิจิตร เพชรบูรณ์ และ พิษณุโลก ไกลสุดสายตา แม้ว่า วันที่เราไปนั้น ทัศนวิสัยอาจจะ ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่การได้ขึ้นไป ชมวิวบนชิงช้าต้นไม้ นั่งเล่นบนชิงช้า ลมเย็นสบาย ก็รู้สึกฟินไม่น้อย ช่วงเวลาที่แนะนำ ควรให้มามากที่สุดเลย ก็คือช่วงปลายฝนต้นหนาว

สถานที่ท่องเที่ยว ที่สำคัญอีกแห่ง ของ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก กำลังเป็นที่สนใจ ของนักท่องเที่ยว ที่มาสัมผัสอากาศเย็นและ ชมทัศนียภาพของเขาค้อ และ ภูทับเบิก คือ การนั่งชิงช้าต้นไม้ ชมดาวบนดิน และ ดาวบนท้องฟ้า และความสวยงามของทิวทัศน์ที่กว้างไกล นอกเหนือจากดวงดาวบนท้องฟ้านับล้านดวงแล้วจากจุดที่พักในหมู่บ้าน บ้านรักไทย ยังสามารถมองเห็นดาวบนดินหรือแสงสว่างจากตัว อ.เนินมะปราง สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และหนาวเย็นในช่วงวันหยุดเป็นอย่างมาก

ชิงช้าต้นไม้ พิษณุโลก ที่บ้านรักไทย

ตั้งอยู่ในบ้านสวนชมวิวภูรักไทย หนึ่งใน Homestay ของหมู่บ้านรักไทยที่ประชาชนด้วยกันจัดขึ้น แล้วก็เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และก็ได้ สัมผัสกับวิถีชีวิตท้องถิ่นแบบเป็นกันเองมาก และมีบริการทั้งยังที่พัก (House) รวมทั้งลานกางเต็นท์ (Camping ground) ซึ่งที่หมู่บ้านรักไทยจะมี Homestay อยู่หลายที่ทีเดียว แม้กระนั้นถ้าหากต้องการจะมานั่งชิงช้า (swing) ดูทิวทัศน์ที่สวยงามๆ ของแนะนำต้องมาที่บ้านสวนดูวิวภูรักไทยที่นี้ที่เดียว

กลุ่ม “โฮมสเตย์บ้านรักไทย” มีชาวบ้านในหมู่บ้าน บ้านรักไทย เข้าร่วมเป็นสมาชิกมากกว่า 10 ราย สามารถรองรับนับท่องเที่ยวได้นับ 1,000 คน โดยทุกแห่งได้จัดเตรียมความพร้อมไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความสวยงามของธรรมชาติตลอดช่วงฤดูหนาวปีนี้

จุดชมวิวเนินมะปราง 

ชิงช้าต้นไม้-พิษณุโลก1

นั้นตั้งอยู่ ที่จังหวัดพิษณุโลก คำว่าเนินมะปรางเป็นชื่ออำเภออีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลกนั่นเอง ซึ่งเป็นอำเภอที่ไม่ได้กว้างขวาง แต่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง โดยอำเภอนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไป68กิโลเมตร อยู่ห่างไกลจากความแออัดของชุมชนเมือง จึงได้ความรู้สึกแบบสดชื่น และเหมาะกับการไปพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนๆ เพราะเป็นสถานที่ที่สวยงาม เต็มไปด้วยธรรมชาติ

แนะนำเพิ่มเติม

ชิงช้าต้นไม้-พิษณุโลก2

สำหรับใครที่มีโอกาส ได้ไปเที่ยวพิษณุโลก ก็จะพลาดไม่ได้เด็ดขาดกับการเข้าไปนั่งชิงช้าต้นไม้ ถ่ายรูปสวยๆ ที่บ้านสวนชมวิวภูรักไทย บอกเลยว่า ที่นี่ถ่ายรูปออกมาได้สวยงาม และ เป็นการนั่งชิงช้าที่หวาดเสียวที่สุด และ สามารถมองออกไป 360 องศา

ที่บ้านชมวิวและโฮมสเตย์บ้านรักไทย ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวและที่พักในตัวเดียวกันเลยล่ะ มันฟินตรงที่ได้ไปกางเต๊นท์นอนอยู่กลางต้นไม้ ท่ามกลางทิวทัศน์ป่าเขา ซึ่งที่นี่ก็มีทั้งแบบกางเต๊นท์และก็แบบที่เป็นบ้านพัก หรือถ้าไม่ได้พักเขาก็อนุญาตให้ไปถ่ายรูปเล่นบนชิงช้าต้นไม้ได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 20 บาท

หากเพื่อน ๆ นำเต๊นท์มาเอง จะเสียค่าที่เพียง 100 บาท หรือถ้าใช้บริการเต้นท์ของรีสอร์ทจะราคา 200 บาท ถือว่าไม่แพงและคุ้มมาก ๆ กับวิวที่เราจะได้สัมผัส และที่สำคัญมันมีอยู่เพียงต้นเดียว ทำการการแข่งขันในการมาจองที่ค่อนข้างสูง จองก่อนมีสิทธิ์ก่อน ซึ่งคะเนจากสายตาแล้วน่าจะได้ประมาณแค่ 3 เต๊นท์เท่านั้น

ข้างบนต้นไม้นั้น ทางรีสอร์ทเขาได้ทำที่เสียบปลั๊กไว้ด้วย สามารถชาร์จแบตกล้อง หรือ พาวเวอร์แบงค์ได้สบายสะดวกสบายสุดๆเลย และแถมเปิดเต๊นท์มาตอนเช้าๆ ยังมีโอกาสเจอกับทะลหมอกสวยๆ อีกและ ขอบอกเลยว่าของถูก และ ดียังมีอยู่จริงแน่นอน

กิจกรรมต่างๆ ที่ ชิงช้าต้นไม้ พิษณุโลก

นอกจากชิงช้าต้นไม้แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนุกให้ทำอีกมากมาย ตั้งแต่สลิงโล้ชิงช้า ที่คนกลัวความสูงก็เล่นได้ เพราะว่าสูงไม่มากและไม่ชัน ส่วนที่สนุกสุดๆ ก็คือการโล้ชิงช้า ที่ให้เพื่อนๆ ได้จับเชือกไกวกันตามใจชอบ แถมคนที่ขึ้นไปนั่งบนชิงช้าก็ยังได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามจากด้านบน รับลมเย็นๆ สบายสุดๆ

และที่นี่ยังมีกิจกรรม การนั่งรถเที่ยว เป็นรถสามล้อพ่วงข้างที่จะพานักท่องเที่ยวไปชมวิวชมสวน ธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ และฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และหากใครไปเที่ยวช่วงหน้าฝน ที่นี่จะมีหิ่งห้อยให้ได้ชมกันอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวที่นี่ยังมีอะไรเด็ดๆ ที่อยากให้เพื่อนๆทุกคน ได้ลองไปเที่ยว เหตุผลก็คือ ต้องมาแวะเที่ยว ที่บ้านสวนภูรักไทย เพราะ เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศดีมากๆ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่สวยงาม มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีที่พักที่เหมาะแก่การพักผ่อน หรือ นั่งทำงานสบายชิลล์ แต่ที่อยากแนะนำที่สุด นั่นก็คือ ไฮไลต์ของที่นี่ เพราะ บ้านสวนภูรักไทยแห่งนี้มีชิงช้าต้นไม้ ที่ตั้งอยู่ ในบ้านสวนภูรักไทย

บ้านสวนภูรักไทย นั้นก็เป็นอีกหนึ่งโฮมสเตย์ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างมาก ใครที่ได้ไปสัมผัสที่นี่ก็จะได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตบ้านๆของคนในชุมชน อีกทั้งนั่งชิงช้าที่ชมวิวได้ทั่วทุกมุมทั้งทิวเขาและพื้นที่ราบ ยิ่งช่วงเช้าๆได้สัมผัสกับหยดน้ำค้างทุ่งหญ้าและดอกไม้นานๆชนิดที่กำลังผลิบานในยามเช้า ได้ความรู้สึกที่สดชื่นมากๆจริงๆ และหากเราไปเที่ยว

ในช่วงฤดูหนาว ก็จะได้ชม ความสวยงามของทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าของที่นี่ด้วย ที่แห่งนี้ เปิดให้ทุกคนได้มาเที่ยว มาถ่ายภาพ ไม่จำเป็นจะต้องเป็น นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาพักก็ได้ นอกจาก นี้ยังมีกิจกรรม ที่ต้อนรับทุกคนอยู่ คือ การนั่งสามล้อชมวิวสวน โดยรอบใครที่มาเที่ยวที่นี่ จะได้เห็นธรรมชาติ ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ใครมีแพลน จะไปเที่ยวที่นี่ แนะนำนักท่องเที่ยวทุกคน ไม่ควรพลาดมาเที่ยวที่แห่งนี้

ที่พักบ้านรักไทย เนินมะปราง

ชิงช้าต้นไม้-พิษณุโลก3

บ้านสวนชมวิว

บ้านสวนชมวิว บ้านพักที่มีชิงช้าบนต้นไม้ให้แกว่งเล่นมองวิวทิวเขา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพไฮไลท์ในการท่องเที่ยวบ้านรักไทยที่ถูกตาต้องใจใครหลายคน เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า  มีบ้านพักแบบสะดวกสบาย ติดกับจุดชมวิวให้ประมาณ 5 หลัง เป็นห้องแอร์  และยังมีบ้านพักอีก 1 จุดที่ตั้งอยู่บนถนนฝั่งตรงข้ามกัน แต่จะไม่ติดกับจุดชมวิวแต่สามารถเดินข้ามฝั่งมาได้  รวมถึงจุดกางเต็นท์ให้บริการ

สวนพงษ์แตง

สวนพงษ์แตง โฮมสเตย์  พิกัดที่ตั้งจะอยู่ท้ายสุดของบ้านรักไทย ไม่ไกลจากบ้านสวนชมวิวมากนัก  เป็นโฮมสเตย์ที่เงียบสงบ บรรยากาศดีมาก รายล้อมด้วยสวนต้นไม้  จุดเด่นของที่นี่  คือ  มีระเบียงชมวิวที่ สามารถมองเห็นวิวได้แบบพาโนรามา เบื้องหน้าคือภาพทิวเขาเรียงรายสลับซับซ้อนไกลสุดตา ในยามเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมได้จากหน้าบ้านพัก  สวนพงษ์แตงมีบ้านพักทั้งแบบมาเป็นหมู่คณะและแบบ 2-3 คน ที่โดดเด่นคือ บ้านต้นไม้ ดีไซน์เก๋ไก๋ที่มีระเบียงชมวิวอยู่รอบบ้านซึ่งมีเพียง 1 หลังเท่านั้น นอกจากนี้ยังให้บริการลานกางเต็นท์ด้วย

บ้านสวนเชิงเกษตร

บ้านสวนเชิงเกษตร  มีบ้านพักหลากหลายแบบให้เลือกทั้งบ้านพักแบบบ้านไม้ทรงไทย บ้านพักแบบน่ารักสีชมพูหวานและบ้านพักแบบปูนที่สร้างแบบเรียบง่าย สำหรับจุดชมวิวนั้นทางบ้านพักได้จัดทำเป็นระเบียงชมวิว 2 ชั้น เรียกว่าจุดชมวิวดีเจน้องใหม่ สามารถมองเห็นวิวทิวเขาของบ้านรักไทยได้เช่นกัน

สวนข้าวตู ภูข้าวฟ่าง

ตั้งอยู่ใกล้กับบ้านสวนชมวิว เพราะฉะนั้นวิวที่เห็นอยู่เบื้องหน้าจะเป็นวิวคล้ายกัน   สวนข้าวตู มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีการตกแต่งเป็นมุมกระจุกกระจิกให้ถ่ายภาพหลายจุด  มีบ้านพักประมาณ 3-4 หลัง รวมถึงสถานที่กางเต็นท์ บนบ้านไม้  2 ชั้น ที่สามารถเห็นวิวที่สวยงามอยู่เบื้องหน้า

ขอขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวดีๆ โดย ufabet.com

Categories
Blog

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์3

เขื่อนของพ่อ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นโครงการ ตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงดำริ ให้สร้างเขื่อน เพื่อเก็บกักน้ำและ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานนามว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และ เสด็จทรงเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2542

ความเป็นมา

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

         แม่น้ำป่าสัก เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุด สายหนึ่งของ ชาวจังหวัดลพบุรี และ สระบุรี ประชาชนจะได้ประโยชน์ จากแม่น้ำป่าสัก อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น ด้านเกษตรกรรม หรือ การประมง แต่ในช่วงเดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม ของทุกปี จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ในหลายพื้นที่ของ จังหวัดลพบุรี

เช่น ตำบลมะนาวหวาน ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล และหมู่บ้านใกล้เคียงอีกรวมไปถึงจังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร และ ปริมาณฑล สำหรับในช่วง เดือนมกราคม ถึง เดือนพฤษภาคม พื้นที่ ในลุ่มน้ำป่าสักก็จะประสบภาวะแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำใช้ เพื่อการเกษตร และ อุปโภค บริโภค

         ในปี พ.ศ. 2508 กรมชลประทาน ได้เริ่มศึกษาโครงการ เขื่อนเก็บกักน้ำแม่น้ำป่าสัก แต่เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายสูง จึงได้ระงับโครงการไว้ชั่วคราว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชกรณียกิจ มากมาย หลายด้าน แต่หลายครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎร จังหวัดลพบุรี ด้วยความห่วงใย และได้เสด็จไปทอดพระเนตร

พื้นที่ในเขตอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีที่กำลังประสบปัญหาอยู่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และด้วยความห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์ ด้วยพระอัจฉริยภาพที่ล้ำลึก และเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ ทรงแก้ปัญหาให้ “ความโหดราย” ของแม่น้ำป่าสักกลับกลายเป็น “ความสงบเสงี่ยม” ที่น่านิยม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทรงหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 พระองค์ท่านได้มีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนน้ำ เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูก และบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้น

โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์1

         โรงไฟฟ้าพลังน้ำป่าสักชลสิทธิ์ เป็นโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกับกรมชลประทาน ในการใช้ประโยชน์จากน้ำในเขื่อนของกรมชลประทานให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของรัฐบาลประกาศในเดือนกันยายน พ.ศ. 2546 ที่กำหนดให้มุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เพื่อลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ

         ในเดือนธันวาคม 2546 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศนโยบายส่งเสริมให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กบริเวณท้ายเขื่อนของกรมชลประทานเพื่อผลิตไฟฟ้าจากการปล่อยน้ำตามปกติของกรมชลประทานอยู่แล้ว โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบ โดยให้กระทรวงพลังงานเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคนิคการวางแผนและการพัฒนา ในการนี้กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพลังงานตามลำดับ ได้ร่วมกันพิจารณาดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดย กฟผ. แสดงเจตจำนงจะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กท้ายเขื่อนชลประทาน 6 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมกัน 78.7 เมกะวัตต์ กฟผ. ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นหนึ่งใน 6 โครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ด้วย

ที่หยุดรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 

เขื่อนป่าสักลพบุรี

ความหมาย และ ประวัติความเป็นมา

(อังกฤษ : Pa Sak Jolasid Dam) เป็นที่หยุดรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งอยู่บริเวณทางเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี อยู่ในเขตทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยที่หยุดรถนี้จะมีรถไฟสายพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว คือ สายกรุงเทพ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดให้บริการในช่วงเทศกาลการท่องเที่ยว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมของทุกปี

ประวัติเพิ่มเติม

สืบเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในเส้นทางรถไฟช่วงสถานีรถไฟแก่งเสือเต้น ถึง สถานีรถไฟสุรนารายณ์ (เดิม) ซึ่งเส้นทางรถไฟตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับการกักเก็บน้ำของเขื่อน ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องย้ายเส้นทางรถไฟที่จะถูกน้ำท่วมให้ทันกับการสร้างเขื่อน พร้อมทั้งสร้างที่หยุดรถไฟบริเวณดังกล่าวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งนั้นได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2540 ใช้เวลา 14 เดือน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2541 ทางรถไฟที่ย้ายมาสร้างใหม่จะอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำเป็นระยะทางรวม 24 กิโลเมตร เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้เริ่มมีการเดินรถผ่านเส้นทางดังกล่าว ซึ่งจะเห็นขบวนรถวิ่งบนสันเขื่อนลัดเลาะไปข้างๆ อ่างเก็บน้ำ มองดูเหมือนขบวนรถวิ่งไปบนผิวน้ำ จนชาวบ้านเรียกกันว่า รถไฟลอยน้ำตลอดทั้งสองข้างทางจะได้ชมทัศนียภาพข้างทางรถไฟอันงดงาม

เส้นทางรถไฟก่อนถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนถึงสถานีรถไฟหินซ้อน จะผ่านไร่ดอกทานตะวันบานสะพรั่งตลอดเส้นทางรถไฟสวยงามมาก ว่ากันว่าเป็นไร่ดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวชมความงามของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงฤดูหนาวทุกปี ขบวนรถออกจากกรุงเทพ 06.40 น. ถึงกรุงเทพ 17.45 น.

การเดินทางโดยรถยนต์

จากกรุงเทพมหานคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านตัวจังหวัดสระบุรี และจากสระบุรีไปประมาณ 33 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3017 ไปประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณตัวเขื่อน ทางรถไฟการรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการรถไฟโดยออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงใน วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.30 น. โดยจะผ่านจุดชมวิว กิโลเมตรที่ 172 อัตราค่าโดยสารไป-กลับประมาณ 200 บาท และรถไฟโดยสาร สายกรุงเทพฯ-หนองคาย-โคกสลุง ราคาประมาณ 76 บาท แล้วจากนั้นให้ต่อรถไฟท้องถิ่นสายบัวใหญ่-แก่งคอย มาลงที่เขื่อนป่าสักอัตราค่าโดยสารประมาณ 4 บาท และเที่ยวเดินทางกลับมีขบวนรถไฟสายเชื่อนป่าสักชลสิทธิ์-กรุงเทพฯ อัตราค่าโดยสารประมาณ 96 บาท

ที่พักเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

คือ ที่พักบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่มีบ้านพักรับรองและสถานที่สำหรับกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว ในส่วนของบ้านพักมีทั้งบ้านพักและห้องพัก ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวใน บรรยากาศส่วนตัว ในบ้านพักทุกหลังมี อุปกรณ์ อำนวยความสะดวก แอร์ ทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ให้หลังละ 1 ชุด โดยที่พักที่นี่มีราคาที่แต่งต่างกัน

บ้านเดี่ยว ธงชัย จำนวน 3 หลัง พักได้ 2 คน ราคา 1,200 บาท
บ้านแฝดป่าสัก จำนวน 2 หลัง พักได้ 3 คน ราคา 1,200 บาท
เรือนแถวชลสิทธิ์ จำนวน 4 หลัง พักได้ 2 คน ราคา 1,000 บาท
บ้านละโว้ จำนวน 1 หลัง พักได้ 9 คน ราคา 2,500 บาท

ขอขอบคุณบทความการท่องเที่ยวดีๆ โดย ufabet.com

เครดิต https://ufabets5.com/

Categories
Blog

เที่ยวเมืองตรัง

เที่ยวเมืองตรัง

หนีร้อนไป เที่ยวเมืองตรัง

เที่ยวเมืองตรัง เมืองแห่งการท่องเที่ยว ทางภาคใต้ที่ช่วยเติมเต็มพลังของคุณด้วยธรรมชาติ ที่สมบูรณ์ทั้งภูเขา ความเป็นเมืองเก่า และ ทะเลน้ำใส สวยงาม อยู่ในที่เดียว แถมยังเป็นถิ่น อาหารทะเลอร่อย ใครที่ชอบกินซีฟู้ด กินให้จุ เต็มพุงกันไปเลย

ยินดีต้อนรับ นักท่องเที่ยว ทั้งสายรักธรรมชาติ และ สายฮิป อยากเที่ยวให้ครบ ทุกแบบ เที่ยวเมืองตรัง รับรองไม่ผิดหวัง วันนี้เราจึงรวม จุดเช็คอินเมืองตรัง ที่ทุกคน ไม่ควรพลาด จะเป็นที่ไหน น่าสนใจอย่างไร ไปดูกันเลย

เที่ยวเมืองตรัง

จังหวัดตรัง ห่างจาก กรุงเทพมหานคร ประมาณ 828 กิโลเมตร มีพื้นที่ครอบคลุม ทั้งหมด 4,941 ตารางกิโลเมตร ตรัง เป็นจังหวัดชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย มีฝั่งทะเลยาว ทางด้านตะวันตก ประมาณ 119 กิโลเมตร นอกจากนี้ จังหวัดตรัง มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำตรัง มีต้นกำเนิดจาก เทือกเขาหลวง และ แม่น้ำปะเหลียน ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก เทือกเขาบรรทัด

เป็นข้อเท็จจริง ที่ว่า เมืองตรัง เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่มีบทบาท ที่สำคัญทางด้านการค้าขาย และ ศูนย์กลางการคมนาคม ไปสู่ จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ก็ยังเป็น จังหวัดที่มี นักท่องเที่ยวมาเที่ยวน้อย ซึ่ง ในช่วงเวลาต่อมา ทางการได้ดำเนินแผนการ

พัฒนาอันชาญฉลาดโดยการตัดถนนอย่างทั่วถึง ทำให้ผู้คนสามารถเข้าไปยังสถานที่เหล่านั้นได้ง่ายยิ่งขึ้นตรัง มีลักษณะภูมิศาสตร์ ที่ใกล้ เคียงกับกระบี่ และ พังงา ซึ่งรวมไปถึงเกาะ และ ชายหาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวด ล้อมภายในหรือภายนอกก็ตาม ประกอบไปด้วยหมู่เกาะในทะเลอันดามันถึง 46 เกาะ

โดยภายในพื้นที่ อำเภอกันตัง 12 เกาะ อำเภอปะเหลียน 13 เกาะ และอำเภอสิเกา 21 เกาะ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวคือ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม

มีชายหาด และ เกาะที่กว้างใหญ่ มีกิจกรรม บนชายฝั่งทะเล และ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่สวยงามมากมาย พร้อมที่จะให้ผู้มาเยือน ได้สัมผัสกับ ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และ น่าทึ่งไม่เหมือนใคร อาธิ อุทยานแห่งชาติหมู่ เกาะเภตรา ที่มีหาดทรายขาวสวย และ น้ำทะเลใส

จากอันดามัน แหล่งดำน้ำปะการัง ที่สวยงามมาก อีกหนึ่งที่ และ นอกจากนี้ ยังมีน้ำตกเขาช่อง ซึ่งเป็น จุดขายอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง และ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคลองลำชาน ซึ่งเป็นที่ อยู่อาศัยของนกเป็ดน้ำ โดยมีเส้นทางธรรมชาติ และ ถ้ำที่สวยงามอีกหลายสถานที่ที่น่าพักผ่อน และถ่ายภาพสวยๆกลับบ้าน

สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการสัมผัส กับ บรรยากาศ ที่เงียบสงบ และผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ ที่ร่มรื่น และ สวยงามภายใน เมืองตรัง ยังมีแหล่งท่องเที่ยว อีกมากมาย ซึ่งรอบเมือง จะพบเห็น ความผสมผสานอย่างลงตัวของสถานที่ต่างๆ

ความเป็นตะวันตก และ วัฒนธรรมจากจีน อย่างร้านค้า วัดจีน และ ศาลเจ้า ยังมีบ้าน ที่สร้างในสไตล์ปัญญาไทย ที่งดงาม นอกจากนี้ ยังมีวัด ที่มีการสร้างทางสถาปัตยกรรม ที่สวยงาม ดินแดนประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และตลาดค้าขาย ขนาดใหญ่และขนาดเล็กและอีกมากมาย เป็นต้น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวตรัง

 ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในการเที่ยวจังหวัดตรัง อยู่ระหว่าง เดือนธันวาคม และ พฤษภาคม ตรังตั้ง อยู่โซนชายฝั่งเช่นเดียวกับ จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ ซึ่ง อยู่ภายใต้อิทธิพล ของลมมรสุมที่พัดประจำ เป็นฤดูกาลหรือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

อุณหภูมิโดยทั่วไปอบอุ่นตลอดปีเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 36 องศาเซลเซียส ในเดือนเมษายน อุณหภูมิในช่วงตอนกลางวันจะสูงสุดและร้อนมากที่สุดของปี ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน จะมีฝนตกชุกและช่วงเดือนกันยายน พฤศจิกายน จะมีลมมรสุมเข้ามาและตั้งแต่ช่วงธันวาคมเป็นต้นไปอากาศจะดีมาก

 เกาะไหง

เที่ยวเมืองตรัง1

  เกาะไหง เกาะยอดฮิต ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อยู่ตรงเขตรอยต่อของ จังหวัดกระบี่ และ จังหวัดตรัง เป็นชายหาดที่เงียบสงบ และสวยงามมากๆ ผืนทรายมีสีขาวเนียนละเอียด และมีแนวปะการังที่ปลายเกาะ ทำให้ที่นี่เรียกได้ว่าสวรรค์ของนักดำน้ำเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งจุดดำน้ำก็อยู่ห่างจากชายหาดไม่ไกล และยังมีที่พักให้บริการนักท่องเที่ยวที่อยากมาค้างคืน สัมผัสธรรมชาติบนเกาะไหงอย่างใกล้ชิดอีกด้วย เกาะยอดฮิต ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อยู่ตรงเขตรอยต่อของ จังหวัดกระบี่ และ จังหวัดตรัง เป็นชายหาดที่เงียบสงบ และสวยงามมากๆ ผืนทรายมีสีขาวเนียนละเอียด และมีแนวปะการังที่ปลายเกาะ ทำให้ที่นี่เรียกได้ว่าสวรรค์ของนักดำน้ำเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งจุดดำน้ำก็อยู่ห่างจากชายหาดไม่ไกล และยังมีที่พักให้บริการนักท่องเที่ยวที่อยากมาค้างคืน สัมผัสธรรมชาติบนเกาะไหงอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

เกาะเชือก

เที่ยวเมืองตรัง2

มากันที่เกาะที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะมุกและเกาะไหงกันค่ะ นั่นก็คือ เกาะเชือก จุดดำน้ำชมปะการังที่สวยที่สุดในทะเลตรัง เป็นเหมือนมรดกของท้องทะเลเลย ใครที่ชอบดำน้ำจะต้องฟินมากๆ เพราะที่นี่เป็นจุดดำน้ำตื้นที่สมบูรณ์และสวยงาม ใต้ทะเลมีทั้งปะการังอ่อน สีแดง สีส้ม สีม่วง สีเหลือง แต่ด้วยความที่มีกระแสน้ำเชี่ยวแรงพอสมควร ทำให้ต้องใช้เชือกคอยช่วงพยุงตัวเวลาดำน้ำนั่นเองค่ะ เลยเป็นที่มาของชื่อเกาะเชือกนั่นเองค่ะ แต่ด้วยความที่เกาะเชือกนั้น เป็นเกาะหินไม่มีหาด ทำให้บนเกาะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเลยค่ะ เวลาไปเที่ยวดำน้ำ เรือท่องเที่ยวจะผูกทุ่นลอยลำ แล้วให้เราลงไปดำน้ำเท่านั้นนะคะ จะไม่ได้ปล่อยขึ้นเกาะไปเดินเที่ยวเหมือนเกาะอื่นๆ เหมาะกับคนที่ชอบและรักการดำน้ำสุดๆ ไปเลยค่ะ เพราะได้ดำน้ำแบบจัดเต็มไปเลย

นั่งตุ๊กตุ๊กเที่ยวเมืองตรัง

เที่ยวเมืองตรัง 3

 หากใครไม่ชอบเดิน อยากเที่ยวเมืองตรังให้ได้อรรถรสและเข้าบรรยากาศยิ่งขึ้น สามารถเหมารถตุ๊ก ตุ๊ก หัวกบ เที่ยวรอบเมือง เป็นรถตุ๊ก ตุ๊กที่พบเห็นได้เพียงหนึ่งเดียวในเมืองตรังเท่านั้น เรียกว่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองตรังเลยทีเดียว รถตุ๊ก ตุ๊ก จะจอดรอผู้โดยสารให้เห็นหลายคันหน่อยก็ตรงบริเวณหน้าสถานีรถไฟเมืองตรัง สนนราคาแล้วแต่ตกลงว่าจะไปตรงจุดไหนบ้าง โปรแกรมท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะแวะ สถานีรถไฟตรัง ชมตึกเก่าชิโนโปรตุกีส โบสต์คริสต์ วงเวียนปลาพะยูน สวนสาธารณะพระยารัษฎาฯ บ้านนายชวน หลีกภัย ราคาอยู่ที่ชั่วโมงละ 250 บาท แล้วแต่ระยะทางและจำนวน สถานที่ สามารถติดต่อรถตุ๊ก ตุ๊ก ที่จอดให้บริการบริเวณสถานีรถไฟตรัง

เกาะกระดาน

เที่ยวเมือง ตรัง 4

เกาะกระดาน เป็นเกาะที่สร้างชื่อเสียงให้กับตรังมาช้านาน  เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวละเอียดกว้างใหญ่สวยงาม น้ำทะเลใสมองเห็นแนวปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากหลายพันธุ์ ด้วยความเป็นเกาะขึ้นชื่อ ในทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวมาแวะจอดเรือเล่นน้ำ อาบแดดชมความงามของหาดทรายกันเป็นจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังเป็นเกาะที่อุดมไปด้วยสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือชั้นหิน ที่สวยงามแปลกตาแปลกใจมากมาย  ในทุกปีในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ เกาะกระดานจะเป็น สถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทร ซึ่งจัดขึ้นทุกปี และโด่งดังไปทั่วโลก

ขอขอบคุณบทความการท่องเที่ยวโดย ufabet.com

Categories
Blog

เขื่อนแก่งกระจาน

เขื่อนแก่งกระจาน

เที่ยวใกล้กรุงไปกับ เขื่อนแก่งกระจาน

เขื่อนแก่งกระจาน จะมี บริเวณของ สันเขื่อน ยาวกว่า 760 เมตร กว้าง 8 เมตร และ สูง 58 เมตร ระดับ สันเขื่อนจะสูง 106 เมตร จาก ระดับน้ำทะเล ปานกลาง สร้างเสร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2509 โดย สามารถเก็บน้ำ ในถึง 710 ลูกบาศก์เมตร

โดย สร้างมาเพื่อ อำนวยประโยชน์ ในด้านการชลประทาน ให้กับบริเวณ ที่ราบ จังหวัดเพชรบุรี และ จังหวัด ใกล้เคียง รวมทั้ง ยังเป็นประโยชน์ ในด้านประมง คมนาคมทางน้ำ และการท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 

เป็นอุทยาน ที่มีพื้นที่ กว้างใหญ่ที่สุด ของประเทศไทย มีพื้นที่ ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขต อำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และ อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพ เป็นป่าดงดิบ

ตามธรรมชาติ ที่สมบูรณ์ และ มีความหลากหลาย ทางชีวภาพ สูงมาก แห่งหนึ่ง ได้รับ การประกาศ ให้เป็น เขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดย กำหนดพื้นที่ บริเวณอ่างเก็บน้ำและ ป่าเหนือ เขื่อนแก่งกระจาน

เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นต้นน้ำลำธาร ของ แม่น้ำหลายสายพื้นที่ส่วนใหญ่ ของ อุทยานแห่งชาติ เป็น ภูเขาสลับซับซ้อน อยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศ เป็นป่าดิบชื้น ยอดเขา ที่สูงที่สุด ในอุทยานแห่งชาติ คือ ยอดเขางะงัน นิกยวงตอง อยู่ในเขต รอยต่อประเทศพม่า และ ไทย มีความสูง 1,513 เมตร

รองลงมาคือยอดเขา พะเนินทุ่ง ซึ่ง มีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำ ทะเลปานกลาง จาก สันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบ ออกมา ทางซ้ายมือ เป็น ระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ สถานที่ น่าสนใจมากๆ และ อีกมากมาย

โดยเฉพาะ ในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วง พระอาทิตย์ตก บรรยากาศ งดงามมาก หากพัก หรือ กางเต้นท์ อยู่ในเขตอุทยาน สามารถติดต่อเรือ สำหรับ ล่องเรือชม สามารถชมทัศนียภาพ บริเวณอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน และ มีที่พักให้เลือก สำหรับนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยว และ พักผ่อน กับ บรรยากาศธรรมชาติ และ สวยงาม และ มีจุดชมวิว เพื่อถ่ายภาพสวยๆกลับบ้าน มีสถานที่ตรงไหนบ้าง มาดูกัน

ทะเลสาบแก่งกระจาน

เขื่อนแก่งกระจาน

ทะเลสาบ แก่งกระจาน มีความกว้าง ถึง ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร เกิดจาก การสร้าง เขื่อนดิน กั้น แม่น้ำเพชรบุรี จึงเกิด การกักน้ำ กลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่และเกาะกลางมากมายที่อยู่เหนือบริเวณน้ำท่วมถึง ปัจจุบันทะเลสาบนี้เป็นตัวชี้วัดอย่างดีเยี่ยมถึงความอุดมสมบูรณ์และ

ลักษณะภูมิประเทศของลุ่มป่าบริเวณนี้ ทะเลสาบนี้รับแหล่งน้ำจากแม่น้ำหลายสายในจังหวัดเพชรบุรี โดยเป็นแหล่งทำกิจกรรมหลากหลาย มีให้นักท่องเที่ยวหลากหลายท่านได้สนุกสนานและเพลิดพลินกับธรรมชาติที่สวยงามและติดอันดับที่เที่ยวต้นๆของประเทศ

จุดชมวิวพะเนินทุ่ง

แก่งกระจาน

จุดชมวิวพะเนินทุ่ง สามารถชมทะเลหมอกได้เกือบตลอดปี ถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม ในยามเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกสีขาวปกคลุมทั่วหุบเขา เมื่อทะเลหมอกสลายตัวไปแล้ว จะมองเห็นผืนป่าดงดิบเบื้องล่างเบียดตัวกันแน่นท่ามกลางเทือกเขาสลับ ซับซ้อน กว้างไกลสุดตา

นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมา ต้องมาถ่ายรูป เพราะเป็นจุดชมวิวที่ดี และได้มุมสวยๆดีๆกลับบ้านทุกคน การเดินทาง ขึ้นสู่จุดชมทะเลหมอกใช้เส้นทางขึ้นเขาที่มีกำหนดเวลาแน่นอน ในการขับรถยนต์ขึ้นเขาและลงเขา ต้องกางเต็นท์พักแรมที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ 

แคมป์บ้านกร่าง

แก่ง กระ จาน3

สถานที่ ชมผีเสื้ออันดับต้น ๆ ในประเทศไทย และ เป็นอีกหนึ่งจุดตั้งแคมป์ภายใน เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่มีบริการ ให้เช่าเต็นท์ ค้างคืนได้ จุดนี้ เป็นจุดที่เดินทาง โดยรถยนต์ธรรมดา ได้อย่างสะดวกสบาย และ สามารถเดินเท้าไปยังบริเวณดินโป่งที่มีผีเสื้อกว่า 250 ชนิด

แมลง นก และสัตว์เล็กสายพันธุ์ต่าง ๆ มาอวดโฉมให้ชื่นชมได้โดยไม่ต้องเข้าไปในบริเวณป่าลึก โดยเฉพาะในฤดูร้อนช่วงเวลาระหว่าง 10:00 – 14:00 น. ของแต่ละวันมักจะได้เห็นผีเสื้อจำนวนมาก และเป็นสิ่งแวดล้อมที่สวยมากๆ และธรรมชาติที่สดใส

น้ำตกทอทิพย์

น้ำตกทอทิพย์ เป็นทางน้ำตกที่เกิดจาก ยอดเขาพะเนินทุ่ง เป็นน้ำตกที่เดินทางไป ค่อนข้างสะดวกด้วยรถยนต์เพราะมีถนนตัดผ่าน และต้องจอดรถไว้บริเวณจุดชมวิวกิโลเมตรที่ 36 หรือใกล้เคียง แล้วเดินทางด้วยทางเท้าขาลงเขาอีกประมาณ 4 กิโลเมตรเพื่อชมน้ำตกแห่งนี้

แหล่งท่องเที่ยว จุดนี้เป็นน้ำตก 9 ชั้นท่ามกลางพืชพรรณ ที่หลากหลาย เมื่อเดินไปถึงนักท่องเที่ยว จะเจอน้ำตกชั้นที่ 5 เป็นชั้นแรก ซึ่งเป็นชั้นที่สวยที่สุดด้วย แต่ตั้งแต่ชั้นต่อไป จากตรงนี้ จะเป็นเส้นทาง ที่ค่อนข้างยากลำบาก การเดินทาง กลับเป็นทางขึ้น เขาที่ใช้เวลาพอสมควร

สิ่งอำนวยความสะดวก

อุทยาน มีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการ และ ริมอ่างเก็บน้ำ แก่งกระจาน นักท่องเที่ยว สามารถกางเต็นท์ ได้บริเวณริม อ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานแห่งชาติ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้าน กร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และ พะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอก อุทยานแห่งชาติ มีรีสอร์ท ให้บริการหลายแห่ง ทั้งใน อำเภอแก่งกระจาน และ อำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร

ขอขอบคุณบทความการท่องเที่ยวไทย โดย ufabet.com

เครดิต https://ufabets5.com/

Categories
Blog

เขื่อนเชี่ยวหลาน

เขื่อนเชี่ยวหลาน

เขื่อนเชี่ยวหลาน คู่แฝด กุ้ยหลิน ประเทศจีน

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา แหล่งท่องเที่ยว ที่ได้รับฉายาว่า เป็นกุ้ยหลิน เมืองไทย เพราะ มีความสวยงาม ของเทือกเขาหินปูน ที่เหมือนกัน กับกุ้ยหลิน ที่ประเทศจีน ซึ่ง เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนที่ก่อสร้างขึ้น มาตามแผน พัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 เพื่อ ช่วยอำนวยประโยชน์ ในด้านสังคม

เศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ โดย เขื่อนเชี่ยวหลาน จัดเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในภาคใต้ ซึ่ง สร้างขึ้นมาเพื่อ พัฒนาแหล่งน้ำ และ พลังงานไฟฟ้า ตั้งอยู่ใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเขื่อนเชี่ยวหลาน เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ ว่า เขื่อนรัชชประภา ซึ่งมีความหมายว่า แสงสว่าง แห่งราชอาณาจักร

  นอกจาก ความสวยแล้ว เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน ยังสร้างคุณประโยชน์ ให้กับชาวบ้าน และ ชาวประมง ในละแวกนั้น ไว้มากมาย ที่นี่เป็นเขื่อน อเนกประสงค์ แห่งที่สองของภาคใต้ สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้น ลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งปัจจุบัน

เป็นส่วนหนึ่ง ของอุทยานแห่งชาติเขาสก และยังเป็นแหล่ง ผลิตพลังงานไฟฟ้า แหล่งกักเก็บน้ำ ในฤดูฝน เพื่อการเพาะปลูก ช่วยบรรเอาอุทกภัย และ แก้ไขน้ำเสีย และ ผลักดันน้ำเค็ม แค่นี้ยังไม่พอ ที่นี่ ยังเป็นแหล่ง ประมงน้ำจืดที่สำคัญ เพื่อให้ชาวบ้านหารายได้เลี้ยงชีพอีกด้วย

มุมที่พักตากอากาศ

เขื่อนเชี่ยวหลาน2

หากใครมาภาคใต้ แล้วอยากหา สถานที่พักผ่อนสบาย ๆ พร้อมกับ วิวภูเขาหินปูน สุดอลังการ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ด้วยเขื่อนเชี่ยวหลาน มีลักษณะ เป็นแอ่งน้ำ แล้วมียอดเขาหินปูนน้อยใหญ่เรียงรายล้อมรอบ และ มีบางยอดเขาโผล่พ้นน้ำขึ้นมา

แน่นอนว่า ที่นี่จึงดูแปลกตา ไม่เหมือนกับ เขื่อนอื่นที่ไหนในไทย และหลายคนยกให้ เขื่อนเชียวหลาน เป็น เขื่อนที่มีทัศนียภาพสวยงาม มากที่สุด ของไทยอีกด้วย สำหรับที่นี่ ถือเป็นหนึ่ง ในสถานที่ที่สวยงามมากๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปให้ได้ ยิ่งใครสายเที่ยว ภูเขาด้วยแล้วก็ไม่ควรพลาด อย่างยิ่ง ซึ่งส่วนที่สวยที่สุด

เขื่อนจะอยู่ภายใน อ่างเก็บน้ำ ไม่ใช่บริเวณสันเขื่อน ดังนั้นถ้าจะเอาให้สุด ควรนอนพักแรม ในแพกลางเขื่อน อย่างน้อยหนึ่งคืน การันตีเลยว่า ยังไงก็ได้ รูปบรรยากาศสวย ๆ กลับบ้าน โดยเฉพาะ ช่วงแสงเช้า/เย็น ขอบอกเลยว่า ที่นี่เด็ดสุดๆไปเลย และล่าสุด อุทยานแห่งชาติเขาสกได้รับเป็น อุทยานน่าเที่ยวที่สุดของโลก

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าแวะชม ใน เขื่อนเชียวหลาน

เขื่อน เชี่ยวหลาน3

น้ำตกแม่ยาย

 อยู่ห่างจาก ที่ทำการอุทยาน ประมาณ 5.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตก แห่งเดียว ภายใน อุทยานแห่งชาติ ที่รถยนต์ สามารถเข้าไปถึง มีลักษณะ เป็น น้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 30 เมตร ซึ่ง ในหน้าฝนน้ำจะเต็ม หน้าผาที่สูงชัน กระจัดกระจาย แตกฟองขาวโพลน

น้ำตกวังหิน 

ตั้งอยู่ห่าง จากที่ทำการ อุทยานแห่งชาติ ประมาณ 2.8 กิโลเมตร เป็นน้ำตก ขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร มีจุดชมวิว เรียกว่าน้ำตก บางวิ่งหิน เป็นจุด ที่มองแล้ว ดูสวยงาม อีกแห่งหนึ่ง และ มีที่สำหรับ เล่นน้ำพร้อมกัน ได้ไม่น้อยกว่า 500 คน

ตั้งน้ำ 

อยู่ห่างจาก น้ำตกวิ่งหิน ประมาณ 3.2 กิโลเมตร และ อยู่ห่างจากที่ทำการ อุทยานแห่งชาติ ประมาณ 6 กิโลเมตร มีลักษณะ เป็นภูเขา ที่ถูกน้ำกัดเซาะ จนขาดออกจากกัน ทำให้ กลายเป็น หน้าผา ที่หันหน้าเข้าหากัน

น้ำตกโตนกลอย 

ตั้งอยู่ห่าง จากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร และอยู่ห่างจาก ที่ทำการ อุทยานแห่งชาติ ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกโตนกลอยเป็นน้ำตกที่เกิดจากคลองศก มีความสวยงาม ลักษณะ เป็นน้ำตก ชั้นเดียว ดิ่งลง มาจากหน้าผา สูงประมาณ 20 เมตร

น้ำตกธารสวรรค์ 

อยู่ห่างจาก ตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร และ อยู่ห่างจาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 6 กิโลเมตร น้ำตกธารสวรรค์ เป็นน้ำตก ที่เกิดจากลำห้วย บางพลูจืด ไหลลงสู่คลองสก น้ำตก ไหลลงมาจาก หน้าผาชันพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ

น้ำตกโตนไทร 

ตั้งอยู่ห่าง จาก น้ำตกโตนกลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร และ อยู่ห่าง จากที่ทำการ อุทยานแห่งชาติ เขื่อนเชี่ยวหลาน ประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความงดงาม

การดูแลด้านสังคม

กฟผ. ได้ร่วมมือ กับ หน่วยราชการต่างๆ ให้ความช่วยเหลือ ราษฎรในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำ จำนวน 385 ครอบครัว โดย จ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินพร้อมทั้งจัดสรร ที่อยู่อาศัย และที่ทำกินให้อย่างเป็นธรรม ภายในหมู่บ้านมีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ที่สำคัญครบถ้วน

รวมทั้ง การจัดฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพรองให้แก่ราษฎรอีกหลายโครงการ เช่น จัดอบรมเคหกิจแก่แม่บ้าน การตัดเย็บเสื้อผ้า ซ่อมบำรุงรักษาเครื่องกล ปลูกผลไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดโครงการสินเชื่อส่งเสริมการปลูกยางในเขตโครงการและยังได้จัดสรรงบประมาณให้แก่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อดำเนินงานด้านสหกรณ์การเกษตรควบคู่กันไปด้วย

ขอขอบคุณการรีวิวที่ท่องเที่ยวสวยๆ โดย ufabet.com

Categories
Blog

เที่ยวเมืองสงขลา

เที่ยวเมืองสงขลา1

สถานที่ ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวเมืองสงขลา มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

เที่ยวเมืองสงขลา สงขลาเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวสืบต่อกันตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบหลักฐาน ได้แก่ ขวานหิน ซึ่งเป็นเครื่องมือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่อำเภอสทิงพระ ประวัติ ความเป็นมา และวัฒนธรรมสมัยที่ เมืองสทิงพระเจริญ เค บูรล์เบท ได้ให้ทัศนะว่า สทิงพระ คือศูนย์กลางของอาณาจักรเซี้ยะโท้หรือเซ็กโท เป็นแหล่งหนึ่งในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดียโดยตรงในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 7 ศตวรรษ เพราะมีร่องรอยทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองสทิงพระเป็น ศูนย์กลางการปกครองดินแดน รอบ ๆ ทะเลสาบสงขลาในสมัยนั้น

เที่ยวเมืองสงขลา กับ แหลมสมิหลา

เที่ยวเมืองสงขลา

หรือที่มี ชื่อเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า แหลมหิน อยู่ในเขตเทศบาลเมือง ห่างจาก ตลาดทรัพย์สิน (ตลาดสดเทศบาล) ประมาณ 2.5 กิโลเมตร อยู่ห่างจาก บน.56 ประมาณ 40 กม.มี หาดทรายขาว สะอาด ทิวสนร่มรื่น ชายทะเล เมืองสงขลา ซึ่งเปรียบเสมือน ห้องรับแขกธรรมชาติ ที่ต้อนรับ ผู้มาเยือนเรื่อยมาจน ปัจจุบันหาด

สมิหลา อยู่ทางตอนเหนือ ของชายทะเล เมืองสงขลา ถัดจาก แหลมสนอ่อน ทอดยาว ไปถึงแหลมสมิหลา ที่อยู่ ท้ายหาด ทางด้านใต้ เป็นชายหาด สวยงาม น่าเดินเล่น ทรายขาวละเอียด น้ำไม่ลึกมาก เล่นน้ำได้ดี ตลอดจนถึง จัดเป็นสถานที่ พักผ่อน วิ่งออกกำลังกาย จุดชมวิวที่ สวยงามมีทิวทัศน์ของ เกาะหนู เกาะแมว เป็นฉากหลัง มีปฏิมากรรม รูปนางเงือกนั่งอยู่บนโขดหิน อันเป็น สัญลักษณ์ ของ จังหวัดสงขลา

บริเวณ แหลมสมิหลา มีโขดหิน ขนาดย่อมยื่น ลงทะเล หาดทรายขาวละเอียดมาก ที่เรียกว่า ทรายแก้ว มีป่าสนร่มรื่น ในแหลมสมิหลา สามารถมองเห็น ทิวทัศน์ อันงดงาม ของ เกาะหนู เกาะแมว จนมีคำกล่าว ว่าใคร

มาเที่ยวสงขลา แล้วไม่มา เที่ยวชม สมิหลา ก็เหมือน มาไม่ถึง ที่สงขลา
รูปปั้น นางเงือกทอง สัญลักษณ์ อันโดดเด่นของ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บริเวณ ปลายแหลมสมิหลา นักท่องเที่ยว นิยมจะไปถ่ายภาพ คู่กับนางเงือกกันเสมอ นางเงือกทอง ถูกสร้างขึ้น

จุดชมวิวที่มีทิวทัศน์สวยงามมีปฏิมากรรมรูปนางเงือกนั่งอยู่บนโขดหิน รูปปั้น“นางเงือกทอง” สัญลักษณ์อันโดดเด่นของจังหวัดสงขลาตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมสมิหลา นักท่องเที่ยวนิยมจะไปถ่ายภาพคู่กับนาเงือกกันเสมอ นางเงือกทองถูกสร้างขึ้นตามนิยายของ

ไทยโบราณ ซึ่ง ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) ได้บอกเล่าไว้ว่า ในวันดีคืนดีนางเงือกจะมานั่งหวีผมบนชายหาดด้วยหวีทองคำ
วันหนึ่งบังเอิญว่ามีชายชาวประมงเดินผ่านมา ทำให้นางเงือกตกใจ รีบหนีลงทะเลไปโดยลืมหวีทองคำไว้ ฝ่ายชาวประมงเห็นดังนั้นก็เก็บหวีทองคำไว้และเฝ้าคอยนางเงือกที่หาดนั้นเสมอ แต่นางเงือกก็ไม่เคยปรากฏกายให้เห็นอีกเลย

เขาตังกวน

เที่ยวเมืองสงขลา2

เขาตังกวน เป็นสถานที่ ท่องเที่ยว ที่สำคัญ แห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นสถานที่ที่สวยงามมาก และมีผู้คนขึ้นมาชมวิวและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และสิ่งที่สวยงามก็ทำให้ นักท่องเที่ยว ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มาเยี่ยมชมที่นี้

และที่ตั้ง เป็นเนินเขาสูง จาก ระดับน้ำทะเล ประมาณ 2,000 ฟุต จากยอด เขาตังกวน สามารถมองเห็น ทิวทัศน์ของเมืองสงขลา ได้โดยรอบ บนยอดเขาตังกวน เป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมือง สงขลาซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ฟุต

โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.4 ได้พระราชทานเงินหลวงให้เป็นทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์ และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ร.9 ได้ทรงพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุให้มาบรรจุในองค์พระเจดีย์ในทุกๆ ปีในเดือนตุลาคม จะมีงานพิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์ และประเพณีตักบาตรเทโวและลากพระของสงขลา

เกาะยอ

เที่ยว เมืองสงขลา4

เกาะยอ ภาพที่รู้จัก เมื่อก่อนนั้น คือ เกาะกลาง ทะเลสาบสงขลา มีสะพานติณสูลานนท์ พาดผ่าน เป็นเกาะที่ เงียบสงบ มีความเป็น วิถีชีวิต มีโฮมสเตย์ ของชาวบ้าน ให้ได้พักผ่อน มีกระชังปลา เรียงราย กลางทะเลสาบกลายเป็น ภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะ ในยามเย็น ที่พระอาทิตย์ ลับขอบฟ้า ครั้งหนึ่ง เคยนั่งรถผ่าน และแวะไปถ่ายภาพ เกาะยอบริเวณสะพานตินฯ ไม่ได้เที่ยวรอบเกาะ แต่ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ทำให้หลงเสน่ห์เกาะนี้แบบเต็มๆ

เป็นเกาะเล็ก ๆ ในทะเลสาบสงขลา เดินทางโดยข้ามสะพานติณสูลานนท์ ไปตามเส้นทาง เพียงเกาะเดียว กลางทะเลสาบสงขลา ตอนล่างที่มีฐานะเป็นตำบลหนึ่ง ในเขตอำเภอเมืองฯ โดยมีพื้นที่ 15 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 4,000 คน แบ่งเป็น 9 หมู่บ้าน เกาะยอ ถือเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ เป็นหนึ่ง ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของสงขลา

สภาพทั่วไป บนเกาะยอนั้น ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ไม่สูงนัก มีที่ราบเชิงเขาติดทะเล และมีที่กว้าง ทางตอนใต้ ของเกาะยอ อีกทั้งยังมี การตัดถนนลาดยางรอบเกาะ ไฮไลต์บนเกาะยอ เรียนรู้การทำสวนผลไม้ แบบสุมรุม หรือสวนสมรม ที่เป็น การปลูกผลไม้ หลากหลายชนิด อยู่ภายในสวนเดียว นั่นหมายความว่า ผลไม้จะผลัดกันให้ผลผลิตตลอดปี เช่น ส้มโอ มะพร้าว ขนุน และผลไม้ ที่มีชื่อของเกาะยอคือ จำปาดะ ซึ่งลักษณะคล้ายขนุนแต่ลูกเล็กกว่า สามารถนำไปทอด เหมือนกล้วยแขก หรือจะกินสดก็ได้

ชมผ้าทอเกาะยอ ซึ่งเป็นผ้าพื้นเมือง ที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมจากผู้นิยมสวมใส่ผ้าไทย มีลายที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ลายราชวัตถ์ ดอกพิกุล ดอกพะยอม เนื้อผ้าดูแลรักษาง่าย ล่องเรือชมแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังในทะเลสาบสงขลา รื่นรมย์ประเพณีเก่าแก่ เช่น ประเพณีแห่หมรับเรือนสิบ และประเพณีขึ้นเขากุฏ ซึ่งถือเป็นทุนทาง ที่ทำให้ชุมชนเกาะยอเป็นชุมชน ที่เข้มแข็งน่าอยู่ ท่องไปในเส้นทาง สายวัฒนธรรม

ขอขอบคุณ บทความแนะนำการท่องเที่ยวดีๆ โดย ufabet.com

Categories
Blog

เที่ยวเมืองพัทลุง

เที่ยวเมืองพัทลุง

สถานที่ ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวเมืองพัทลุง มีอะไรกันมั้ง

เที่ยวเมืองพัทลุง หรือเมืองเสกัก อีกหนึ่ง เมืองท่องเที่ยว ในดินแดนปักษ์ใต้ ที่ทุกคน ต้องลอง ไปเที่ยวสักครั้ง ในชีวิต แม้ว่า จังหวัด พัทลุงจะเป็นจังหวัด ที่ไม่ใหญ่โตมากหนัก แต่ก็คง มีมนต์เสน่ห์ มีแหล่ง ท่องเที่ยวธรรมชาติ และความเงียบสงบ มากมาย หากคุณได้ลองมาเที่ยวเมืองพัทลุง ผมเชื่อเลยว่า คุณจะต้อง อยากลองกลับ มาเที่ยวอีกครั้ง ต่อๆไป

เพราะมี สถานที่ท่องเที่ยว ให้ยลตระการ อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม ประเพณี สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งวิถีชีวิต ที่เรียบง่าย เป็นแดนดินถิ่นเมือง หนังตะลุง ที่ยังคงคละคลุ้ง ไปด้วยกลิ่นอาย ไว้อย่างดี มีอาหารพื้นบ้าน รสชาติจัดจ้าน อร่อยซ่าบซ่าน ถึงใจ นอกจากนี้ แล้วก็ยังมีแหล่ง ท่องเที่ยวที่ทาง ธรรมชาติ ที่ยังคง ความสวยสด งดงาม อยากให้ทุกคนได้ มาเที่ยวชม

และสำหรับ เพื่อนๆ เหล่าผู้รัก การทัศนาจร อรชร อ้อนแอ้น สุดสะแนนแสนโสภา คนใหน ที่ กำลังวางแผน ปักหมุด หยุดกาลเวลา เที่ยวแดนดินยังถิ่นภาคใต้ ก็ลอง วางแผน มาเที่ยว

เมืองพัทลุงสักครั้ง ผมรับรองเลยว่า ชื่นใจ อย่างแน่นอน ส่วนใครที่ยังไม่รู้จะแวะไปเที่ยวที่ใหนดี เลิกจากงานประจำ มาสรุปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในพัทลุง มาให้เพื่อนๆแวะไปเที่ยว ถ่ายรูป และ ผ่อนคลาย

เที่ยวเมืองพัทลุง กับ ตลาดใต้โหนด

เที่ยวเมืองพัทลุง

หากคุณ ต้องการ ไปซื้อของกิน แบบโบราณ ขนมโบราณต้องห้ามพลาด ตลาดใต้โหนด ตลาดใต้โหนดตั้งอยู่ในบ้านจันนา อำเภอควนขนุน พื้นที่ ที่นำมาใช้ จัดตั้ง ตลาดใต้โหนด นั้นคือ พื้นที่ของ คุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนชื่อดังรางวัลซีไรต์

ซึ่งในพื้นที่นี้ จะเป็นพื้นที่ สีเขียว จะไม่มี การใช้พลาสติก บรรจุภัณฑ์จะเป็นธรรมชาติ ทั้งหมด ซึ่งภายใน คุณสามารถ ที่จะซื้อของ ได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็น ผักพื้นบ้าน ขนมท้องถิ่น หรือ หากอยากนั่งชิว ๆ ก็สามารถไปนั่งที่บ้าน นักเขียน เพื่ออ่านหนังสือ

และจิบกาแฟ นอกจากนี้ ในทุก ๆ สัปดาห์ จะมีการแสดง ของเด็ก ๆ เช่น การเล่นดนตรี การแสดง มโนราห์ ที่สะท้อน ให้เห็นถึงชีวิต ชาวใต้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว แต่ตลาดนี้ เปิดเฉพาะ ทุกวันอาทิตย์ เท่านั้น

จุดชมวิวควนนกเต้น

เที่ยวเมืองพัทลุง

จุดชมวิว ควนนกเต้น ตั้งอยู่ที่ตำบล คลองทรายขาว อำเภอกงหรา สามารถเดินทาง ได้ง่ายมาก เหมาะสำหรับ ที่จะไปในตอนรุ่งสาง เพราะคุณจะได้ ชื่นชม กับ หมอกธรรมชาติ ที่ ปกคลุม บนภูเขาบรรทัด สามารถมองเห็น ทัศนวิสัย ได้อย่าง ชัดเจนมาก

นอกจากนี้ ยังทำให้ คุณสามารถได้เห็น พระอาทิตย์ ขึ้นได้ด้วย บนพื้นที่มีจุดถ่ายรูป เยอะมาก มีพื้นที่ จอดรถ ให้บริการ ตอนเช้า มีจุดขายน้ำ ชา กาแฟ บริการด้วย เหมาะมากๆ สำหรับ

การนั่งชมตะวัน พร้อมดื่มกาแฟอุ่น ๆ ในยามเช้า และ บรรยากาศ ที่สดชื่น หากคุณ ไม่อยากเดินทาง ไปในตอนเช้า รอบ ๆ ก็มี ที่พัก มากมาย ให้คุณ ได้นอนพัก ตื่นมาก็พบกับวิวหมอก ดีงามมากๆ และ นักท่องเที่ยว หลายๆคน จะหลงรัก สถานที่แห่งนี้

เขาอกทะลุ

เที่ยวเมือง พัทลุง

เป็นสัญลักษณ์ ประจำจังหวัดพัทลุง ชาวเมืองพัทลุง เชื่อถือและเปรียบ ภูเขาอกทะลุ เสมือนเสาหลัก เมืองพัทลุง ด้วยเหตุนี้ ทางราชการ จึงนำภาพเขาอกทะลุ และ เจดีย์บนยอดเขา มาทำ เป็นตราสัญลักษณ์ ของจังหวัด นอกจากนี้ เขาอกทะลุ ยังเป็น แหล่งโบราณคดี

และ แหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญ กับจังหวัด เขาอกทะลุ มีความสูง ประมาณ 250 เมตร มีลักษณะ เป็นเขาหินปูน บริเวณตรงกลาง มีช่องขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 10 เมตร

ลักษณะพิเศษ ของเขาอกทะลุ คือ มีช่อง ที่มองลอดทะลุ ยอดภูเขา อยู่บริเวณ เกือบตอนปลาย ของยอดเขา สามารถ มองทะลุ ไปยังอีกด้านหนึ่ง ซึ่งจะเห็น บรรยากาศ ของเมืองพัทลุง ได้อย่างชัดเจน สำหรับ นักท่อง เที่ยวที่ผ่านไป แถวนั้น จะติดใจและหลงไหลอย่างแน่นอน

ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ในเขต เทศบาลเมือง เป็นโอกาสดี ที่จะแวะ ไปชมทัศนียภาพ เขาหินปูน ที่มี ช่องกว้าง ประมาณ 10 เมตร ที่ชาวพัทลุง เชื่อว่า เป็นเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ สิงสถิตของ เจ้าแม่ฤดี เจ้าแห่ง เขาอกทะลุ

และเชื่อว่า เขาอกทะลุ เปรียบเสมือน เสาหลักเมืองพัทลุง ทางราชการจึงนำภาพเขาอกทะลุ และเจดีย์บนยอด

เขามาทำเป็น ตราสัญลักษณ์ของจังหวัด ด้านรัฐบาล ก็เห็นความ สำเร็จในเชิงเป็น แหล่งศึกษาธรรมชาติประเภทภูเขา และประกาศ ให้เป็น แหล่งธรรมชาติ อันควร อนุรักษ์ด้วย

ขอขอบคุณบทความแนะนำการ ท่องเที่ยวทั่วไทย โดย ufabet.com

เครดิต : https://ufabets5.com/